ทะเลไทยมีไว้ให้ซื้อขาย

ในอดีตตั้งแต่เด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ เราคงเคยได้ยินข่าวนายทุนบุกรุกป่าครอบครอง จนชินหูเป็นเรื่องธรรมดา แทบจะไม่ได้ยินข่าวการบุกรุกทะเล

ที่ผ่านมาเราเคยมีความเชื่อว่าทะเล เป็นของพวกเราทุกคน เป็นทรัพยากรธรรมชาติของส่วนรวมที่ไม่ได้มีไว้ซื้อขาย แต่อีกไม่นาน ข่าวการบุกรุกทะเลเพื่อครอบครองเป็นสมบัติส่วนตัว เราอาจได้ยินเป็นเรื่องปกติ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทะเลในอ่าวไทยหรือฝั่งอันดามันสามารถมาจับจองยึดครองได้ตามใจชอบหรือ

ลอง แล่นเรือออกจากฝั่งบริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่าได้คิดว่าทะเลคือดินแดนเสรี คุณมีอิสระจะแล่นเรือไปตรงไหนก็ได้ เพราะกลางทะเลคุณอาจได้ยินเสียงปืนลูกซองยิงขู่ว่ากำลังบุกรุกทะเลของใครบาง คน

ทะเลอ่าวบ้านดอนมีการจับจองอย่างเงียบๆ มานานแล้ว

"สมัย ก่อน เราสู้กับพวกเรืออวนรุน เรืออวนลาก ไม่ให้มาใกล้ชายฝั่ง เพราะที่ผ่านมามันลากเอากุ้ง หอย ปู ปลาไปจนหมดฝั่งทะเล เราสู้กับพวกนี้มานับสิบปีจนสำเร็จ ปรากฏว่าพวกนายทุนอิทธิพลกลับมาจับจองทะเลตรงอ่าวบ้านดอนไปแทน" ลุงประสิทธิ์ ช่วยเอี่ยม หรือตาหม่อง ผู้นำแห่งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนท่าฉาง ระบายความในใจให้ฟัง

อ่าว บ้านดอน ครอบคลุมทะเลตั้งแต่อำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ มาถึงอำเภอดอนสักในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากที่สุด

เมื่อ ยี่สิบกว่าปีก่อน ป่าชายเลนแถวอำเภอท่าฉางได้ถูกบุกรุกกลายเป็นนากุ้งกุลาดำ ต่อมาราคากุ้งตกต่ำ ไม่คุ้มการลงทุน นากุ้งจึงถูกทิ้งร้าง ชาวบ้านแห่งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนท่าฉางจึงได้ช่วยกันพลิกฟื้นป่าชายเลนให้ กลับคืนมา

สิบกว่าปีผ่านไป ชาวบ้านได้ทำให้พื้นที่ 1,500 ไร่ กลายเป็นป่าชายเลนผืนอุดมสมบูรณ์ และได้คิดกลยุทธ์ในการให้ชาวบ้านรักษาป่าชายเลนอย่างยั่งยืน โดยใช้ปูเปี้ยวเป็นตัวละครสำคัญ

พวกเราส่วนใหญ่คงเคยได้ยินชื่อปู เปี้ยว หรือปูแสม ส่วนประกอบสำคัญของส้มตำปูดองรสแซ่บถึงใจ มันชอบอาศัยในพื้นที่ลุ่ม ที่ร่มแฉะๆ ตามป่าชายเลน ปูเปี้ยวมีสองชนิดคือ เปี้ยวดำ ก้ามจะมีสีแดงอมม่วง และปูเปี้ยวก้ามขาว หรือเปี้ยวแก้ว ก้ามมีสีขาว ลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าเปี้ยวดำ

ปูเปี้ยวท่าฉางเป็นปู เปี้ยวดำ ตัวโต เนื้อมัน แต่ละวันชาวบ้านจะออกหาปูตามรูในป่าชายเลน และมีพ่อค้ามารับซื้อถึงในบ้าน เพื่อส่งไปทำปูดองขายในตลาดกรุงเทพฯ

ลุง ประสิทธิ์เล่าให้ฟังว่า "ตอนนั้นป่าชายเลนถูกทำลาย ชาวบ้านในพื้นที่ก็มาพูดคุยกันว่าต้องแก้ปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นเราอาจจะไม่มีรายได้จากปูเปี้ยว เมื่อฟื้นป่าชายเลน ปูเปี้ยวก็กลับคืนมา เราออกกฎกติกาให้คนในพื้นที่ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด"

"เมื่อ ก่อนขุดรูหาปูเปี้ยวคืนละแปดชั่วโมงได้ปูมาสองกิโล พอป่ากลับมาหาปูสองชั่วโมงได้มากถึงสิบกิโล" ลุงประสิทธิ์เล่าถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น และทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา ตามชายฝั่งทะเลมีความอุดมสมบูรณ์คืนมา โดยเฉพาะอ่าวบ้านดอนมีชื่อเสียงเรื่องหอยนานาชนิดไปทั่วประเทศ จนกลายเป็นคำขวัญประจำจังหวัด

แต่ไม่นานนักทะเลหน้าอ่าวบ้านดอนก็ถูก บรรดานายทุนเข้ามาจับจองพื้นที่กันนับหมื่นไร่ แทบจะปิดอ่าวกันทีเดียว เพื่อเพาะเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ มีการล้อมรั้วไม้ไผ่กลางทะเล ปักป้ายว่า "ห้ามเข้า ไม่รับรองความปลอดภัย"

ชาวประมงพื้นบ้านที่ออก เรือไปหาปลาตามชายฝั่งทะเล ไม่สามารถเอาเรือไปหาปลาบริเวณนั้นได้อีกต่อไป หากแล่นเข้าใกล้มักจะถูกยิงขู่เป็นประจำ

แน่นอนว่าคนที่กล้ามาจับ จองทะเลเป็นของตัวเองคงไม่ใช่บุคคลธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองชื่อดังในจังหวัด และเสียค่าเช่าให้กับกรมประมงราคาถูกแสนถูก เพียงปีละ 80 บาทต่อไร่

ที่ ผ่านมากรมประมงมีนโยบาย Sea Food Bank คือ โครงการปฏิรูปการถือครองทะเลแถบชายฝั่ง ตั้งแต่อ่าวไทยไปจนถึงอันดามัน ให้ชาวบ้านรายย่อยมีโอกาสได้เช่าทะเลริมฝั่งเพื่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยสามารถเช่าได้รายละ 10 ไร่ แต่ในที่สุดก็มีการเปลี่ยนมือผู้เช่าจากรายย่อยกลายเป็นนายทุนที่ค่อยๆ รวบรวมพื้นน้ำทีละเล็กทีละน้อย จนกลายเป็นพื้นที่นับพันไร่กลางทะเล

ผู้ มีอิทธิพลบางคนสามารถครอบครองทะเลได้มากกว่า 5 พันไร่ สร้างบ้านพักสวยหรูบนแพกลางทะเลเอาไว้รับแขกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับทะเลเป็นของพวกเขา

ทะเลแถบชายฝั่ง ตั้งแต่อ่าวไทยไปจนถึงทะเลอันดามัน กว่า 3 แสนไร่ กำลังถูกบุกยึดครองโดยกลุ่มทุนท้องถิ่นและทุนระดับชาติ

ใต้ ทะเลเหล่านี้คือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่เป็นของสาธารณะ คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้ แต่ในความเป็นจริงทะเลกำลังกลายเป็นอาณาจักรส่วนตัวของนักการเมืองบางคน

หอยอ่าวบ้านดอนที่เคยเป็นของทุกคน ถูกกินเรียบหน้าตาเฉย

ทุก วันนี้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนท่าฉางพยายามต่อสู้เพื่อเอาทะเลหน้า บ้านที่ถูกล้อมรั้วกลับคืนมาเป็นทะเลชุมชน ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ทุกคนสามารถใช้ทะเลร่วมกันได้อย่างยั่งยืน แต่ความหวังริบหรี่เหลือเกิน ถูกข่มขู่ต่างๆ นานาจากเจ้าของทะเลผู้มากบารมี ไปฟ้องเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ก็ปรากฏว่าหน่วยราชการก็ล้วนแต่เครือข่ายคนกันเอง ทำอะไรไม่ได้

นักการเมืองวันนี้มีวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าที่คิด กินป่ายังไม่พอ เหิมเกริมฮุบทะเล กินหอย กันได้อีก

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 20 กันยายน 2552