1

October -on the record-

ผมเพิ่งซื้อเครื่องบันทึกเสียงขนาดพกพาใหม่เมื่อไม่กี่วันมานี้ สองสามปีที่ผ่านมาผมพึ่งพาซาวด์อเบาท์ทันสมัยแต่ไม่สะดวกกับการใช้งานจริงเท่าไรนัก เพราะมันถูกออกแบบให้ปิดมิดชิดจนเราไม่มีโอกาสเห็นว่าเครื่องยังทำงานอยู่หรือเปล่า เทปเดินไปได้แค่ไหนแล้ว เหลือเนื้อเทปอีกมากน้อยเท่าไหร่ถึงจะหมด เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้มันสามารถกลับหน้าเองได้ถ้าเทปหมด แต่ปัญหาก็คือถ้าเราเกิดกดปุ่มหยุดสองครั้งติดกัน เทปจะเปลี่ยนไปบันทึกอีกหน้าหนึ่ง แทนที่จะบันทึกต่อจากหน้าเดิม แทนที่จะเป็นความสะดวกสบายหลายครั้งกลับกลายเป็นความกังวล จนเสียสมาธิกับการสัมภาษณ์ไปอย่างไม่สมเหตุสมผล ผมพบว่าหลายครั้งในชีวิตเราสามารถซื้อข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงได้ง่ายๆ โดยไม่ลังเล แต่กับบางสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานและการใช้งาน บางครั้งเรามักมองข้ามเพิกเฉย วันหนึ่งเมื่อคิดได้ ผมจึงเดินเข้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เลือกรุ่นที่ใช้งานง่ายที่สุดและไม่มีระบบการทำงานที่ซับซ้อน จ่ายเงินเสร็จไม่ต้องใส่ถุง วันรุ่งขึ้นผมก็ใช้งานเครื่องบันทึกเสียงใหม่ได้อย่างสบายใจ

โลกมุสลิม และอเมริกา หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ สอนวิชาความรุนแรงและการไม่ใช้ความรุนแรง กับปรัชญาการเมือง ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันนอกจากกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสันติภาพ ความขัดแย้ง และสันติวิธีแล้วยังเป็น ผู้อำนวยการณ์ศูนย์สื่อข่าวสารเพื่อสันติภาพของมูลนิธิเพื่อการศึกษาประชาธิปไตยและการพัฒนา นอกจากจะเป็นมุสลิมแล้วยังเป็นนักวิชาการ ที่ศึกษาและถูกขอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศมุสลิมมากที่สุดคนหนึ่งของไทยในทุกๆ ครั้งที่เกิดความขัดแย้งขึ้นทั้งในโลกมุสลิมเอง และระหว่างตะวันตกกับประเทศมุสลิม

ทักษิณ พม่า และสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อครั้งเขาเป็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัย นักวิชาการด้วยกันเองกล่าวยกย่องว่าเขาเป็นดาวรุ่ง เมื่อเขาเป็นคอลัมนิสต์ เพียงประโยคเดียวที่เขาเขียนว่า ให้ทหารกวาดบ้านตัวเองก่อน ความสั่นคลอนและการตบเท้าก็เกิดขึ้นจนเป็นหนึ่งในหลายข้ออ้างที่นำไปสู่การล้มล้างรัฐบาลชาติชาย เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเกิดกรณีจี้ตัวประกันที่สถานทูตพม่า เขากลายเป็นฮีโร่ เมื่อเสนอตัวเดินทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับกลุ่มนักศึกษาพม่าเพื่อแลกกับตัวประกัน วันนี้เขาอยู่ในฐานะนักการเมืองฝ่ายค้าน ผู้ออกมาคัดค้านหลายเรื่องของรัฐบาลโดยเฉพาะคำพูด ของนายกรัฐมนตรีที่พาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และการดำเนินนโยบายต่างประเทศโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว จากเรื่องปัญหาชายแดนพม่า สู่สื่อต่างประเทศ เราสนทนากับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ไปจนถึงเรื่องน้ำพิพัฒน์สัตยาและความจงรักภักดี เพื่อความเข้าใจที่ดีและถูกต้องของประชาชนทั่วแผ่นดิน

การเคลื่อนที่และเติบใหญ่ของกลุ่มทุนไทยใต้ปีกรัฐบาล

จากนักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ก้าวสู่การเป็นคนสาธารณะเมื่อรับบทบาทเป็นพิธีกรรายการ มองต่างมุม ทางช่อง 11 รายการสนทนาการเมืองที่เคยได้ชื่อว่าโดดเด่นและมีผู้ติดตามชมมากที่สุด แม้รายการโทรทัศน์จะถูกถอดในเวลาต่อมา แต่รายการวิทยุ เพื่อบ้าน เพื่อเมือง ที่เขาจัดใน ช่วงเช้าก็เป็นรายการวิพากษ์วิจารณ์ที่ดุเดือดถูกใจคนฟังเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกที่รายการนี้จะถูกถอดอีกเช่นกันในเวลาต่อมา กระแสความนิยมทำให้ ดร.เจิมศักดิ์ก้าวจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ภาคการเมืองในฐานะสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่อะไรทำให้เขาไม่สามารถแสดงบทบาทในฐานะวุฒิสมาชิกได้โดดเด่นเท่ากับการชี้เป็นชี้ตายผู้คนทางโทรทัศน์ ดร.เจิมศักดิ์วิเคราะห์ปัญหาอย่างน่าฟัง แม้หลายๆ ครั้งความเห็นของเขาจะถูกมองจากคนในฟากรัฐบาลว่าเข้าข่ายทำลายประเทศก็ตามที

รัฐประหาร มาตรฐานซ้อน และผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง

จากผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศในฐานะที่ปรึกษาชุดบ้านพิษณุโลกในสมัยรัฐบาลชาติชาย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ต้องหลบลี้ภัยการเมืองและใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลับมาเมืองไทยและใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งทศวรรษพิสูจน์ตัวเองหลังถูกปฏิวัติและยึดทรัพย์โดย รสช . จากที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในยุค ดร.พิจิตต รัตตกุล สู่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครราชสีมา และประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศของวุฒิสภา ไกรศักดิ์สั่งสมข้อมูลและประสบการณ์ทั้งวงนอกและวงในมาอย่างกว้างขวาง เราจึงไม่ได้สนทนากับไกรศักดิ์เพียงแต่เรื่องการต่างประเทศเท่านั้น เมื่อพบกันแล้วก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่คุยเรื่องการเมืองและรัฐบาล นี่คือมุมมองของทายาทรุ่นที่ 3 แห่งซอยราชครู ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีความเป็นปัญญาชน สนใจปัญหาของผู้ด้อยโอกาสในสังคมมากที่สุด เมื่อเทียบกับนักการเมืองร่วมซอยทุกรุ่นที่เคยมีมา

ความปราชัยของประชาธิปัตย์ และเหตุหลักแห่งวิกฤตศรัทธา

ถือเป็นดาวรุ่งทางการเมืองทันทีที่ตัดสินใจ ลาออกจากการเป็นอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยรูปร่าง หน้าตา ชาติตระกูล และดีกรีจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ส่งให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นนักการเมืองอาชีพที่โดดเด่นที่สุดของพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ซึ่งกำลังถูกจับตาว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ หลังพรรคปราชัยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อะไรคือความผิดพลาดของประชาธิปัตย์ในการบริหารงานรัฐบาล อันนำมาสู่ความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง? อะไรคือจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขของทั้งคนและทั้งพรรค? และถ้าวันหนึ่งข้างหน้าเราไม่สามารถฝากความหวังไว้กับรัฐบาลทักษิณและพรรคไทยรักไทยได้แล้ว ประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยังเป็นความหวังให้กับคนไทยได้หรือไม่? อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นบุคคลที่จะตอบคำถาม นี้ได้ดีที่สุด

หายนะของจักรวรรดินิยมอเมริกัน

เนติบัณฑิตอังกฤษ อดีตบรรณาธิการ สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ผู้ที่นอกจากจะเป็นเสาหลักของปัญญาชนสยามในรอบหลายทศวรรษที่ผ่าน มาแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการก่อกำเนิดและต่อสู้ร่วมกับองค์กรภาคประชาชนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมอันพึงมีในสังคมไทย ตั้งแต่เรื่องประชาธิปไตยไปจนถึงท่อก๊าซ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ มีธรรมเป็นอาวุธ แม้หลายครั้งจะต้องเผชิญกับอธรรม ก็ยังสามารถผ่านพ้นอุปสรรคมาได้อย่างเข้มแข็ง มุมมองที่รอบด้านในการวิเคราะห์ปัญหา ทำให้ไม่เพียงแต่ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ถูกเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่การมองภาพใหญ่ของมนุษย์จากตัวตนด้านในไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ เป็นสิ่งที่อุดมอยู่ในระบบคิดที่ชัดเจน และตรงไปตรงมาของผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นปัญญาชนสยาม

ใครปล้นไทย: เบื้องหลังแผนสนับสนุนการโจมตีค่าเงินบาท

พ.อ. (พิเศษ) ดร.ถนัด คอมันตร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ยาวนานและทรงอิทธิพลด้านนโยบายที่สุดคนหนึ่งของไทย ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการก่อตั้งสมาคมอาเซียน และอีกหลากหลายกิจกรรมที่ล้วนเกี่ยวพันกับความมั่นคงและอนาคตของประเทศ ในยุครอยต่อของสงครามเย็น เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ของวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่นักศึกษาทุกคน ต้องรู้จัก วันนี้ พ.อ. (พิเศษ) ดร.ถนัด คอมันตร์ ในวัยใกล้ 90 ปี ยังคงตอบคำถามอย่างชัดเจนและคมคาย เพื่อเผยเบื้องหลังของหลายเหตุการณ์ที่คุณยังไม่รู้และอาจจะไม่เคยได้รับรู้ แม้เหตุการณ์เหล่านั้นจะกระทบกระเทือนกับชีวิตคุณโดยตรง นี่คือมุมมองและความคิดของคนที่ได้รับการยกย่องว่ารู้เท่าทัน และสามารถต่อกรกับตะวันตก ได้อย่างน่าเกรงขาม อันเหลืออยู่เพียงไม่กี่คนในประเทศไทย ประเทศซึ่งขึ้นชื่อว่าไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร