Old

หน้าตักสุดท้าย "สมชาย-พันธมิตรฯ"

อืมมม..จะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ หักเหลี่ยมโหด-เพชรตัดเพชร-แผนซ้อนแผน? สำหรับเหตุการณ์ที่ "พลตรีจำลอง ศรีเมือง" ๑ ใน ๕ แกนนำพันธมิตรฯ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

บทเรียนจากซินเจียง

นับเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่มีค่าในการเดินทางไปหลายแห่งในสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้สามารถหลุดพ้นข่าวการเมืองที่วนเวียนซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย แม้จะรู้ว่า เมื่อกลับมาแล้ว ต้องเจอนักการเมืองยุคดึกดำบรรพ์ถูกขุดขึ้นมาจากหลุมให้มามีตำแหน่งและอำนาจในรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อีกครั้งหนึ่ง การไปจีนครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าวแห่งประเทศจีนที่มีมานานประมาณ 10 ปีแล้ว หนึ่งในสถานที่หลายแห่งที่ไปเยือนคือ อูหลู่มู่ฉี เมืองเอกของมณฑลซินเจียงและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของจีน มีพรมแดนที่ยาวถึง 5,000 กิโลเมตร (1 ใน 4 ของพรมแดนจีน) ติดต่อกับหลายประเทศ เช่น รัสเซีย คาซักสถาน ทาจิกิสถาน ปากีสถาน ฯลฯ ลักษณะพิเศษของมณฑลนี้หลายประการ เช่น เป็นเขตปกครองตนเอง มีพื้นที่มากที่สุดถึง 1 ใน 6 (ประมาณ 1.6 ล้าน ตร.กม.หรือกว่า 3 เท่าของไทย) ของจีนซึ่งมีทั้งหมด 33 มณฑล แต่มีประชากรเพียง 22 ล้านคน มีชนเผ่าต่างๆ ถึง 47 เผ่า แต่เป็นชนเผ่าขนาดใหญ่ 13 เผ่า

เศษทรายในกระเป๋า

sand.jpg

 

ชื่อหนังสือ: เศษทรายในกระเป๋า

ผู้เขียน: วรพจน์ พันธุ์พงศ์

พิมพ์ครั้งที่ 3: กันยายน 2551

ราคา: 150 บาท

"อัศวินโต๊ะกลม" ในเส้นทางตัน

ผมว่าควรเพิ่มกติกานะครับ คือคนที่จะสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็น "ผู้ว่าฯ กทม." ครั้งต่อๆ ไป ควรผ่านการตรวจระบบ "สมอง-ประสาท" เสียก่อน เพราะสังเกตว่าชักจะมีคนบางประเภทยอมเสียเงินค่าสมัคร เพื่อแลกกับได้เข้าไปทำบ้าๆ บอๆ ให้เป็นข่าวมากขึ้น แถมได้ออกโทรทัศน์อีกตะหาก..ซึ่งถือว่าคุ้ม! เหตุที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทำร้ายร่างกาย "นายพิศาล ดิลกวณิช" ผู้ดำเนินรายการข่าวภาคเที่ยงของช่อง ๓ วานนี้ เพราะไม่พอใจที่ถูกสัมภาษณ์ด้วยคำถามที่ตัวเองไม่อยากตอบ บังเอิญข่าวช่วงนั้นผมดูอยู่พอดี จึงบอกนายพิศาลได้คำเดียวว่า "คุณโชคร้าย..ที่บังเอิญต้องเจอกับคนพรรค์อย่างนั้น"!

The West Wing 2008: สำรวจสนามเลือกตั้งโค้งสุดท้าย

เมื่อการประชุมใหญ่ระดับชาติของทั้งสองพรรคจบลง ศึกชิงทำเนียบขาวก็ก้าวเข้าสู่เทศกาลหาเสียงช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นการแข่งขันช่วงโค้งสุดท้าย โอบามา-ไบเดน และ แม็คเคน-เพลิน มีเวลาประมาณสองเดือนเต็มในการดึงดูดใจผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ ช่วงต้นเดือนกันยายน คาดว่ามีอยู่ประมาณ 10-15% ของผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด สถานการณ์การเลือกตั้งในช่วงคล้อยหลังการประชุมใหญ่ ต้นเดือนกันยายน พบว่า โอบามาและแม็คเคนได้รับคะแนนนิยมจากผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศสูสีกันมาก ตัวอย่างเช่น โพลล์ของ CBS News ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน ชี้ว่า โอบามาได้คะแนนนิยม 42% เท่ากับแม็คเคน โดยมีกลุ่มไม่ตัดสินใจ 16% (มี margin of error +/- 4%) ผลดังกล่าวใกล้เคียงกับโพลล์ของ CNN / Opinion Research Corporation ซึ่งเก็บข้อมูลช่วง 5-7 กันยายน พบว่า โอบามากับแม็คเคนได้คะแนนนิยมเท่ากันที่ 48% โดยมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจ 4% (มี margin of error +/- 3%) หรือโพลล์ของ American Research Group เก็บข้อมูลระหว่าง 30 สิงหาคม – 1 กันยายน แสดงให้เห็นว่า โอบามานำแม็คเคนอยู่ 49% ต่อ 43% เหลือกลุ่มไม่ตัดสินใจอีก 8% (มี margin of error +/- 3%) เป็นต้น

"สมชาย" ชีวิตนี้มีเพื่อใครกันแน่?

พูดถึงเรื่องหนี้สิน ถ้าเป็นหนี้น้อยๆ "ลูกหนี้" จะต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก แต่ถ้าเป็นหนี้มากๆ คนที่ต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผากคือ "เจ้าหนี้" เพราะกลัวลูกหนี้จะชักดาบ หรือชักแหง็กๆ ไปเสียก่อน อย่างเหตุการณ์ "วิกฤติการเงิน" ในสหรัฐตอนนี้ คนที่นอนสะดุ้งจนเรือนไหวไม่ใช่สหรัฐหรอกครับ แต่เป็น ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้-ไต้หวัน! ประเทศเหล่านี้แหละเป็น "มหาเศรษฐี" ตัวจริงของโลก ค้าขายร่ำรวยจนมีดอลลาร์มากกว่าสหรัฐที่พิมพ์ดอลลาร์ได้เองแท้ๆ ก็ยังมีกิน-มีเก็บไม่เท่า รวยมากเท่าไหร่ ก็เอากลับไปให้สหรัฐกู้มากเท่านั้น เอาไปลงทุน เอาไปซื้อทรัพย์สิน เอาไปซื้อพันธบัตร จนได้ชื่อ "คู่ค้า" ที่พัฒนาขึ้นเป็น "เจ้าหนี้รายใหญ่" ของสหรัฐ พอสหรัฐเจ๊ง ลูกหนี้ไม่เดือดร้อนเท่าบรรดาเจ้าหนี้ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ในขณะที่คองเกรสเล่นเกม "แบล็กเมล์เจ้าหนี้" ก็ต้องควักเงินเลี้ยงระบบเกือบทุกวัน ผิดกับจีนที่ "เก็บอาการ" เก่งกว่า! นี่ถ้าผมมีเงินเหลือใช้ซักแสน-สองแสนล้านเหรียญยูเอส จะไล่ซื้อกิจการเลห์แมน บราเธอร์ส เจ.พี.มอร์แกน โกลด์แมน แซคส์ มอร์แกน สแตนเลย์ เก็บเอาไว้ดูเล่นโก้ๆ เพราะอะไรน่ะหรือครับ? ก็เพราะผมวัดใจได้น้ำหนักลงตัวแล้วว่า หัวเด็ด-ตีนกุดอย่างไร สหรัฐต้องไม่ยอมให้สถาบันการเงินเหล่านี้ล้มหายตายจากแน่นอน ถ้าปล่อยให้สถาบันการเงินเหล่านี้ล้ม ก็เท่ากับ เฟด หรือ "ธนาคารกลางสหรัฐ" ล้ม!!

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฝรั่งเศสเพื่อการปฏิรูปการเมือง : คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ

การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2551 มีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจทั้งในแง่ทฤษฎีและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งเป็นประเด็นที่มีข้อเสนอมานานหลายปี แต่เพิ่งมาประสบความสำเร็จในครั้งนี้ นั่นคือ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ประชุมใหญ่รัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ที่มาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ และการนำระบบควบคุมความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของรัฐบัญญัติภายหลังที่รัฐบัญญัติมีผลใช้บังคับมาใช้ในระบบกฎหมายฝรั่งเศส ประเด็นแรก ที่มาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เดิมรัฐธรรมนูญมาตรา 56 กำหนดให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบไปด้วยตุลาการ 9 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 9 ปี และไม่อาจกลับมาดำรงตำแหน่งใหม่ได้ ทุก 3 ปีจะมีการเปลี่ยนตุลาการ 3 คน ตุลาการทั้ง 9 คนมีที่มาจาก 3 ทาง 3 คนมาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี 3 คนมาจากการแต่งตั้งของประธานสภาผู้แทนราษฎร และอีก 3 คนมาจากการแต่งตั้งของประธานวุฒิสภา นอกจากนี้รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้อดีตประธานาธิบดีทุกคน ดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญตลอดชีวิตอีกด้วย อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ อดีตประธานาธิบดีจะไม่เข้าร่วมประชุมและลงมติวินิจฉัยคดี อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงตำแหน่งทางเกียรติยศเท่านั้น

อะไรคือ "ใหม่" เพื่อศตวรรษไทย?

ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งก็เป็น "ส่วนหนึ่ง" ของโลก ตอนนี้เหมือนเครื่องบินเจอมรสุมกลางฟ้า แถมเครื่องยนต์ก็ขัดข้อง กำลังอยู่ระหว่างการนำเครื่องลงฉุกเฉิน ทุกคนต้องรัดเข็มขัด และสวดมนต์ตามศาสนาใคร-ศาสนามัน รอดหรือไม่รอด ฝากไว้กับฝีมือกัปตัน และดวงของแต่ละคนก็แล้วกัน! ถามว่า "ควรตื่นเต้น-ตกใจมั้ย?" คำตอบก็คือ ใครตื่นเต้น-ตกใจก่อน ก็ตายก่อน ใครมีสติควบคุมปัญหา และแก้ปัญหาไปตามอาการ คนนั้นจะยืนอยู่เหนือปัญหา และมีชีวิตอยู่ได้ตามเหตุปัจจัย สถาบันการเงินสหรัฐล้ม ตอนนี้ก็ลามสู่ยุโรป สู่กลุ่มประเทศ จี-๘ สู่เอเชีย และสุดท้ายพิษก็จะแพร่กระจายไปทั่วทุกประเทศในโลก มาก-น้อยขึ้นอยู่กับความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ ประเทศไหน หรือธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันการเงินอันเป็น "ศูนย์กลาง" ของระบบที่ล้มละลาย ก็ต้องรับผลกระทบแรงหน่อย ส่วนประเทศไหน หรือธุรกิจไหนที่ไม่มีวงจรสัมพันธ์โดยตรง ก็คงรับผลแค่แรงกระเพื่อมเท่านั้น

เอาอุทยานฯคืนมา เอานักการเมืองออกไป

"พี่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบธรรมชาติ ชอบเที่ยวป่า" คุณอนงค์วรรณ เทพสุทิน ตอบคำถามนักข่าวเรื่องวิสัยทัศน์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของตนเอง เมื่อแรกเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเมื่อเจ็ดเดือนก่อน เจ็ดเดือนผ่านไป มีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า กลุ่มคนรักอุทยานฯได้ร่วมกันลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าว 4,500 ชื่อ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อกรณีการเปิดอุทยานแห่งชาติให้เอกชนเช่าต่อรัฐมนตรีท่านนี้ อันที่จริง แนวคิดในการเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เมื่อสิบกว่าปีก่อน เมื่อครั้งนายสาวิต โพธิวิหค เป็นรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย ก็ได้มีการผลักดันให้มีการอนุมัติให้เอกชนเช่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี รัฐบาลสมัยคุณอานันท์ ปันยารชุน ได้สั่งรื้อถอนโรงแรมของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มานานนับสิบปีออกไป เพราะพิสูจน์ได้ว่าโรงแรมแห่งนี้สร้างปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าด้านมลภาวะ น้ำเสีย ขยะ การลักลอบตัดไม้ ทำลายป่า และการล่าสัตว์ป่ามาอย่างยาวนาน