เมื่อการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาถึงคราวล้างไพ่

เอกสารข่าวฉบับที่ 23 (ธันวาคม 2551)

- สิทธิกร นิพภยะ -


ไม่ว่าความล้มเหลวของการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2551 จะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุใดก็ตาม หรือจะส่งผลกระทบต่อระบบการค้าโลกหรือไม่ ประการใด แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮายังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นการเจรจาอีกครั้ง ภายหลังการหยุดพักประจำปีขององค์การการค้าโลก ตลอดเดือนสิงหาคม เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากอาจกล่าวได้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงชนิด ‘ล้างไพ่’

แม้การเปลี่ยนแปลงของการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาแบบล้างไพ่นี้ไม่ถึงขนาดยก เครื่องประเด็นการเจรจา แต่ก็มีผลต่อการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาไม่น้อย เนื่องจากผู้แทนการเจรจาของกลุ่มประเทศแกนหลัก ทั้งระดับการเมืองและระดับผู้แทนประจำองค์การการค้าโลก (กำลังจะ) เปลี่ยนหน้าไป

แม้ว่ากระบวนการเจรจาขององค์การการค้าโลก โดยเฉพาะกระบวนการเจรจาที่จำกัดเฉพาะบางประเทศ ทั้งการเจรจาแบบกรีนรูม (Green Room) และการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการของประเทศแกนนำการเจรจา 4 ประเทศ (G-4) คือ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป บราซิล และอินเดีย ถูกโจมตีว่า เป็นกระบวนการเจรจาที่ขัดต่อหลักการธรรมาภิบาลคือ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และความรับผิด แต่กระบวนการเจรจาเช่นนี้ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนการเจรจา อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่องค์การการค้าโลกเริ่มกลับมาเริ่มต้นการเจรจากันอีกครั้ง ผู้แทนการเจรจาในระดับการเมืองได้เปลี่ยนหน้าไป (รวมถึงกำลังจะเปลี่ยนหน้า) อย่างน้อยที่สุด 3 ใน 4 คนของผู้แทนการเจรจาระดับการเมืองของกลุ่ม G-4

ไม่เพียงแต่นาง Catherine Ashton เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการการค้าแห่งสภาพยุโรป แทนนาย Peter Mandelson ที่ได้ลาออกไปเพื่อรับตำแหน่งในรัฐบาลนาย Gordon Brown เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2551 เท่านั้น ผู้แทนการเจรจาของสหรัฐอเมริกาและอินเดียก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง การชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของนาย Barack Obama เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 อาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้แทนการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา ส่วนอินเดียเองก็จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในต้นปี 2552 ภายหลังการเลือกตั้งดังกล่าว ผู้แทนการเจรจาของสหรัฐอเมริกาและอินเดียอาจไม่ใช่นาง Susan Schwab และนาย Kamol Nath อีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงผู้แทนการเจรจามิได้จำกัด เฉพาะในระดับการเมือง (รัฐมนตรี) เท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ยังขยายรวมถึงการเปลี่ยนแปลงประธานกลุ่มการเจรจาอีกด้วย โดยเฉพาะประธานกลุ่มการเจรจาหลัก ทั้งประธานกลุ่มการเจรจาเรื่องการเกษตรและประธานกลุ่มการเจรจาเรื่องการเข้า ถึงตลาดสินค้าที่มิใช่สินค้าเกษตร (NAMA)

นาย Luzius Wasescha ผู้แทนจากสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มการเจรจาเรื่อง NAMA แทน นาย Don Stephenson ผู้แทนจากแคนาดา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เช่นเดียวกัน นาย Crawford Falconer ผู้แทนจากนิวซีแลนด์ ซึ่งดำรงประธานกลุ่มการเจรจาการเกษตรมาอย่างยาวนาน กำลังจะกลับไปรับตำแหน่งทางการเมืองที่นิวซีแลนด์ในเดือนธันวาคม 2551

แม้ว่ายากที่จะประเมินได้ว่า การเปลี่ยนแปลงคณะผู้แทนการเจรจาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้า พหุภาคีรอบโดฮาอย่างไร แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อการเจรจา อย่างน้อย 2 ประการ

ประการแรกการเปลี่ยนแปลงผู้แทนการเจรจาในระดับการเมืองอาจส่งผลต่อจุดยืนและท่าทีของ ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนตัวผู้แทนการเจรจาของสหภาพยุโรป เนื่องจากตลอดระยะเวลาการเจรจาที่ผ่านมา นาย Peter Mandelson มีท่าทีและจุดยืนยอมรับข้อเรียกร้องเรื่องการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร ถึงแม้ว่าจะถูกฝรั่งเศสคัดค้านเสมอว่า ข้อเสนอการลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรของนาย Mandelson เกินกว่าอำนาจการเจรจาที่มี อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า นาง Catherine Ashton กรรมาธิการการค้าแห่งสหภาพยุโรปคนใหม่จะมีจุดยืนและท่าทีการเจรจาอย่างไร

ประการที่สอง การเปลี่ยนแปลงประธานกลุ่มการเจรจาก็ย่อมมีผลต่อการเจรจาเช่นกัน เนื่องจากประธานกลุ่มการเจรจาไม่เพียงแต่ทราบรายละเอียดประเด็นการเจรจาทาง ด้านเทคนิคแล้วยังมีสารสนเทศเกี่ยวกับจุดยืนและท่าทีการเจรจาของประเทศต่างๆ จากการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการตลอดระยะเวลาการเจรจาสารสนเทศเหล่านี้ทำ ให้ประธานกลุ่มเจรจาสามารถประเมินได้ว่า ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศยอมรับข้อเรียกร้องในแต่ละประเด็นได้มากน้อยแค่ไหน

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้แทนการเจรจาในครั้งนี้มิใช่ครั้งแรกของการเจรจาการค้า พหุภาคีรอบโดฮาตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมส่งผลต่อการเจรจาไม่ว่าทางหนึ่งหรือทางใดและยังคง เป็นประเด็นที่ต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาต่อไป


เอกสารข่าว WTO จัดทำโดย

โครงการจับกระแสองค์การการค้าโลก (WTO Watch)

ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)