Country of Origin Labeling: สลากบอกแหล่งกำเนิดสินค้า

เอกสารข่าวฉบับที่ 24 (ธันวาคม 2551)

- สมคิด พุทธศรี -


ผู้บริโภคอเมริกันจักต้องพบ ‘ความแปลกใหม่’ ในการเลือกซื้อสินค้าขั้นปฐม 4 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จำพวกเนื้อสัตว์ สินค้าประมง สินคาเกษตรที่เน่าเสียได้ (อาทิ ผัก ผลไม้) และถั่ว เมื่อกฎหมายใหม่ระบุให้ผู้ผลิตและผู้ขายต้องแปะ ‘สลากบอกแหล่งกำเนิดสินค้า’ หรือ ‘COOL’ (Country of Origin Labeling) ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ของตน โดยกฎหมายดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2551 เป็นต้นไป

‘การแปะสลากบอกแหล่งกำเนิดสินค้า’ หรือ ‘COOL’ เป็นกฎระเบียบภายใต้ Farm Security and Rural Investment Act of 2002 โดย COOL จะ ทำหน้าที่บอกข้อมูลข่าวสารแก่บริโภคว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศใด ทั้งนี้หากกระบวนการผลิตสินค้านั้นเกิดขึ้นในหลายประเทศรายละเอียดจะต้อง ระบุให้ครบถ้วนด้วยเช่นกัน

การผลักดันให้มีการบังคับใช้ COOL ต้อง เผชิญกับความยากลำบากและใช้เวลาไม่น้อย อันที่จริง รัฐสภาอเมริกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2545 และมีกำหนดการบังคับใช้ในปี 2547 แต่แล้วการบังคับใช้ก็มิอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อบรรษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารต่างพากันอ้างว่า กฎหมายฉบับนี้สร้างภาระต้นทุนที่สูงเกินไปสำหรับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งรัฐสภาและรัฐบาลไม่อาจทานแรงกดดันทางการเมืองของกลุ่มผลประโยชน์ใน อุตสาหกรรมอาหาร ถึงขนาดที่กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (US Department of Agriculture) ต้องออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการต่อต้านกฎหมายฉบับนี้พร้อมข้อมูลสนับ สนุนว่า การบังคับใช้ Cool จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมอาหารกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์อเมริกัน เช่นนั้นแล้วจึงมิใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ในปี 2547 รัฐสภาอเมริกันจะมีมติให้เลื่อนการบังคับใช้ออกไปเป็นปี 2550 และเมื่อครั้นมาถึงกำหนดในปี 2550 รัฐสภาก็เลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีกครั้ง

สถานการณ์เริ่มแปรเปลี่ยนไป เมื่อมีการระบาดของโรค ‘วัวบ้า’ มีการสั่งเก็บคืนเนื้อวัวที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคคืนจากท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ปรากฏการณ์ข้างต้นก่อให้กระแสความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารเพิ่ม มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด สมาชิกรัฐสภาอเมริกันจึงเริ่มทบทวนท่าทีต่อ COOL ใหม่อีกครั้ง

ฝ่ายให้ผู้ที่สนับสนุน COOL ให้ เหตุผลว่า ผู้บริโภคที่ได้รับข้อมูลข่าวสารย่อมสามารถตัดสินใจหลีกเลี่ยงสินค้าที่มา จากแหล่งกำเนิดสินค้าที่ตนเชื่อว่าไม่ปลอดภัยได้ นอกจากนี้สลากยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่มีรสนิยมแบบ ‘ชาตินิยม’ อันจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสัญชาติอเมริกันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อโต้แย้งบางประการต่อการประกาศบังคับใช้ COOL โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อที่ว่า การบังคับใช้ COOL ภาวะ ที่ผู้บริโภคตื่นตระหนกย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเนื้อวัวอเมริกันฉวย โอกาสแสวงหาส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มราคาเนื้อวัวที่เกินจริง ในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความหวาดกลัวเนื้อวัวต่างประเทศแก่ผู้บริโภค ในแง่นี้แล้ว ผู้บริโภคย่อมเป็นผู้ที่ได้รับผลเสียมากกว่าผลได้จากการประกาศใช้กฎหมาย

ประเด็นอื่นๆที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ ความชัดเจนของและความครอบคลุมภายใต้ COOL ในกรณีของความชัดเจน มีข้อกังขาว่า อะไรเป็นเกณฑ์ที่คอยกำหนดว่า สินค้าชนิดใดอยู่/ไม่อยู่ภายใต้การบังคับใช้ของ COOL ตัวอย่าง ที่ชัดเจนของปัญหาข้อนี้ คือ ความสับสนในกรณีการนำเข้าถั่วแช่แข็งบรรจุห่อและถั่วที่ผสมกับแครอทบรรจุห่อ เมื่อกฎหมายกำหนดว่า การนำเข้าถั่วแช่แข็งบรรจุห่อจักต้องกระทำภายใต้กฎระเบียบของ COOL แต่หากเป็นการนำเข้าถั่วที่ผสมกับแครอทบรรจุห่อ กฎหมายกลับละเว้นให้มิต้องกระทำภายใต้ COOL ความไม่ชัดเจนดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารเรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ส่วนในกรณีของความครอบคุลม มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า กระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกาพยายามที่จะทำให้ COOL ครอบคลุมสินค้าในระดับที่แคบที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาวะความปลอดภัยด้านอาหารที่สหรัฐอเมริกาเผชิญอยู่ในปัจจุบัน


เอกสารข่าว WTO จัดทำโดย

โครงการจับกระแสองค์การการค้าโลก (WTO Watch)

ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)