ระวังน้ำจะท่วมฟ้า-ปลาจะกินดาว

     ท่านว่าในระยะสัปดาห์มานี้ร้อนผิดปกติมั้ย  เหตุที่ถามเพราะผมไม่แน่ใจว่า  "ร้อนอยู่คนเดียว"  หรือคนอื่นก็รู้สึกว่าอากาศประเทศไทย  "ร้อนผิดปกติ"  เหมือนผม  เดี๋ยวนี้มาทำงานตอนบ่ายๆ  ผมคว้าเสื้อได้ก็พาดบ่าเดินโทงๆ  ขึ้นรถออกจากบ้านเลย  นั่งจนตัวเย็นเป็นไอติมแล้วนั่นแหละค่อยสวม  บางคนเขาก็ทักว่า  "สงสัยไฟธาตุจะแตก"  แต่ผมลองเลียบเคียงถามหลายๆ  คนแล้ว  เขาก็ร้อง  "เออเนอะ...มันร้อนจริงๆ"!

     ความจริง  เมืองไทยมันก็ร้อนของมันเป็นปกติอยู่แล้ว  แต่ผมไม่เคยไปสัมผัสความร้อนประเทศอื่น   ก็เลยแยกไม่ออก-บอกไม่ถูกว่า  ร้อนของเมืองไทย  กับร้อนของเมืองอื่น  มันเป็น  "ความร้อน"  ที่เหมือนกัน  หรือร้อนเหมือนกัน  แต่แตกต่างกัน?

     จนกระทั่งผมไปดูไบ  ซึ่งไม่เห็นใบอะไรเลย  นอกจากทราย  และนายใหญ่ก็ไม่เห็น  คือมันนานมาแล้ว  นั่นแหละครับถึงได้รู้ถึง  "ร้อนที่แตกต่าง"  ระหว่างร้อนชื้นแฉะของเมืองไทย  กับร้อนแห้งแล้งของประเทศในทะเลทรายอย่างดูไบ  มันร้อนเหมือนเข้าเตาไมโครเวฟ  น้ำในเนื้อ-ในตัวจะถูกบิดจนแห้ง

     เวลาหายใจเหมือนสูดเอาใบมีดโกนยิลเลตต์เข้าไปกรีดกลางกระหม่อม!

     ผมก็เลยบอกท่านได้ว่า  อากาศในระยะนี้ของบ้านเราคล้ายๆ  อากาศในทะเลทราย  มันร้อนเผาไอน้ำในอากาศจนแห้ง  และอากาศที่แล้งน้ำนั่นแหละเกิดสภาพเบาบางยกกำลังสิบ  ที่เราได้ยิน  ฟ้าร้อง-ฟ้าแลบ-ฟ้าผ่า  ด้วยลีลาและสำนวนชวนหวาดหวั่นพรั่นพรึง  แต่ละครั้งครืนครั่นยาวนานต่อเนื่องหลายระยะนั้น

     ไม่ใช่สัญญาณอาเพศ-อาถรรพณ์อะไรหรอกครับ  สภาพเบาบางยกกำลังสิบนั่นแหละ  เมื่อเจอกับอากาศคนละชั้นบรรยากาศสภาพฝนซู่ซ่า  ประกอบฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ  ผิดปกติอย่างตอนเย็นวานนี้  (๒๗  ส.ค.๕๒)  จึงเกิดขึ้นบ่อยเป็นธรรมดา

     แต่เดี๋ยวนี้  คนไทยด้วยกัน  อยู่กรุงเทพฯ  ด้วยกัน  พูดเรื่องเดียวกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ  เพราะฝนฟ้าทุกวันนี้ท่านก็  Change  เหมือนกัน  สมมุติฝนตกหนัก  ฟ้าผ่าเปรี้ยงๆ  แถวคลองเตย  แต่คนอยู่แถวราชประสงค์  หรือสนามหลวง  แดดแจ๋  ร้อนหัวจะแตก!

     นั่นก็ยังพูดได้ว่าสถานที่ห่างกัน  เอาที่เห็นจะจะลูกตา  ขึ้นรถบนทางด่วนไปดินแดง  ฝนตกซู่ๆ  จนที่ปัดน้ำฝนปัดแทบไม่ทัน  แต่แหงะไปดูทางด่วนคู่ขนานที่จะไปทางบางนา....ไม่มีฝนซักเม็ด

     ดูซี...ฝนก็ยังเลือกข้าง  นับประสาอะไรกะคน!?

     เรื่องฝน-เรื่องน้ำนี่  ผมอยากจะบอกว่า  "ไม่ใช่เรื่องไกลตัว"  ของพวกเราอีกต่อไปแล้ว  ต้องหันมาจับตาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ  เพราะต่อจากนี้  ในระยะเวลาที่ใกล้มาก  น้ำจะไม่มาในลักษณะ  "เรื่อยๆ  มาเรียงๆ"  หรอกครับ  แต่จะมาฉับพลันทันด่วนในลักษณะ

     "น้ำพุพุ่งซ่าน  ไหลมาฉาดฉาน  มันไหลจอกโครมจอกโครม  มันดังจ้อกจ้อก..จ้อกจ้อก..โครมโครม"  อย่างเพลงเขมรไทรโยค  ที่  "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์"  ทรงประพันธ์ไว้นั่นเชียว

     ไม่ใช่ให้กลัว  "เขื่อนแตก"  ที่เมืองกาญจนบุรีหรอก  มันเป็นเรื่องของคนท้องอืด-ท้องเฟ้อเขาพูดกัน  แต่ผมอยากให้สังเกตกันว่า  ตั้งแต่ต้นปีมา  พื้นที่โลกหลายๆ  แห่ง  ที่น้ำไม่ท่วม  ก็จะเกิดน้ำท่วม  ที่ไม่เคยแห้งแล้ง  ก็จะแห้งแล้ง  ที่ฝนเคยตกต้องตามฤดูกาล  ฝนก็จะหมดประจำเดือนไปเลย!

     วันก่อน  น้ำท่วมประเทศมองโกเลีย  อยู่ในย่านที่ราบไซบีเรีย  คาบเกี่ยวเขตพื้นที่จีนกับรัสเซีย  ใครจะคิดว่าน้ำจะท่วมไซบีเรียได้  เท่าที่เคยไปเห็นพื้นสภาพด้วยลูกตา  นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าน้ำจะท่วมได้  แล้ววันนี้  ชาวเมืองอูลานบาตอร์ก็ต้องจมน้ำต๋อมแต๋ม!

     กรีซ-อเมริกา-อิตาลี-ออสเตรเลีย  และอีกหลายประเทศ  มันแห้งจนไฟป่าเผาไปวอดวายมหาวินาศ  เม็กซิโก-บราซิล  ทั้งข้าวโพด  ทั้งอ้อย  ทั้งสัตว์เลี้ยง  "ไม่มีน้ำซักหยด"  มารดราก  และลิ้น

     "เอลนิโญ"  สำแดงเดชแล้ว  น้ำแถบเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกำลังถูก  "ภาวะโลกร้อน"  เผาจนกลายเป็นมหาสมุทรน้ำเดือดบนเตาไฟไปแล้ว  เป็นผลให้สภาพดินฟ้าอากาศทั่วโลกแปรปรวน  สิ่งที่จะเกิดเป็นรูปธรรมให้เห็นด้วยตา  จับต้องได้  "ด้วยชีวิต"  เรียกกันในคำรวมว่า

     "ภัยธรรมชาติ"!?

     มันมาแน่  และมันมาแล้ว  ถ้าพูดในมุมบวก  บนความเห็นแก่ชาติตัวเองนิดหน่อย  ผมก็อยากจะบอกว่า  "พี่น้องเกษตรกรไทยเรา  เตรียมตัวรวยกันแต่เนิ่นๆ  เถอะครับ"

     เพราะในความวิบัติ-ยับเยินจาก  "ภัยธรรมชาติ"  บนภาวะเอลนิโญ  การผลิตอาหารทั่วโลก  โดยเฉพาะการเพาะปลูกจะพบอุปสรรค

     ส่วนไทยเรา  ถึงแม้จะหนีจากภัยเอลนิโญไม่พ้น  แต่ในความล้นพ้นเหลือเฟือ  เสียแล้วยังเหลือกิน-เหลือใช้  พร้อมขาย  พร้อมแจกจ่ายประเทศอดอยากทั่วโลก

     ตั้งสติให้ดี  อย่ามีรัฐบาลโง่  รัฐมนตรีงั่ง  และข้าราชการฝังเขี้ยว  เท่านั้นแหละ  พี่น้องเกษตรไทยจะหน้าใสกันถ้วนหน้า  เลิกพูด  เลิกสนใจ  เลิกรอกินก๋วยเตี๋ยวฟรีจาก  "แม้ว-ขี้โม้"  ที่เอาน้ำตาลกรวดมาถ่ายรูปโชว์เป็น  "เพชรเหมืองแม้ว"

     เก็บเอาไปทำกระพรวนปลอกคอ  ๓  เกลอหัวขวดเขาเถอะ!

     มาพูดถึงมุมลบที่ไทยเราอาจต้องได้รับบ้าง  จากเอลนิโญ  ฝนที่เคยตก-ฝนจะแล้ง,  จากที่น้ำไม่ท่วม-จะมิดหลังคา  ฉะนั้น  นับจากนี้ไป  อย่ามัวสนุกกับงานจ๊อบรับจ้างใส่เสื้อสี  ตีตีนตบอยู่เลย  ในภาคเหนือ-ภาคอีสาน  เพื่อความไม่ประมาท  เตรียมการรับมือทั้งจากพายุฝน  และทั้งจาก...น้ำโขง

     สำหรับพี่น้องทางภาคใต้  ไม่ต้องพูดถึง  หลายจังหวัดจมฝน-จมน้ำตามฤดูกาลอยู่แล้วในเวลานี้  ห่วงแต่พี่น้องอีสานและเหนือเท่านั้น  ผมไม่บอกให้เลิกบูชาแม้วหรอก  แต่อยากจะบอกว่า  เก็บรักทักษิณไว้ชั่วคราว  แล้วหันมารักตัวเอง  รักครอบครัวตัวเอง  รักสมบัติข้าวของตัวเองก่อน

     เพราะ  "ภัยจากน้ำ"  มันมาแน่!

     ลองน้ำท่วมมองโกเลีย  ผมว่าในบางมณฑลของจีนยากจะหนีวิกฤติน้ำท่วมใหญ่  ผมก็เลยหวั่นใจถึงประเทศริมฝั่งโขง  อย่าง  ลาว-เขมร-ญวน  นั่นก็เรื่องเขา  แต่เรื่องเรา  คือประเทศไทยเรา  โดยเฉพาะทางเหนือที่เชียงราย  และทางอีสานตลอดรายทางที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน  ผมกลัวว่า  จีนจะปล่อยน้ำจากเขื่อนตอนบนบ่าท้นลงมาท่วมทับพื้นที่ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างอย่างไทยเราด้วยนี่ซี

     ผมถึงว่า  ถ้าน้ำมาเที่ยวนี้ละก็  จะมาแบบ  จ้อกโครม...จ้อกโครม  เลยทีเดียว  ไม่มาแบบหวานซึ้ง  "สุขจริง  อิงกระแสธารา"  แน่ๆ!

     เพราะท่านต้องทราบนะครับว่า  เวลานี้จีนได้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ  นอกจากสร้างเขื่อนกั้นกระแสน้ำตามลำน้ำต่างๆ   แล้ว  ยังให้สัมปทานเอกชนสร้าง  "เขื่อนแม่น้ำหลานซาง"  ประกอบด้วยเขื่อนต่างๆ  ๘  เขื่อน  "กั้นแม่น้ำโขง"  จากจำนวนทั้งหมด  ๑๕  เขื่อน  เสร็จไปแล้ว  ๒-๓  เขื่อน  คือเขื่อนมานวาน  เขื่อนต้าเจ้าซัน  และเขื่อนจิงหง

     เขื่อนจิงหงนี่  คิดว่าคุ้นชื่อกันดี  เพราะกั้นแม่น้ำโขงอยู่เหนือเชียงรุ่ง  สิบสองปันนา  ในเขตมณฑลยูนนานนี่เอง  ใกล้กับบ้านเรามาก  ตอนนี้เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว

     ที่กำลังสร้าง  และกำลังจะเสร็จคือ  "เขื่อนเซี่ยวหวาน"  ซึ่งใหญ่โตมโหระทึกจริงๆ  ใครที่ยังไม่เคยกินปลาบึก  ไม่เคยกินไค  หรือสาหร่ายน้ำจืด  ก็รีบๆ  หากินซะ  เพราะอีกไม่ช้า-ไม่นาน  ด้วยบทบาท  "จีนทดน้ำโขง"  จะเปลี่ยนระบบนิเวศ  และวิถีผู้คนสองฝั่งโขงนี้ไปจนหมด  ไม่ว่าคนไทย  คนลาว  คนพม่า  คนญวน  และคนเขมร

     "โตนเลสาป"  ของเขมรที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์น่ะ  เมื่อโครงการเขื่อนหลานซางนี้เสร็จหมด  มีหวังจะค่อยๆ  เปลี่ยนสภาพเป็นทะเลทรายทีละน้อย...ทีละน้อย  เพราะเขื่อนนี้จะควบคุมปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงไว้ทั้งหมดแต่ผู้เดียว!

     น้ำน้อยก็กัก  ใครอยู่ท้ายน้ำก็อดแห้ง-อดแล้ง  น้ำล้นก็ปล่อย  ใครอยู่ท้ายน้ำก็จมน้ำท่วมหัว-ท่วมหู   นี่แหละ  ผมจึงอยากให้ระวังกันไว้  เพราะสังเกตว่าน้ำมันจะมาเกินความต้องการ  จีนก็จะเปิดเขื่อนระบายน้ำเอาตัวรอด  แล้วพวกประเทศท้ายเขื่อนอย่างเรา  เชียงราย-เหนือ,  หนองคาย-อีสาน  เป็นต้น

     มันจะจมน้ำป๋อมแป๋มเอาน่ะนา  ถ้าภาวะเอลนิโญแผลงฤทธิ์ใส่จีน!?
 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 สิงหาคม 2552