วัฒนธรรม "ตบเท้า" ของคนในกองทัพ

    วันนี้-วันแม่ที่  ๑๒  สิงหา  นะครับ  "หยุดวันเดียว"  แล้วแม่จะพาลูก-ลูกจะพาแม่ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างล่ะ  เที่ยวพอหอมปาก-หอมคอ  แล้วก็กลับบ้านเป็นดีที่สุด  เพราะหลังจากวันนี้ไป  ต้องระวังอุณหภูมิจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเครียดเคร่งกันไว้บ้าง  สำหรับท่านนายกฯ  อภิสิทธิ์  ผมจะซื้อหมวกกับเสื้อฝนไปให้ก็เกรงไม่ต้องรสนิยม  เอาเป็นว่าจะทำอะไร  จะไปไหน-มาไหน  ก็อย่าให้ฝนเปียก

     เพราะ  "ฝนเขียว"  เชื้อมันแรง  ร่างกายแข็งแรงก็ดีไป  แต่ถ้าอ่อนแอเมื่อไหร่  เจ้าหวัดในละอองฝนเขียวมันจะโจมตีทันที!

     ดูอย่างผมเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา  แค่เจอฝอยๆ  ฝนพลเรือนเข้าหน่อยเดียว  รุ่งเช้ากระฟืดกระฟาด  ทั้งไอ  ทั้งหายใจไม่ออก  เพราะน้ำมูกไม่รู้มาจากไหน  ไหลเป็นตังเม  นี่ขนาดละอองฝนธรรมดาๆ  ยังขนาดนี้  แล้วถ้าเป็นละอองฝนเขียว  มันจะขนาดไหน?

     ท่านรองนายกฯ  สุเทพก็ช่วยดูแลนายกฯ  อภิสิทธิ์ท่านด้วย  หาร่ม-หายามาสร้างภูมิคุ้มกันไว้บ้าง  ฝนฟ้าอย่างนี้ประมาทไม่ได้  ลองใครป่วยซะคน  มันจะพากันป่นไปด้วยกันทั้งคู่

     บ้านเมืองช่วงนี้เป็นไรก็ไม่รู้  ตื่นเช้าขึ้นมาก็มีแต่สารพัดข่าวในทางชวนให้ตกอก-ตกใจ  จะปลด  ผบ.ตร.บ้าง  จะปลด  ผบ.ทบ.บ้าง  รัฐมนตรีกลาโหมไม่พอใจน้องชายถูกส่งไปปฏิบัติราชการ  ๓  จังหวัดใต้บ้าง  ตำรวจ-ทหารร่วมรุ่นตบเท้าให้กำลังใจ  ผบ.ตร.บ้าง  ผมมานั่งไล่เรียงดูแล้วก็นึกชมในใจว่า

     "เออ...เจ้ากรมข่าวลือนี่  มันช่างเข้าใจ"  เจาะยาง  "รัฐบาล"!

     ทหารไม่พอใจรัฐบาล  จะปฏิวัติน่ะ  เลิกคิด-เลิกพูดกันไปได้เลย  ไม่ใช่เพราะหมดยุค-หมดสมัย  ไม่มีใครคิดทำอีกหรอก  แต่เพราะถ้าทหารคนไหนกล้าปฏิวัติอีกทีละก็

     คราวนี้แหละ  จะได้รู้แก่ใจซะทีว่า  "ประชาชน-มีจริง"!?

     เรื่องข่าวปลด  ผบ.ตร.หรือปลด  ผบ.ทบ.นั้น  มันก็พูดใส่ฟืน-ใส่ไฟกันไป  แต่เป็นเรื่องง่ายๆ  ที่เราๆ  ท่านๆ  ทุกคนพอจะวินิจฉัยกันได้  โดยไม่ต้องรอให้นายกฯ  หรือใครๆ  ในรัฐบาลมาปฏิเสธ  ในกรณี  พล.ต.อ.พัชรวาท  วงษ์สุวรรณ  น่ะ  ถ้าเป็นนายกฯ  สมัคร  หรือนายกฯ  สมชาย  เขาปลดไปนานแล้ว  แต่เป็นนายกฯ  อภิสิทธิ์เขาจึงไม่ปลด  ใช้วิธี  "บริหารปัญหา"  แทน

     ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปปลด-ไปย้ายในช่วงเวลาที่เหลืออีกเดือนกว่าก็จะเกษียณ?

     ฉะนั้น  ข่าวปลด-ข่าวย้าย  ผบ.ตร.ตัดประเด็นทิ้งไปได้  ไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง!

     ส่วนข่าวจะปลด  ผบ.ทบ."พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา"  ผมว่ายิ่งเป็นข่าวปัญญาอ่อนแห่งยุคเลยทีเดียว  ไม่ต้องพูดด้วยข้อมูลลึกอะไรหรอก  เอาแค่ความจริงพื้นฐานก็เห็นชัดว่า  "คนปล่อยข่าวบ้องตื้น"

     จะย้ายไปไหน  ในเมื่อตุลานี้  ไม่มีตำแหน่งไหนที่สูงขึ้นไปในกองทัพว่างเลย  ถ้าพูดถึงย้ายพลเอกอนุพงษ์จริงๆ  ในตอนนี้  มีตำแหน่งเดียวเท่านั้นที่พลเอกอนุพงษ์จะย้ายไปได้  คือ

     ตำแหน่ง  "นายกรัฐมนตรี"!?

     ฉะนั้น  ข่าวลือปลด  ผบ.ทบ.นี้  เป็นข่าวโดเมอึ!

     ส่วนที่  พล.ต.อ.พัชรวาท  ในฐานะ  ผบ.ตร.และอีกไม่กี่วันก็จะเกษียณ  ผมถือว่าเป็นเกียรติสูงสุดทั้งของตัวท่าน  และของสถาบันตำรวจที่  "ผู้บังคับบัญชาสูงสุด"  มาปฏิบัติหน้าที่เป็นการอำลาราชการด้วยภารกิจเคียงบ่า-เคียงไหล่ลูกน้องในสนามงาน  ๓  จังหวัดภาคใต้

     สถานการณ์  ๓  จังหวัดภาคใต้เวลานี้  เขานินทากันว่า  "ไอ้เณรมาตาย-ส่วนนายมารวย"  เขาหมายความว่าอย่างไรผมก็ไม่ทราบ  ฉะนั้น  ในส่วนของตำรวจ  การที่  ผบ.ตร.ลงไปปฏิบัติหน้าที่  "ร่วมเป็น-ร่วมตาย"  อยู่กับลูกน้องถือเป็นการ  "ลบข้อครหา"  ไปในตัว

     แต่ทำไมเพื่อนนายตำรวจ  นายทหาร  และใครๆ  จึงมองเป็นความเลวร้ายในทำนองว่า  "ผบ.ตร.ถูกบังคับขับไสให้ลงไปเสี่ยงเป็น-เสี่ยงตายอยู่ในพื้นที่สีแดง"?

     พวกนายตำรวจ-นายทหาร  "ร่วมรุ่น"  กับ  พล.ต.อ.พัชรวาทเองก็คงนึกทำนองนั้น  เห็นการกินห้องแอร์-อยู่ห้องแอร์  เกาะเก้าอี้อยู่แต่ในกรุงเทพฯ  เป็นความเหมาะสมมากกว่าการไปปฏิบัติราชการใน  ๓  จังหวัดใต้  จึงตบเท้า  ยื่นพุง  เอาดอกไม้มาให้กำลังใจกันจนชาวบ้านเห็นแล้ว

     อดสูในใจ!

     แล้วยังพูดกันต่อด้วยนะ  เสี้ยมเขาให้ชนกันไปถึงว่า  "พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ"  รมว.กลาโหม  ผู้เป็นพี่ชาย  พล.ต.อ.พัชรวาท  ไม่พอใจที่นายกฯ  ให้น้องชายลงไปราชการอยู่ที่  ๓  จังหวัดใต้

     พอดีกับเมื่อวาน  (๑๑ ส.ค.๕๒)  เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่  ๖๔  ของพลเอกประวิตร  ปรากฏว่ามี  ผบ.ทั้ง  ๓  เหล่าทัพ  นำแม่ทัพ-นายกอง  "ตบเท้า"  เข้ามามอบกระเช้าอวยพรเป็นที่สะพรึ่บสะพรั่ง  ขนาดตอนจลาจล  เกิดเหตุฆ่าประชาชนกลางเมือง  ผบ.เหล่าทัพยังไม่เคยนำแม่ทัพ-นายกอง  พร้อมใจ  "ตบเท้า"  ออกมาแสดงพลังพิทักษ์เหมือนขนาดนี้

     ข่าวลือ-ข่าวปล่อย  ก็เลยเป็นที่ฮือฮาว่า  "๓  เหล่าทัพ"  ส่งซิก-เลือกข้างรัฐมนตรีกลาโหม  โชว์พลังให้นายกฯ  อภิสิทธิ์เห็น  ในทำนองว่า  "ทำกับน้องนาย  ลูกน้องนายก็เจ็บด้วย"!?

     ไปกันใหญ่เลย  เสี้ยมจนเกิดภาพว่า  กองทัพกับรัฐบาลกำลังเกิดศึกภายใน  ด้วยเหตุมาจาก  "เรื่องคนในครอบครัวนาย"  ซึ่งในข้อเท็จจริง  ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย  พลเอกประวิตรท่านเป็นผู้ใหญ่  ผมเชื่อ  ท่านย่อมไม่เอาเรื่องหยุมหยิมแค่  "ส่งน้องไปราชการใต้"  ขึ้นมาเป็นประเด็น

     การเอาครอบครัวมาเหนือประเทศ  นั่นต้องไม่ใช่ความคิด-ความเห็นของคนระดับรัฐมนตรีกลาโหมท่านนี้แน่นอน!

     สรุปแล้ว  สบายใจ-หายห่วงกันได้  แหม...ถ้าจะว่าไปแล้ว  รัฐบาลนี้  อยู่ภายใต้การทำคลอดของพลเอกประวิตรกับคณะทหารชุดนี้มิใช่หรือ  วันนี้ก็วันแม่  ไม่มีแม่-ไม่มีพ่อคนไหนหรอกครับที่คิดจะฆ่าลูก

     ยกเว้น  "ลูก-อภิสิทธิ์"  จะฆ่าตัวตายเอง!?

     ความจริงเรื่องขุนทหารตบเท้า  จะอวยพร  หรือจะแสดงพลังเพื่อ  "ใคร-คนใดคนหนึ่ง"  นั้น  ผมว่ามัน  "หมดยุค-หมดสมัย"  แล้ว  นายทหารในเครื่องแบบกองทัพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ควรจะตบเท้า-เข้าแถวในกาลที่สมควร  และเหมาะสมในสถานการณ์รวมอันคู่ควรกับศักดิ์ศรีสถาบัน

     ต้องไม่ใช่  เพื่อบุคคล  เพื่อพวก-เพื่อหมู่  พวกกู  พวกมึง!

     ในกรณีให้เกียรติ  ด้วยเคารพนับถือในผู้หลักผู้ใหญ่  ผู้บังคับบัญชา  ใครอยากไป-ก็ไป, ไม่อยากไป-ก็ไม่ต้องไป  ไม่ต้องเกณฑ์แม่ทัพ-นายกอง  "ในเครื่องแบบ"  ตบเท้าไปเข้าแถวกันอย่างนั้นหรอก  ผมเชื่อ...นายทหารบางคนเขาก็ไม่เห็นด้วยกับวัฒนธรรมพวกหมู่คร่ำครึเช่นนี้  แต่เพราะมีคำสั่งหรอก  ทหารจึงจำปฏิบัติ

     "การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง  ทหารไม่ยุ่ง"  ก็เคยพูดอย่างนั้นมิใช่หรือ  แล้วทำไมพอมีรัฐมนตรีกลาโหมท่านนี้  ทหารชักอยากจะยุ่งการเมืองขึ้นมาล่ะ?

     สังคมชาติเข้าสู่เส้นทางสายเปลี่ยนแล้ว  "ทหาร"  ก็เป็นยูนิตหนึ่งในความเป็น  "สังคมชาติ"  ฉะนั้น  เพื่อความเป็นบุคคลในกองทัพที่ไม่หลงยุค-หลงสมัย  จะต้องไม่ปฏิบัติ  ๒  มาตรฐานในการสวมเครื่องแบบตบเท้า

     เพื่อตัวบุคคล-ตบเท้าให้กำลังใจ

     เพื่อประชาชน-ทหารไม่ยุ่ง!

     ต้องเข้าใจนะครับ  ความเจ็บช้ำน้ำใจมันสอนให้ประชาชนเริ่มคิด-เริ่มมองแบบเพ่งพินิจมากขึ้น  จะก้าวสู่สังคมใหม่ร่วมกันในขณะที่  "ประชาชนคิดใหม่"  แต่บุคคลในกองทัพยัง  "คิดข่มประชาชน"  เหมือนเก่า  มันจะกลายเป็นตัวฉุดรั้งซึ่งกันและกัน  และนั่น...สังคมชาติจะลดหลั่นต่อท้าย  เขมร-ลาว-ญวน
 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12 สิงหาคม 2552