นานมากแล้วที่เราได้เขียนฉบับแรกสำหรับ Open Online แอบดีใจหลายครั้งที่บก.บอกว่ายังติดขัด ไม่สามารถเปิดตัวได้ จนในที่สุดก็เลยกำหนดของฉบับที่สองจนได้ ไม่มีข้อแก้ตัวแล้ว สำหรับฉบับแรกอยู่ในช่วงการสัมมนา ซึ่งเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ของ NGO สมัครเล่น ที่กลายมาเป็นงานจริงและงานประจำ ไหงมาอยู่ในวงการนี้ได้ ตอนแรกแค่อยากจะทำเท่านั้น อยากจะทำให้ได้ดี และฝันว่าวันหนึ่งจะมีคนเห็นสิ่งที่เราทำ สนับสนุนและส่งเสริมให้เราได้ทำ ตอนนี้ก็เดินทางไปหาฝัน หาทุนทำงานไปพลาง
จากโครงการมาเป็นสมาคมกรีนฟินส์
โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP มีความคิดริเริ่มโครงการนี้ขึ้นในแทบภูมิภาคเอเชียตะวันออก เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังเป็นนโยบายของภาครัฐ ในการนำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบโดยตรงที่มีต่อการใช้ทรัพยากร
ในประเทศไทยสถาบันวิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน ซึ่งขึ้นอยู่กับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต
ภารกิจหลัก: อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยมีหลักปฏิบัติและข้อกำหนดสำหรับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวดำน้ำ ในการประกอบธุรกิจและดำน้ำอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
วิธีการ: โครงการกรีนฟินส์จะใช้หลักปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการเป็นมาตรฐานในการรับรองว่าเขาได้ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยยี่ห้อกรีนฟินส์หรือออกประกาศนียบัตร หลังจากยินยอมเป็นสมาชิก เข้าร่วมโครงการ และยึดหลักปฏิบัติ ที่เรียกว่า CODE OF CONDUCT มีการอบรมให้เข้าใจถึงระบบนิเวศทางทะเล สิ่งควรทำ ไม่ควรทำ ยกตัวอย่างเช่น การไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวให้อาหารปลา เพราะเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมสัตว์ที่หากินตามธรรมชาติ ให้มาพึ่งอาหารที่นักท่องเที่ยวทานเหลือและโยนทิ้งในทะเล หรือนักท่องเที่ยวและไกด์ที่ชอบเลี้ยงขนมปังปลาเพื่อความบันเทิงแล้ว ปลาบางชนิด เช่น ปลานกแก้วหากินแบบครูดไถ โดยใช้จงอยปากที่เหมือนนกแก้ว แทะเล็มสาหร่ายที่เกาะอยู่บนซากปะการัง เป็นการเปิดพื้นที่ให้ปะการังอ่อนได้ลงเกาะ และมีโอกาสที่จะเติบโตเป็นแนวปะการังได้ต่อไป เศษอาหารที่เหลือจากการเลี้ยงปลาปะปนกับน้ำทะเลแนวปะการัง ทำให้ธาตุอาหารในน้ำอุดมสมบูรณ์เกินธรรมชาติ ก็เป็นการเร่งการเจริญเติบโตของสาหร่าย อัตราการเจริญเติบโตของสาหร่ายและปะการังเทียบกันไม่ได้ ก็เป็นการแย่งพื้นที่กันอีก เป็นต้น
สัตว์เมื่อได้รับอาหารจากมนุษย์จนเคยชิน บางครั้งก็ทำร้ายมนุษย์โดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ปลาไหลมอเรย์ที่นักดำน้ำคนหนึ่งชอบเอาไส้กรอกไปเลี้ยง กัดนิ้วโป้งเขาขาดเพราะหลงเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารโปรด หรือลิงที่เปลี่ยนพฤติกรรมเป็นดุร้าย คอยแย่งอาหารจากนักท่องเที่ยว
กิจกรรม: เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป และเด็กนักเรียน ตัวอย่างเช่น จัดนิทรรศการตามเทศการต่างๆ เก็บขยะชายหาด และดำน้ำเก็บขยะ อย่างในทุกวันเสาร์ที่สามของเดือนกันยายน เป็นวันเก็บขยะโลก หรือ International Coastal Cleanup Day เรามีจัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วม (ปุจฉา ให้ส่งคำยอดฮิตของโลก NGO มาที่ footprint_arkitec@yahoo.com ใครได้คำศัพท์มากที่สุด ตรงที่สุด จะมีรางวัลเป็นเสื้อยืดกรีนฟินส์ให้นะคะ)
ท้าวความเรื่องโครงการมาซะนาน เพิ่งจะเริ่มหัวข้อที่อยากจะเล่าฉบับนี้ สองเรื่องคือ หนึ่งเรื่องวิธีการออกประกาศนียบัตรความเป็นสีเขียว ว่าได้ผลหรือไม่ อย่างไร และโครงการภายในประเทศอะไรบ้าง ที่รณรงค์เรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวสีเขียว เรื่องที่สองคือ งานประชุมผู้ประสานงานกิจกรรมวันเก็บขยะโลก ซึ่งคงต้องไปเล่าในฉบับหน้า ตอนนี้ผู้เขียนอยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมประชุมที่ Washington DC วันที่ 25-27 มีนาคม 2552 โดยเป็นตัวแทนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่รับเป็นผู้ประสานงานประจำประเทศไทย
สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ หรือเรียกสั้นๆ ว่า IUCN ร่วมกับนักศึกษาภาควิชาการจัดการ มหาวิทยาลัย YALE UNIVERSITY, USA เข้ามาทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาหาวิธี หรือเครื่องมือในการประเมินผลโครงการ ที่รับรองมาตรฐาน โดยการออกประกาศนียบัตร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย สมาคมกรีนฟินส์เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีวิธีการในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยวดำน้ำ กรีนลีฟ หรือมูลนิธิใบไม้เขียวออกประกาศนียบัตรให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม โดยให้ระดับใบไม้หนึ่งถึงห้า ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงและได้รับเชิญมาร่วมประชุม คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นกระทรวงใหม่ตั้งขึ้นในยุครัฐบาลทักษิณ ให้โอนย้ายงานส่วนสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และสำนักทะเบียนธุระกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์มาขึ้นอยู่กับกระทรวง
ส่วนการตลาดและโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ยังขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ตกอยู่กับการทำการตลาด ไม่ใช่การการรณรงค์และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งหากนโยบายภาครัฐยังเป็นอย่างนี้ต่อไป จะมีโครงการ องค์กร หรือภาคส่วนไหน ที่จะเป็นเทวดาเนรมิตให้ผู้ประกอบการหันมาสนใจ หรือประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เปรียบเหมือนภาคการศึกษาของประเทศ ที่ไม่มีใครเคยให้ความสำคัญกับวิชาชีพครู ไม่มีรัฐบาลยุคไหนที่สนใจที่จะยกระดับมาตรฐานของครู ประเทศเราจึงพัฒนาแบบ “ทำอะไรแล้วได้เงินมาก ก็จะแห่กันไปทำ” “ใครมีโอกาสทำได้ก่อน ก็ต้องรีบฉวยโอกาสนั้น” จนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณี หลักปฏิบัติของคนไทยไป ช่วงยุคก่อนเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ผู้ประกอบการหลายภาคส่วนหันไปทำอสังหาริมทรัพย์และสร้างตึกเป็นของตัวเอง ป่าชายเลน นาข้าวถูกผันไปเป็นนากุ้ง ผืนป่าถูกบุกรุกและแปลงเป็นป่าสวนยาง สวนปาล์ม โรงแรม รีสอร์ทผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในแหล่งท่องเที่ยว คนนอกพื้นที่เข้าไปกว้านซื้อที่และสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว จนแทบจะไม่เหลือกลิ่นอายของท้องถิ่นนั้นๆ
คำถาม คือ สามารถทำการตลาดควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ได้หรือไม่ โดยอาจให้ความสำคัญเท่ากันหรือมากกว่าเพื่อความยั่งยืนของหม้อข้าวหม้อแกงใบนี้ ผู้เขียนมีคำตอบในใจว่าอยู่ที่ความพอเพียงของแต่ละคน ว่าไปแล้วก็คือจิตสำนึกของบุคคล เราพยายามหากุศโลบายในการหลอกหล่อ วิธีการออกมาตรฐานรับรองความเป็นสีเขียว ผู้ประกอบการจะได้อะไรจากการเข้าร่วมโครงการ อะไรเป็นแรงจูงใจขับเคลื่อนกระบวนการนี้ ได้ผลจริงแท้แค่ไหน หรือเป็นเพียงแค่เครื่องมือการตลาดอีก
โครงการแบบกรีนฟินส์ (ตีนกบเขียว) และกรีนลีฟ (ใบไม้สีเขียว) กำลังสร้างมาตรฐาน หรือทำ Branding ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงการ ขณะเดียวกับการสร้างมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการ สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่เริ่มทำงานซ้ำซ้อนกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยเปิดรับสมัครเข้ารับการตรวจรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยประเภทต่างๆดังนี้ ภัตตาคาร ร้านอาหาร / ผู้ประกอบการ Halal / ห้องน้ำสาธารณะ / เรือภัตตาคาร / เรือรับจ้างนำเที่ยว / ล่องแก่ง / เดินป่า / ปีนหน้าผา / ดำน้ำ / ดูนก / สินค้าอัญมณี / ของที่ระลึก โดยมีสัญลักษณ์เป็นรูปช้างชูวงเริงร่าประกอบลายประจำยาม (ลวดลายศิลปะไทย)
“มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย” ถือเป็นมาตรฐานหนึ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ให้มีคุณภาพเที่ยบเท่ามาตรฐานระดับสากล” ข้อกำหนดของมาตราฐานในแต่ละประเภทคืออะไร ทางสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวมีนโยบายในการสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนเป็นสีเขียวอย่างไร ซึ่งผู้เขียนจะต้องค้นหาต่อไป
สมาคมกรีนฟินส์อยู่ในระหว่างการพิจารณาผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่ม และกำลังปรับปรุง ทั้งวิธีการดำเนินการ วิธีการการประเมิณผล การออกประกาศนียบัตร หรือแม้กระทั่งให้ธงกับสมาชิกเพื่อติดบนเรือ คงพักไว้จนกว่าเราจะเห็นผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจแบบสีเขียวจริงๆ และผู้ประกอบการจะต้องเต็มใจในการร่วมโครงการมากกว่าที่ทางโครงการไปชักชวนให้เป็นสมาชิก สุดท้ายแล้วผู้บริโภค หรือนักท่องเที่ยวจะเลือกท่องเที่ยวและใช้บริการของผู้ประกอบการที่มีสัญลักษณ์ของกรีนฟินส์
ตอนนี้ภายในประเทศก็เริ่มมีมาตรฐานและโครงการในลักษณะนี้มากมาย เช่น
The Thailand Tourism Award ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ฉลากเขียว
มูลนิธิใบไม้เขียว
กรีนฟินส์
The Level 5 Label
Q Standard
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์
อุทยานแห่งชาติสีเขียว
The Seven Green Concepts
ชายหาดติดดาว
สถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ซึ่งล้วนแต่อยู่ในระดับสากล นั่นหมายถึงเราเน้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ อีกสองตัวอย่างที่ผู้เขียนอยากฝากให้พิจารณา คือมาตรฐาน ISO และการศึกษาอุทยานแห่งชาติทางทะเลอันดามัน เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ หรือ World Heritage Site ซึ่งต้องคอยดูกันต่อไป และหากจะให้ดีกว่านั้น ควรมีการประเมินผลของแต่ละมาตรฐาน การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เราต้องการปริมาณของนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายในปริมาณน้อย หรือเราต้องการคุณภาพของนักท่องเที่ยวที่ยินดีจ่ายเพิ่มในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ