ปลัดยุติธรรมต้องกล้าล้างมาเฟีย

 

หลังจากที่เขียนเกี่ยวกับความลับดำมืดในสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ติดต่อกันมา 3 สัปดาห์ (7, 14 และ 21 มีนาคม 2552) นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ทำหนังสือชี้แจงมีใจความว่า ได้พิจารณาจากบทความทั้ง 3 ตอน แล้วเห็นว่า มีประเด็นเกี่ยวกับการบริหารราชการของกระทรวงยุติธรรม ตามบทความดังกล่าวใน 2 ประเด็น ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม มีนโยบายอย่างชัดเจนในการบริหารราชการให้เกิดความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายและระเบียบราชการ และขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่ดังนี้

1.การปลอมเอกสารการประชุม อ.ก.พ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ข้าราชการในสังกัดสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บางส่วนได้รับการแต่งตั้งหรือการเลื่อนระดับ

กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจากหนังสือร้องเรียนของข้าราชการ ผลการสืบสวนปรากฏว่า มีเจ้าหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 2 ราย มีพฤติการณ์จัดทำเอกสารเท็จ อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

กระทรวงยุติธรรม จึงมีคำสั่งที่ 168/2551 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2551 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และคณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการสรุปรายงานการสอบสวนเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรมพิจารณา

นอกจากนี้ยังพบว่า มีข้าราชการและพนักงานราชการ 4 ราย กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง โดยไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้พิจารณาดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่แล้ว

ส่วนกรณีที่อ้างถึงเอกสารรายงานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ และการประเมินผลงานของบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักนิติวิทยาศาสตร์ ให้มีตำแหน่งสูงขึ้น ครั้งที่ 1/2548 ซึ่งมีการจัดทำไว้ 2 ชุด ในวันเวลาที่แตกต่างกัน ตามข้อความที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 14 มีนาคม นั้น ทางคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยฯ ดังกล่าวได้รับเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ประกอบการสอบสวนแล้ว

2.การจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ วัสดุ อุปกรณ์ การจัดฝึกอบรมในโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์สมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสิงหาคม 2548 ของกลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์

กระทรวงยุติธรรมเห็นว่า เพื่อความโปร่งใสเป็นธรรมและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จึงได้สั่งการให้รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากผลการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นประการใดจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

ก่อนอื่นต้องขอบคุณปลัดกระทรวงยุติธรรมที่อุตส่าห์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมจากคำชี้แจงดังกล่าว 2-3 ประการ

หนึ่ง การปลอมเอกสารการประชุม อ.ก.พ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เป็นการปลอมแปลงเอกสารราชการ และยังมีการนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปใช้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ได้เลื่อนตำแหน่งโดยมิชอบ ซึ่งผู้กระทำเป็นข้าราชการอีกกลุ่มหนึ่งที่มิได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงด้วย

คำถามคือ ทำไมไม่มีการดำเนินคดีอาญาในข้อหาการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกับผู้ปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม ซึ่งเรื่องสามารถดำเนินการควบคู่ไปกับการสอบสวนทางวินัยได้ ขณะเดียวกันมิได้มีการสอบสวนทางวินัยกับผู้ใช้เอกสารปลอม ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ 7 อีกคนหนึ่ง (เป็นคนละคนกับผู้ปลอมแปลงเอกสาร)

หรือจงใจที่ละเว้นการดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ทั้งที่เข้าข่ายความผิดดังกล่าว

สอง การปลอมแปลงเอกสารรายงานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาคุณสมบัติ และการประเมินผลงานของบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักนิติวิทยาศาสตร์ให้มีตำแหน่งสูงขึ้น ครั้งที่ 1/2548 เป็นคนละเรื่องกับการปลอมเอกสารการประชุม อ.ก.พ. กระทรวงยุติธรรมควรแยกการสอบสวนออกมาต่างหากจากเรื่องการปลอมแปลงเอกสารการประชุม อ.ก.พ. เพราะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระ ผู้ได้ประโยชน์เป็นคนละคนกับกรณี

การรวมสำนวนไว้ในเรื่องเดียวกันเหมือนจงใจใช้คดีหนึ่งกลบอีกคดีหนึ่ง

สาม การทุจริตจัดวื้อวัสดุ อุปกรณ์การฝึกอบรมในโครงการเครือข่ายยุติธรรมสัมพันธ์สมานฉันท์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งใช้งบประมาณ 540,000 บาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบประมาณเกี่ยวกับภาคใต้ที่มีงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมาเฟียหญิงในกระทรวงยุติธรรมดูแลอยู่

ทราบมาว่า มีการปลอมแปลงเอกสารย้อนหลัง และอาจไม่มีการฝึกอบรมจริง เรื่องนี้เอกสารส่อพิรุธค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้านายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงใช้วิธีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการรอคำชี้แจงจากสถาบันตินิติวิทยาศาสตร์อย่างเดียวรับรองว่า เหลว หรือเป็นมวยล้มต้มคนดูแน่นอน

ถ้าจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ต้องอาศัยความกล้าหาญและไม่กลัวการสร้างภาพของมาเฟียหญิงด้วย

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 28 มีนาคม 2552