รมว.คลังต้องรื้อบอร์ด ก.ล.ต.-ตลาดหุ้น


ช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคฝ่ายค้าน นายกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้ทำหน้าที่อย่างเอาการเอางานในการตรวจสอบการใช้อำนาจ ของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เนื่องจากคณะกรรมการคัดเลือกที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้น (นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) แต่งตั้งมีลักษณะ “ส่วนได้ส่วนเสีย” หรือขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวม นอกจากนั้น ยังปล่อยให้ “วิจิตร สุพินิจ-นิพัทธ พุกกะณะสุต” มีบทบาทอย่างสูงในกระบวนการคัดเลือกกรรมการทั้ง 3 ชุดดังกล่าว

ใน ระหว่างที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานคณะกรรมการ ธปท. นายกรณ์ได้ยื่นร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบกรณีการคัดเลื กกกรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จาก การตรวจสอบผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นสรุปว่า กรรมการคัดเลือกอย่างน้อย 3 คน คือ นายวิจิตร สุพินิจ นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ และนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการบริหารและประธานกรรมการของธนาคารพาณิชย์ซึ่งอยู่ภายใต้การ กำกับดูแลของ ธปท.จึงอาจถือได้ว่า กรรมการคัดเลือกทั้ง 3 คน เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วย ธปท.ตามมาตรา 28/1 ของ พ.ร.บ.ธปท. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิของกระทรวงการคลัง จึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ ตรวจการแผ่นดินได้ส่งความเห็นดังกล่าวให้แก่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพื่อให้สั่งยกเลิกการแต่งตั้ง กรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ใน ที่สุดนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ต่อจากนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี) ได้ยกเลิกการแต่งตั้งกรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิและแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกชุดใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างเริ่มกระบวนการคัดเลือก กรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิใหม่

คำ ถามคือ กระบวนการคัดเลือกกรรมการ ก.ล.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิมีลักษณะที่อาจถือได้ว่า มีส่วนได้ส่วนเสียและขัดต่อ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2551 มาตรา 31/1 วรรคสาม ที่ระบุว่า กรรมการคัดเลือกต้อง “ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ในขณะที่ได้รับการแต่งตั้งและปฏิบัติตามหน้าที่” หรือไม่

จากคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกของกระทรวงการคลัง (ที่ 27/2551) มีนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย, นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการอยู่ด้วย ซึ่งทั้งธนาคารกรุงไทยและตลาดหลักทรัพย์ต่างเป็นองค์กรภายใต้การกำกับดูแล ของกรรมการ ก.ล.ต. (มาตรา 14 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ)

ถ้าใช้บรรทัด ฐาน เดียวกับที่ผู้ตรวจการแผ่นดินใช้วินิจฉัยเรื่อง “การมีส่วนได้ส่วนเสีย” ในการแต่งตั้งคณะกรรมการการคัดเลือกกรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว การแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.ล.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ก็น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

ผลก็คือ กรรมการ ก.ล.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ที่ผ่านการคัดเลือกอันประกอบด้วยนางพรรณี สถาวโรดม พล.ต.ต.พรภัทร์ สูยะนันท์ และนายสมชาย คูวิจิตรสุวรรณ ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย และน่าจะต้องถูกยกเลิกเช่นเดียวกับ กรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิ

นี่ ยังไม่นับรวมนายนิพัทธ พุกกะณะสุต กรรมการคัดเลือกอีกคนหนึ่ง ต้องคดีร่ำรวยผิดปกติและถูกธนาคารออมสินฟ้องเรียกค่าเสียหาย 375 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (บีบีซี) และนายวิจิตร ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ยังคงนั่งเป็นประธานในบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทซึ่งต้องทำหน้าที่คณะ กรรมการกำกับตลาดทุนระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของนายวิจิตรมีลักษณะที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างชัดเจน

แต่ น่าแปลกที่นายกรณ์ซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่เร่ง สะสางเรื่องนี้ด้วยการหาทางยกเลิกกรรมการ ก.ล.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสในการกำกับดูแลตลาด ทุน

หรือนายกรณ์เกรงว่า จะกระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่อยู่เบื้องหลังและกระเตงนายนิพัทธมาตั้งแต่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมธนารักษ์

ถ้า นายกรณ์ยังอ้างว่า ไม่มีอำนาจที่จะยกเลิกกรรมการ ก.ล.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิฯได้โดยตรง ขอแนะนำให้นายกรณ์ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเช่นเดียวกับที่ ร้องเรียนเรื่องการคัดเลือกกรรมการ ธปท.ผู้ทรงคุณวุฒิ

ถ้ายังไม่เร่งดำเนินการก็เอาจะทำให้เข้าใจได้ว่า ผู้ที่กระเตงนายนิพัทธมีอำนาจครอบงำพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

หรือถ้ายังไม่รู้ว่า ผู้ที่กระเตงนายนิพัทธเป็นใคร ก็ให้บอกมา จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 10 มกราคม 2552