Mohammed VI ขึ้นครองราชย์ต่อจาก Hassan II ผู้เป็นพ่อได้ครบ 10 ปี หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ Tel Quel (ตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส) และหนังสือพิมพ์ Nichane (ตีพิมพ์ในเนื้อความเดียวกัน แต่เป็นภาษาอาหรับ) ร่วมมือกับหนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศส ถือโอกาสนี้จัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของชาวโมร็อกโกในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับ Mohammed VI และจะเผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับต้นเดือนสิงหาคม
ใน ระหว่างการตีพิมพ์อยู่นั้น ทางการของโมร็อกโกได้บุกเข้าไปยึดและทำลายหนังสือพิมพ์ Tel Quel และหนังสือพิมพ์ Nichane โดยอ้างว่าในโมร็อกโกไม่อนุญาตให้มีการทำผลสำรวจและเผยแพร่ผลสำรวจเรื่องใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวพันกับสถาบันกษัตริย์ องค์พระมหากษัตริย์ไม่อาจถูกนำมาเป็นหัวข้อของการสำรวจความคิดเห็นได้
อย่าง ไรก็ตาม Ahmed Benchemsi ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ตัดสินใจต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เขาเห็นว่าการยึด ทำลาย และห้ามจำหน่ายหนังสือพิมพ์ของเขานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายใน 2 ประเด็น หนึ่ง เป็นคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลประกอบคำสั่ง (Motivation) สอง เป็นการยึดและทำลายโดยพลการ ไม่มีการขออนุญาตจากศาลก่อน
ในส่วนของ หนังสือพิมพ์ Le Monde นั้น ทางการโมร็อกโกแจ้งว่า หากหนังสือพิมพ์ Le Monde ฉบับที่จำหน่ายในโมร็อกโก ยังยืนยันจะตีพิมพ์ผลสำรวจดังกล่าวก็จะถูกยึดและสั่งห้ามจำหน่าย กองบรรณาธิการ Le Monde ยืนยันในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพสื่อมวลชน จึงตัดสินใจนำผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับ Mohammed VI เผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม 2009 พร้อมทั้งพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งว่า "ผลสำรวจต้องห้าม" และบรรณาธิการได้เขียนข้อความข้างๆ กับพาดหัวข่าว ยืนยันว่าการกระทำของทางการโมร็อกโกนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
Le Monde ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดทางการของโมร็อกโกจึงกลัวผลสำรวจนี้นัก ทั้งๆ ที่ผลสำรวจเป็นแง่บวกต่อกษัตริย์ สื่อมวลชนหลายรายยืนยันว่าการ "ห้าม" ในลักษณะนี้แทนที่จะเป็นการปกป้องสถาบันกษัตริย์ กลับเป็นการทำลายเสียมากกว่า เพราะชาวโมร็อกโกได้รับข้อมูลข่าวสารในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในรูป แบบโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) จากรัฐบาลมาตลอด แต่ผลสำรวจนี้จัดทำโดยสื่อที่เป็นกลางและมาจากความคิดเห็นของชาวโมร็อกโก เมื่อผลที่ได้เป็นแง่บวกก็น่าจะยินดีให้เผยแพร่มิใช่หรือ
การสำรวจ ความคิดเห็น เริ่มตั้งแต่ 27 มิถุนายน - 11 กรกฎาคม จากผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 1,108 คน ใน 6 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก ประเมินผลการครองราชย์ 10 ปี ดีมาก ร้อยละ 40, ค่อนข้างดี ร้อยละ 51, ค่อนข้างแย่ ร้อยละ 6, แย่มาก ร้อยละ 2, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 1 ประเด็นที่ 2 คุณคิดว่าปัจจุบันนี้โมร็อกโกปกครองในระบอบใด ? ประชาธิปไตยแบบมีกษัตริย์ ร้อยละ 49, สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ร้อยละ 33, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 18 ต่อประเด็นนี้ผู้ที่เห็นว่าโมร็อกโกยังคงเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้น ส่วนใหญ่กลับนิยมชมชอบเสียด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าอำนาจอยู่ในมือของกษัตริย์ย่อมดีกว่านักการเมืองที่มุ่งหา ประโยชน์ส่วนตน
ประเด็นที่ 3 ระบอบกษัตริย์ในโมร็อกโกต้องมีพระราชพิธีที่ฟุ่มเฟือยจำนวนมาก 10 ปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าอย่างไร ? ลดความฟุ่มเฟือยลง ร้อยละ 51, ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ร้อยละ 17, ฟุ่มเฟือยมากขึ้น ร้อยละ 18, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 14 ประเด็นที่ 4 จากการสำรวจผู้ถือหุ้นในบริษัทต่างๆ พบว่ากษัตริย์เป็นผู้ลงทุนในธุรกิจต่างๆ มากที่สุด คุณคิดว่า ? ดีมาก ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต ร้อยละ 69, ไม่ถูกต้อง กษัตริย์ไม่ควรเป็นนักธุรกิจในเวลาเดียวกัน ร้อยละ 17, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 14 กรณีนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า Mohammed VI ร่ำรวยและเป็นผู้เล่นหลักในเศรษฐกิจของโมร็อกโก จากการสำรวจของนิตยสาร Forbes พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยในลำดับที่ 7 ของโลก มีทรัพย์สินคิดเป็นร้อยละ 6 ต่อ GDP ของประเทศ
ประเด็นที่ 5 ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คุณคิดว่าสถานการณ์เรื่องความยากจนในโมร็อกโกเป็นอย่างไร ? ดีขึ้น ร้อยละ 37, ไม่ดีขึ้น ไม่แย่ลง ร้อยละ 37, แย่ลง ร้อยละ 24, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 2 ประเด็นที่ 6 คุณคิดเห็นอย่างไรต่อประมวลกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ (Moudawana) ? ให้สิทธิแก่สตรีมากเกินไป ร้อยละ 49, ให้สิทธิแก่สตรีพอสมควรและไม่ควรให้มากไปกว่านี้ ร้อยละ 30, ควรปรับปรุงและเพิ่มสิทธิแก่สตรีมากกว่านี้ ร้อยละ 16, ไม่มีความเห็น ร้อยละ 5 ประมวลกฎหมายฉบับนี้ริเริ่มผลักดันจนสำเร็จโดย Mohammed VI เพื่อแก้ไขปัญหาความเสมอภาคระหว่างชายกับหญิงในประเด็นครอบครัวและมรดก โดยเฉพาะเรื่องการสมรสและการหย่า
เรื่องสถาบันกษัตริย์นับเป็น ประเด็นอ่อนไหวในโมร็อกโก นับตั้งแต่ Mohammed VI ครองราชย์ มีการดำเนินคดี "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ต่อหนังสือพิมพ์ค่อนข้างมาก ถูกสั่งปิดบ้าง สั่งห้ามจำหน่ายบ้าง โดนโทษปรับบ้าง บรรณาธิการโดนโทษจำคุกบ้าง เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ 20 ฉบับพร้อมใจกันประท้วงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ของตนด้วย หน้ากระดาษสีขาว ปราศจากข้อความใดๆ
สำหรับหนังสือพิมพ์ Tel Quel นั้นโดนคดีทำนองนี้เป็นประจำ เมื่อเดือนสิงหาคม 2007 Ahmed Benchemsi ถูกดำเนินคดีในข้อหาตีพิมพ์บทความที่ "ขาดการเคารพสักการะต่อองค์พระมหากษัตริย์" ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี เขาเขียนบทบรรณาธิการวิจารณ์พระราชดำรัสของ Mohammed VI เกี่ยวกับการปฏิรูปโมร็อกโกให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ใช้ชื่อบทบรรณาธิการว่า "แกจะพาฉันไปไหนล่ะ พี่ชาย ?" (ชื่อนี้ล้อเลียนมาจากเพลงยอดฮิตในช่วงปี"70 ที่ว่า "Ou tu m"emmene, mon frere?" ชื่อบทบรรณาธิการต้องการสื่อว่า โมฮัมเหม็ดที่ 6 จะนำพาโมร็อกโกไปสู่ประชาธิปไตยจริงหรือ) Benchemsi วิจารณ์กษัตริย์องค์อธิปัตย์โดยตรงต่อกรณีการผูกขาดอำนาจของพระองค์และไม่ สนับสนุนประชาธิปไตยอย่างจริงใจ
เขาถูกตำรวจจับกุมและสืบสวนนานร่วม 20 ชั่วโมงก่อนถูกสั่งฟ้อง ในขณะที่รัฐบาลก็สั่งยึดนิตยสารทั้ง 2 ฉบับด้วยเหตุผลที่ว่า "หมิ่นองค์พระมหากษัตริย์และขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี" Benchemsi กล่าวว่า "ถ้าผมต้องการสื่อสารถึงพระมหากษัตริย์ ผมไม่ลืมหรอกที่จะแสดงความเคารพสักการะอย่างนอบน้อม แต่นี่ผมต้องการพูดถึงพระองค์ในฐานะมนุษย์ ในฐานะ "ผู้บังคับบัญชาของความเชื่อทั้งหลาย" ลองดูที่วังสิ พวกรายล้อมพระองค์นั่นแหละ ที่มีแต่ทำให้พระองค์หลงลืมตนมากขึ้น เจตนาของผมคือการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้ต้องการหมิ่นประมาทพระองค์เลย" ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารกล่าวว่า "นักข่าวพวกนี้กระทำการละเมิดต่อจรรยาบรรณพื้นฐานของวิชาชีพสื่อมวลชนใน โมร็อกโก พวกเขามีสิทธิพูดถึงพระราชดำริหรือพระราชดำรัสได้ แต่ต้องทำโดยปราศจากการทำให้พระองค์เสื่อมเสียและไม่สง่างาม"
นอกจาก การเปิดศึกกับสื่อมวลชนแล้ว เรายังพบเห็นการบังคับใช้ความผิดฐาน Lese Majeste จำนวนมากและค่อนข้างแปลกประหลาด 5 กุมภาพันธ์ 2008 ตำรวจโมร็อกโกบุกเข้าจับกุม Fouad Mourtada วิศวกรคอมพิวเตอร์วัย 26 ปี ในข้อหา "บังอาจ" ใช้ข้อมูลและรูปของเจ้าชายมูเลย์ ราชิด พระอนุชาคนสุดท้ายของ Mohammed VI เพื่อตรวจสอบว่า Fouad Mourtada ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายซึ่งจะทำอันตรายต่อราชวงศ์ ตำรวจจึงต้องควบคุมตัวเขาไว้ในสถานที่ลับถึง 36 ชั่วโมง ผู้ใกล้ชิดของ Mourtada ยืนยันว่า Mourtada ถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมและทรมาน เขาให้การว่าตนสร้างไฟล์ในเฟซบุ๊ก โดยใช้ข้อมูลและรูปภาพของเจ้าชายราชิด ก็เพราะมีความประทับใจในตัวเจ้าชายราชิดมาก หาได้กระทำลงไปเพื่อลบหลู่ดูหมิ่นแต่อย่างใด เขาแถลงในเว็บไซต์ว่า เขาขอโทษและแสดงความเสียใจต่อทุกฝ่าย และยอมรับว่ากระทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้มีเจตนาร้าย เขาเป็นเพียงคนธรรมดาๆ ที่อยากมีงานที่ดีและมั่นคง มีชีวิตที่เรียบง่ายเท่านั้น
22 กุมภาพันธ์ 2008 ศาลโมร็อกโกตัดสินให้จำคุก Mourtada เป็นเวลา 3 ปี และปรับ 10,000 ดีร์แฮม (ประมาณ 874 ยูโร หรือเกือบๆ 42,000 บาท) องค์กร Amnesty ประณามการตัดสินของศาลโมร็อกโกว่า "นี่เป็นการจองจำความคิดเห็น" ในขณะที่องค์กรสื่อไร้พรมแดนตำหนิบริษัทโมร็อกโก เทเลคอม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายหลักของโมร็อกโก ด้วยเหตุที่บริษัทยอมเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการให้กับทางการและช่วยตำรวจ จับลูกค้าของตนเอง บล็อกเกอร์ชาวโมร็อกโกทั้งหลายต่างร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์คดีของฟูอาดว่าเป็น คดีที่ไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเกรงว่าการปราบปรามโดยเจ้าหน้าที่จะลุกลามมาสู่บล็อกเกอร์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมสื่อมวลชนหลายรายที่ "หมิ่น" และไม่เคารพพระมหากษัตริย์
อีกคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2008 ศาลชั้นต้นเมืองมาร์ราเกซพิพากษาให้จำคุก Yassine Belassal นักเรียนวัย 18 ปี เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ข้อหาหมิ่นกษัตริย์ เด็กหนุ่มคนนี้เขียนคำขวัญบนกระดานดำในห้องเรียนของเขาว่า "พระเจ้า ชาติ และบาร์ซ่า" เพื่อแสดงออกถึงการสนับสนุนทีมบาร์เซโลนา ทีมฟุตบอลทีมโปรดของเขา คำขวัญนี้ล้อมาจากคำขวัญของโมร็อกโกที่ว่า "พระเจ้า ชาติ กษัตริย์" ศาลบอกว่า การเขียนข้อความของเด็กหนุ่มคนนี้ "กระทบต่อความเคารพสักการะขององค์พระมหากษัตริย์"
ล่าสุด Mohammed VI ได้พระราชทานอภัยโทษให้แก่ Fouad Mourtada และ Yassine Belassal
อนึ่ง โมร็อกโกมีกษัตริย์เป็นประมุข อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มี 2 สภา สภาผู้แทนฯมาจากการเลือกตั้งโดยตรง วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม พึ่งมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและจำกัดอำนาจทางการเมืองของ กษัตริย์ในปี 1996 แต่ในความเป็นจริงกษัตริย์ยังมีอำนาจแทรกแซงทางการเมืองอยู่มาก เช่นรัฐมนตรี 4 กระทรวงหลัก ได้แก่มหาดไทย ยุติธรรม ต่างประเทศ และศาสนา เป็น "สายตรง" จากวัง แม้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดไว้ก็ตาม นอกจากนี้กษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ และศาสนาอิสลาม เป็นจอมทัพของชาติ และมีกองกำลังส่วนพระองค์ คำขวัญประจำชาติคือ "พระเจ้า ปิตุภูมิ และกษัตริย์"
Mohammed VI มีความตั้งใจจะปฏิรูปโมร็อกโกให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นตามแนวทางของฆวน คาร์ลอส ของสเปน เมื่อขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ พระองค์ได้ส่งสัญญาณด้วยการสั่งปล่อยนักโทษการเมืองออกจากคุก และให้ผู้ลี้ภัยทางการเมืองกลับเข้าประเทศได้ แต่นักวิชาการและสื่อมวลชนบางส่วนยังมองว่า แม้จะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่ากษัตริย์องค์ก่อน แต่โดยสาระสำคัญแล้ว พระองค์ยังคงสงวนพระราชอำนาจไว้อยู่ เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏโดยตรง หากผ่านกลไกต่างๆ ของพระองค์นั่นเอง นอกจากนี้พระองค์พยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ให้เป็น "มนุษย์" มากขึ้น และลด "ความลึกลับ ความศักดิ์สิทธิ์ ความเข้าไม่ถึง" ลง เช่นให้โอกาสประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธีอภิเษกสมรสของพระองค์ การเยี่ยมเยียนประชาชน หรือการอนุญาตให้เรียกสมญานามว่า "M 6"
แม้ เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในเรื่องสถาบันกษัตริย์ในโมร็อกโกยังเป็นเรื่อง "ต้องห้าม" และ "อ่อนไหว" แต่เราจะเห็นความแตกต่างประการหนึ่ง คือสื่อมวลชน ปัญญาชนยังร่วมใจกันต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อย่างน้อยพวกเขาก็ชิงพื้นที่จากสื่อสาธารณะ-สื่อกระแสหลัก นำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ในอีกด้านได้บ้าง มิใช่มีแต่ข่าวสาร "เทิดพระเกียรติ" เพียงถ่ายเดียว
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 สิงหาคม 2552

