จดหมายผิดดาว

‘สวัสดีชาวโลก

เรายินดีที่ได้รู้จักพวกคุณมาตลอด

ห้าพันสามร้อยแปดสิบแปดปีสามสิบสองวันห้าชั่วโมงเจ็ดนาทีสี่สิบห้าวินาที...

และเราคงไม่ได้พบกันอีก ดังนั้น...ลาก่อน’

สามจุดหนึ่งสอง วางปากกาลงบนโต๊ะ เขาบรรจงพับกระดาษใส่ซองจดหมายสีฟ้าอ่อนอย่างประณีต ก่อนจะแลบลิ้นเลียแถบกาวปิดผนึกด้านหลังซอง

ลิ้น อันยาวใหญ่และมีขนแข็งๆ อยู่โดยรอบของสามจุดหนึ่งสองไม่เป็นอุปสรรคในการแลบลิ้นเลียซองจดหมาย เพราะสามจุดหนึ่งสองสามารถบังคับขนแข็งๆ เหล่านั้นให้ผลุบเข้าไปอยู่ในรูขุมขนของลิ้นได้ ซองจดหมายจึงถูกปิดผนึกตามที่ควรจะเป็น

“นายแน่ใจเหรอว่า เราควรทำอย่างนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง “เราไม่เห็นจะต้องกล่าวคำอำลาเลยนี่”

“เจ็ด เจ็ด” สามจุดหนึ่งสองมองหน้าเจ้าของเสียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “นายอย่าลืมสิว่า ยังไงเสียเราก็เป็นคนนะ เอ่อ...ฉันหมายความว่ายังไงเสียร่างกายของเรา ก็อยู่ในรูปมนุษย์ ด้วยสายตาของสิ่งมีชีวิตบนโลก เราคือมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย แล้วรู้ไหมอะไรคือสิ่งที่สำคัญของการเป็นมนุษย์”

“กิน ขับถ่าย สืบพันธ์” เจ็ดเจ็ดตอบ

“ไม่ใช่” สามจุดหนึ่งสองว่า “มันคือการกล่าวคำทักทายและอำลายังไงล่ะ”

“ทักทายและอำลา” เจ็ดเจ็ดทวนคำ “นายคิดว่าอย่างนั้นเหรอ”

“แน่ นอนที่สุดเจ็ดเจ็ด โอเค นายพูดถูก สิ่งที่สำคัญของมนุษย์ก็คือสอง-สามอย่างที่นายว่า แต่ว่าหมา แมว ปลาซาร์ดีน ต้นหูกวางหรือสิ่งมีชีวิตไหนๆ มันก็กิน ขับถ่าย และสืบพันธ์ด้วยกันทั้งนั้น แต่มนุษย์...” สามจุดหนึ่งสองหยุดพูดเหมือนพยายามคิดในทบทวนในสิ่งที่เขากำลังจะพูดออกมา

สาม จุดหนึ่งสองเงยหน้ามองขึ้นไปเบื้องบน แสงสว่างจากโลกภายนอกลอดลงมาตามรูของท่อระบายน้ำใต้ดินเป็นแนวยาวและตกกระทบ ลงบนร่างของเขา “ฉันยังอยากเชื่อว่า มนุษย์แตกต่างตรงที่พวกเขารู้จักทักทายยามพบกัน และเอ่ยคำลายามต้องลาจากกันไป ฉันก็เลยคิดว่าไหนๆ นี่ก็เป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะได้เป็นมนุษย์ เราก็น่าจะทำอย่างพวกเขาดูบ้าง”

“ฉันคิดว่าฉันเข้าใจสิ่งที่นาย บอกนะ สามจุดหนึ่งสอง” เจ็ดเจ็ดพูด “นี่อาจจะเป็นเรื่องดีๆ เพียงเรื่องเดียวที่เราได้เรียนรู้ตลอดระยะเวลาห้าพันกว่าปีมานี้ อย่างน้อยเราก็ยังไปบอกเพื่อนๆ ของเราที่บ้านได้ว่า นอกจากข้อสรุปที่เราได้มาแล้ว มนุษย์ยังมีสิ่งดีๆ ที่น่าจดจำ พวกเขารู้จักทักทายและอำลากัน”

“นายจำวันแรกที่เรามาถึงได้ไหม” สามจุดหนึ่งสองถามพลางนั่งลงบนพื้นท่อระบายน้ำเก่าคร่ำคร่าที่เลอะเกรอะกรัง ด้วยสนิม ตะไคร่น้ำ และพืชเซลล์เดียวบางชนิด เสียงน้ำจากถนนข้างบนหยดเม็ดลงมาเป็นระยะเสียงดังกังวานก้องไปทั่วท่อระบาย น้ำใต้ดินที่มีพวกเขาสองคน (หรืออย่างน้อยก็มองเห็นว่าเป็นคน) เป็นเจ้าของ

“ไม่ เคยลืม” เจ็ดเจ็ดตอบด้วยรอยยิ้ม “ห้าพันปีที่แล้ว โลกแตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก ยิ่งเมื่อเทียบกับสี่หมื่นห้าพันล้านปีที่แล้วตอนที่โลกมีแต่ลาวาและคาร์บอน ไดออกไซด์ ฉันแทบไม่เชื่อเลยว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ตอนที่มีคำสั่งให้เราสองคนมาทำงานที่นี่เมื่อห้าพันปีที่แล้ว ฉันยังคิดว่าอย่างมากเราก็คงรับเอาร่างลิงหลังตรงมาใช้สักพักแล้วก็คงได้ กลับบ้าน”

“ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาจนอาศัยอยู่ในไอ้ท่อน้ำโสโครกบ้าๆ นี่เลยใช่ไหม” สามจุดหนึ่งสองเย้า

“ใช่เลยเพื่อน คิดถึงบ้านที่สุด”

เจ็ดเจ็ดและสามจุดหนึ่งสองหัวเราะขึ้นพร้อมเพรียงกัน

“เออ แต่ฉันก็ยังสงสัยอยู่นะว่า สภาจะเชื่อในข้อมูลสรุปของเราไหม” เจ็ดเจ็ดพูดเหมือนคิดได้ “เขาจะเชื่อไหมว่าห้าพันกว่าปีที่ผ่านมา ผลการวิจัยของเราสรุปได้สั้นๆ คำเดียวว่า ‘อย่า’ นายว่ามันไม่น่าตลกหรอกเหรอ ห้าพันปี เรากลับไปพร้อมกับคำว่า ‘อย่า’ สั้นๆ ง่ายๆ อย่างนั้น”

“ถ้าเขาได้ดูภาพที่เราส่งให้พวกเขามาโดยตลอด ห้าพันปีที่ผ่านมา ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะเชื่อในคำคำเดียวนั้น” สามจุดหนึ่งสองพูด เขาใช้มือปัดไล่แมลงสาบที่ป้วนเปี้ยนอยู่ตามขาทั้งสองข้าง “ใช่ โลกเคยเป็นดาวเคราะห์ที่น่าอยู่ ตอนที่มาถึงที่นี่ใหม่ๆ ฉันแทบรอให้ดวงจิตของพวกเราทุกคนมาอยู่ที่นี่ด้วยกันไม่ไหวเลยล่ะ ถ้าไม่มีคำสั่งให้เราอยู่ให้ครบห้าพันปี รับรองว่าฉันคงเรียกทุกคนมาอยู่ด้วยกันเสียตั้งแต่ยังสลัดคราบลิงใหม่ๆ ตอนนั้นแน่ๆ”

“บางที สภาคงรู้ดีว่าสิ่งที่เราเห็นตอนนั้นมันอาจเป็นภาพลวงตาถึงรอดูผลตั้งห้าพันปี” เจ็ดเจ็ดว่า

“นาย ติดวิสัยคนเข้าแล้วนะเจ็ดเจ็ด” สามจุดหนึ่งสองพูดพลางหัวเราะ “ห้าพันปีของนาย...ของคนน่ะ มันก็แค่เดือนเดียวของพวกเราได้กระมัง ฉันว่าสภาใจร้อนไปด้วยซ้ำที่ให้เราอยู่ที่นี่แค่ห้าพันปี ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อย ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นอะไรดีๆ”

“นายคิดว่านายยังเห็นไม่พออีกหรือสามจุดหนึ่งสอง” เจ็ดเจ็ดหันไปถาม “ยังมีอะไรให้นายสงสัยอีก”

“ไม่ รู้สิเจ็ดเจ็ด” สามจุดหนึ่งสองพูดอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาแฝงความลังเล “บางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่จริงๆ หรือ คือตามข้อสรุปของเรามันก็ไม่น่าอยู่จริงๆ ล่ะนะ ทั้งสงครามเอย แผ่นดินไหวเอย ปริมาณน้ำในทะเลที่เพิ่มขึ้นเอย ไหนจะปริมาณก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นเรือนกระจก ทั้งหมดนี้มันก็ยืนยันได้ว่าพวกเราไม่ควรย้ายรกรากมาอาศัยอยู่ในร่างของ มนุษย์โลก แต่อยู่ๆ ฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วมนุษย์จริงๆ ล่ะ พวกเขาจะอยู่ด้วยความหวังหรือความเชื่อแบบไหนกัน”

“อยู่อย่างไร้ความหวังและปราศจากความเชื่อ อีกหน่อยศาสนาจะไม่จำเป็นสำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้วนายก็รู้นี่” เจ็ดเจ็ดตอบ

“ฉัน คิดอะไรรู้ไหม” สามจุดหนึ่งสองหันมาบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ฉันคิดในสิ่งที่ต่างออกไปจากนี้ ฉันเชื่อว่าต่อให้โลกเลวร้ายลงแค่ไหน มนุษย์ก็จะยังเชื่อว่าโลกยังสวยงามและน่าอยู่พอที่จะปกป้องมัน มันจะต้องมีคนที่คิดแบบนี้แน่ๆ”

“นายดีแต่ว่าฉันนะ ที่จริงนายนั่นแหละที่ติดวิสัยคนมากกว่าฉันอีก” เจ็ดเจ็ดกล่าวแดกดัน “จริงอยู่ที่คนมีความหวัง พวกเขามีสิ่งนี้ ยกย่องว่ามันสวยงามและปกปักรักษาเจ้าความหวังนี้เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าพวกเขารู้ว่าถ้าไม่ทำก็ตายกันหมดน่ะสิ พวกเขาเห็นหายนะถึงรู้ว่าความหวังมันสวยงาม พวกเขาไม่ได้มีมันตั้งแต่แรก”

“ก็ มนุษย์มีภูมิปัญญาเท่านั้น พวกเขาผิดหรือที่จะมีความหวังว่าพวกเขาจะรอด นายจะให้เขาอยู่อย่างซังกะตายแล้วก็ออกมาเคลื่อนไหวให้โลกวิบัติเร็วๆ อย่างนั้นหรือ”

“ภูมิปัญญาของมนุษย์นี่แหละที่ทำโลกวิบัติ ถ้าพวกเขาคิดได้เหมือนต้นไม้และสัตว์อื่นๆ ใช้ชีวิตไปตามสัญชาติญาณ โลกก็คงน่าสนใจกว่านี้ นายว่าไหม” เจ็ดเจ็ดหันไปถาม

“ฉันไม่คิด อย่างนั้น” สามจุดหนึ่งสองตอบ “ถ้ามนุษย์ไม่มีสมองที่ใหญ่กว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และทำให้พวกเขาพัฒนาจนมีความสามารถในการใช้เหตุผลเชิงนามธรรม การพูด การใช้ภาษาหรือแม้แต่การใคร่ครวญจนเกิดเป็นภูมิปัญญาหรืออารยธรรมต่างๆ ได้แล้วล่ะก็ สภาจะส่งเรามาที่นี่เพื่ออะไร เราจะย้ายดวงจิตของเรามาอวตารในร่างลิงลิงกังกันอย่างนั้นหรือ”

“เพื่อน นายกำลังจะบอกอะไร” เจ็ดเจ็ดถามห้วน

“ภูมิปัญญา ไม่ได้ทำให้โลกและสิ่งมีชีวิตบนโลกวิบัติหรอก มันช่วยสร้างสรรค์ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้โลกวิบัติคืออะไรฉันก็ยังไม่รู้แน่เหมือนกัน รู้แต่ว่าส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์แค่นั้นแหละ”

“น่าเสียดายนะ เมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีที่แล้ว เราน่าจะถามเขาให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย” เจ็ดเจ็ดว่า

“ใคร” สามจุดหนึ่งสองถามเพื่อน “ตถาคตพระองค์นั้นน่ะหรือ”

“ใช่”

“ไอ้บ้า ขืนทำอย่างนั้นเขาก็รู้สิว่าเราไม่ใช่มนุษย์ เราถามคำถามที่แสดงตัวโจ่งแจ้งอย่างนั้นไม่ได้หรอก”

“แล้ว นายคิดหรือว่าเขาไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราเป็นใคร” เจ็ดเจ็ดพูดเสียงดังจนเกือบกลายเป็นตวาด “นายคิดว่าคนที่รู้และเห็นสิ่งทั้งหมดในโลกนั้นจะเชื่อว่าเราเป็นมนุษย์ จริงๆ น่ะเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก ฉันว่าตถาคตรู้ว่าพวกเราเป็นใคร”

“แล้วทำไมเขาถึงไม่บอกเรา”

“เขาคงอยากให้เราได้รู้เอง เห็นเองกระมัง ฉันว่านะ” เจ็ดเจ็ดตอบเสียงเบา

“บาง ทีฉันก็ยังสงสัยอยู่ว่า หรือจริงๆ ตถาคตจะไม่ใช่มนุษย์” สามจุดหนึ่งสองตั้งสมมติฐาน “ฉันรู้สึกได้ว่าดวงจิตของพระองค์บริสุทธิ์ยิ่งกว่าของพวกเราเสียอีก บางทีพระองค์อาจมาจากที่อื่น”

“แล้วนี่ตกลงใครเป็นมนุษย์โลก ใครเป็นมนุษย์ลวงกันแน่ะล่ะนี่” เจ็ดเจ็ดถาม

“นั่นสินะ”

แล้วเจ็ดเจ็ดและสามจุดหนึ่งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“เอา ล่ะ ได้เวลาแล้วล่ะนะ” สามจุดหนึ่งสองกล่าวพลางลุกขึ้น “ได้เวลากล่าวคำอำลาทุกอย่างเสียที โลกในท่อน้ำโกโรโกโสนี้ โลกข้างบนที่ยังพอมีอากาศที่อบอุ่นสดชื่น โลกที่ยังพอมีมลพิษ”

“โลกที่มีความรัก ความเกลียดชัง โลกที่มีสิ่งมีชีวิตคือสลับซับซ้อนหลายรูปแบบ” เจ็ดเจ็ดเสริม

“โลกที่มีมนุษย์, มนุษย์ที่กักขังจิตวิญญาณของตัวเอง และมนุษย์ที่ปลดปล่อยมันเป็นอิสระและหลงทางจนหาทางกลับสู่ตัวเองไม่เจอ”

“ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ เราขอลาก่อน” เจ็ดเจ็ดกล่าวก่อนจะหันไปถามสามจุดหนึ่งสอง “เพียงพอและครอบคลุมไหม”

“น่าจะโอนะ” สามจุดหนึ่งสองตอบด้วยภาษาคนที่กำลังได้รับความนิยม

เจ็ดเจ็ดและสามจุดหนึ่งสองหัวเราะอีกครั้ง

“แด่ภารกิจที่ต้องล้มเลิกและล้มเหลวสุดๆ” เจ็ดเจ็ดกล่าว “สามจุดหนึ่งสองนายมีอะไรจะพูดอีกไหม”

“ฉัน อยากบอกมนุษย์ว่า เราคือสิ่งแปลกปลอมของโลกใบนี้ เราคือผู้มาจากที่อื่น ภูมิปัญญาของเราเหนือกว่ามนุษย์ทุกคน แต่เราก็เหมือนพวกเขาอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือเราคิดถึงบ้านเหมือนๆ กัน แต่เราโชคร้ายเราไม่มีบ้านจริงๆ ให้คิดถึง เราเป็นเพียงดวงจิตเร่ร่อน มนุษย์เหนือกว่าเราตรงที่พวกเขามีบ้านที่เคยน่าอยู่ให้คิดถึง แม้พวกเขาเป็นฝ่ายค่อยๆ ทำลายบ้านของตัวเอง แต่เราก็ยินดีทีได้รู้จักพวกเขาและบ้านชั่วคราวหลังนี้ ลาก่อนและเราจะไม่ได้เจอกันอีก”

“นี่คือข้อความที่นายเขียนในจดหมายใช่ไหม” เจ็ดเจ็ดถาม

สามจุดหนึ่งสองยิ้มแทนคำตอบ

พวกเขาทั้งสองกำลังลอยขึ้นไปข้างบน
——————————————————————————————————
พาดหัวข่าวเช้าวันรุ่งขึ้น

“ตะลึง! พบศพชายลึกลับสองคนที่สันนิษฐานว่าเป็นศาสดาของศาสนาโบราณเมื่อสองพันกว่าปี ที่แล้ว นอนตายอย่างสงบอยู่ในท่อน้ำใต้ดินร้างในลอนดอน พร้อมจดหมายหนึ่งซอง!”
——————————————————————————————————
(แรงบันดาลใจจากเพลง Subterranean Homesick Alien ของวง Radiohead)

Subterranean Homesick Alien

The breath of the morning I keep forgetting the smell of the warm summer air
I live in a town where you can’t smell a thing
You watch your feet for cracks in the pavement
Up above aliens hover making home movies for the folks back home
Of all these weird creatures who lock up their spirits
Drill holes in themselves and live for their secrets
They’re all uptight, uptight, uptight, uptight
I wish that they’d swoop down in the country lane late at night when I’m driving
Take me onboard their beautiful ship show me the weird world as I’d love to see it
I’d tell all my friends but they’d never believe me
They’d think that I’d finally lost it completely
I’d show them the stars and the meaning of life they’d shut me away
But Ill be all right, all right
I’m all right, all right
I’m just uptight, uptight, uptight, uptight