opendragon

โลกที่เปลี่ยนไป

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ยุโรปซึ่งเป็นสมรภูมิหลักของสงครามได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก แม้ในหมู่ประเทศที่ชนะสงครามเองอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสที่เคยเป็นมหาอำนาจในยุคล่าอาณานิคมก็ต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง อันนำมาสู่ปัญหาทางการเมืองภายในประเทศสืบเนื่องมาอีกหลายทศวรรษ ความตกต่ำของยุโรปทำให้อเมริกาสามารถผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลกได้ด้วยแสนยานุภาพทางทหารทั้งกองทัพอากาศที่ทันสมัย กองทัพบกที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และกองทัพเรือเรือที่เข้มแข็งที่สุดในโลก อเมริกากลายเป็นชาติผูกขาดอาวุธนิวเคลียร์อยู่จนถึงปี 1949 อันเป็นปีเดียวกับที่พรรคคอมมิวนิสต์ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม หลังจากเอาชนะสงครามกลางเมืองและกรีฑาทัพเข้าสู่ปักกิ่งได้ในเดือนมกราคม ก่อนจะเคลื่อนพลลงใต้ขับไล่กองทัพเจียงไคเช็ค จนต้องถอยข้ามทะเลไปตั้งหลักที่ไต้หวัน สหรัฐอเมริกาสนับสนุนฝ่ายเจียงไคเช็ค ให้ทำสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์มาโดยตลอด ความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลปักกิ่งจึงถูกปิดฉากลงเป็นเวลานาน อเมริกาต้องใช้ความพยายามอยู่นานร่วมทศวรรษ ก่อนที่ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน จะสามารถเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการได้ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1972 โดยนิกสันได้เข้าพบประธานเหมาเจ๋อตง ผู้นำจีน และร่วมกับนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหล ประกาศแถลงการณ์เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ยอมรับว่าจีนมีเพียงหนึ่งเดียวและไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน อันเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายปรองดองและการปรับสถานภาพระหว่างสองประเทศให้เข้าสู่ภาวะปกติ

อย่าทิ้งความกระหาย อย่าคลายความซื่อ

- สตีฟ จ็อบส์ - ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาคุยกับน้องๆ ทั้งหลาย ในวันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งโลก ผมไม่เคยเรียนจบมหาวิทยาลัย – ตรงนี้เป็นก้าวที่ใกล้ที่สุดแล้วของผม วันนี้ผมอยากเล่าเรื่องจากชีวิตจริงของผมให้น้องๆ ฟังสามเรื่อง ไม่มีอะไรมากครับ แค่สามเรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องของการเชื่อมจุดครับ ผมลาออกจากวิทยาลัยรีด (Reed College) หลังจากเรียนไปได้ 6 เดือน แต่ผมก็ยังไปนั่งเรียนต่ออีกประมาณ 18 เดือน ก่อนที่จะลาออกจริงๆ แล้วทำไมผมถึงลาออก? สาเหตุมันมีมาตั้งแต่ก่อนผมเกิด แม่แท้ๆ ของผมเป็นบัณฑิตสาวที่ยังไม่แต่งงาน แม่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะยกผมให้เป็นลูกบุญธรรมของคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ท่านก็เลยจัดการให้ทนายความคนหนึ่งกับภรรยารับอุปการะผมตั้งแต่เกิด ทีนี้ทั้งคู่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาในนาทีสุดท้าย พวกเขาคิดว่าเขาอยากอุปการะเด็กผู้หญิงมากกว่า ดังนั้น พ่อแม่บุญธรรมของผมซึ่งมีรายชื่ออยู่ในบัญชีผู้รอรับการอุปการะ ก็เลยได้รับโทรศัพท์ในตอนกลางดึกบอกว่า “เรามีทารกเพศชาย คุณอยากอุปการะเขาไหม?” พ่อแม่บุญธรรมผมตอบว่า “แน่นอน” ตอนหลังแม่แท้ๆ ของผมพบว่าแม่บุญธรรมไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัย และพ่อบุญธรรมก็ยังเรียนไม่จบกระทั่งชั้นมัธยมปลาย เธอก็เลยไม่ยอมเซ็นเอกสารส่งตัวผม มายอมเซ็นก็หลายเดือนต่อมา หลังจากที่พ่อกับแม่สัญญากับว่า วันหนึ่งผมจะได้เรียนมหาวิทยาลัย

ศิลปะของการนั่งนิ่ง และปริศนาของหินก้อนที่สิบห้า--เท่าที่คนแบกหินคนหนึ่งจะคิดออก

- ปราบดา หยุ่น -
นั่งนิ่งๆ—ผมเห็นใครๆ ก็ไปนั่งนิ่งๆ ที่เรียวอันจิ วัดชื่อดังแห่งเมืองเกียวโต นั่งนิ่งในที่นี้ไม่ใช่ในความหมายของการนั่งสมาธิ ทุกคนอยู่ในอิริยาบถสบาย สวมใส่เสื้อผ้าตามรสนิยมส่วนตัว หลายคนสะพายกล้องถ่ายรูป บางคนอาจเปิดกางหน้าว่างของสมุดบันทึก มือถือปากกาจ่อปลายรอจูบผิวกระดาษขาวสะอ้าน แต่ยังไม่อาจทำได้ เพราะร่างกายอยากนั่งนิ่งๆ มากกว่า ที่สำคัญ จิตใจพลอยอยากนิ่งตามไปด้วย แทบทุกครั้งที่แวะเยือนเรียวอันจิ (ถ้าจำไม่ผิด ผมแวะมามากกว่าสี่ครั้ง ถ้าจำผิดก็สองครั้ง) ผมเห็นคนนั่งนิ่งอยู่ที่นั่นไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน บ้างมาเป็นกลุ่มก้อน บ้างมาโดดเดี่ยวและคงจะกลับไปอย่างนั้น ทุกคนเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าสำหรับผม ขณะที่หน้าของผมเองก็คงแปลกไม่น้อยในสายตาพวกเขา เราต่างเดินทางมาจากทั่วสารทิศ ผิวพรรณไล่เฉดสีจากขาวโพลน ขาวครีม วานิลลา ไข่ไก่ เหลือง ด่าง ถึงดำถ่าน สำเนียงภาษาไม่น่าจะด่าพ่อล้อแม่กันรู้เรื่อง (กว่าจะถามให้รู้ชื่อพ่อชื่อแม่ก็คงลำบาก) และที่ปฏิเสธไม่ได้เป็นอันขาด คือพวกเราล้วนตกอยู่ภายใต้นิยามของคำว่า “นักท่องเที่ยว” ไม่ว่ามันจะเป็นคำที่เราบางคนขยะแขยงเพียงไหนก็ตาม

ญี่ปุ่นหลังเลือกตั้ง

- วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง เรียบเรียง - การได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรค LDP ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งมีผู้กล่าวขานว่าเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญที่สุดของญี่ปุ่นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เพียงแต่ช่วยยืนยันถึงความนิยมในตัวนายจุนอิชิโร่ โคอิสุมิ เท่านั้น แต่ยังบ่งบอกว่า ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ของประเทศให้ฉันทานุมัติแก่โคอิสุมิในการปฏิรูปการเมือง จากการเมืองที่ฉ้อฉลและอิงกลุ่มผลประโยชน์ ไปสู่การเมืองที่แสดงความรับผิดชอบกับประชาชนโดยตรง รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจ จากทุนนิยมสวัสดิการซึ่งเคยนำพาเศรษฐกิจญี่ปุ่นสู่จุดสูงสุดเมื่อทศวรรษ 1960 จนกระทั่งสู่ยุคตกต่ำในทศวรรษ 1990 ไปสู่ทุนนิยมเสรีมากขึ้นตามยุคโลกาภิวัตน์ open dragon เล่มนี้ นั่งคุยกับ รศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออก เพื่อขอคำอรรถาธิบายถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมหาคำตอบว่า ญี่ปุ่นหลังเลือกตั้งจะเดินต่อไปในทิศทางใด

คำนำ โอเพ่น ดราก้อน 1

ผมไปเมืองจีนครั้งแรกเมื่อต้นปี 1997 อยู่ปักกิ่งได้สองวัน เติ้งเสี่ยวผิง อดีตผู้นำสูงสุดของจีนก็ถึงแก่อสัญกรรม สุดสัปดาห์นั้นผมนั่งรถเมล์จากโรงเรียนมาต่อรถไฟใต้ดิน เสียเงินค่าตั๋วสองหยวนหรือประมาณ 6 บาท (สมัยนั้นหนึ่งหยวนตกประมาณ 3 บาท) ก็สามารถเดินทางจากเขตรอบนอกทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง อันเป็นย่านมหาวิทยาลัย เข้าสู่ใจกลางมหานครของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ภายในเวลาไม่นานนัก นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมสัมผัสจัตุรัสเทียนอันเหมิน อันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทุกทั่วสารทิศ ตั้งแต่คนจีนโพ้นทะเล คนจีนจากต่างจังหวัด นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งคนคนจีนในปักกิ่งเอง ที่พากันมาเดินเล่นชมอาคารสถานที่ที่ตั้งอยู่รายรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชวังต้องห้าม ซึ่งวางตัวโดดเด่นเป็นสง่าอยู่ทางด้านทิศเหนือของจัตุรัสแห่งนี้ เทียนอันเหมินสร้างขึ้นในสมัยประธานเหมา ผ่านร้อนผ่านหนาวกับเหตุการณ์ทางการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ยุคก่อร่างสร้างประเทศภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ยุคปฏิวัติวัฒนธรรมซึ่งทำลายล้างสิ่งดีงามจำนวนมากและสร้างบาดแผลร้าวลึกในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ ไปจนถึงพิธีไว้อาลัยการจากไปของเหมาเอง

คำนำ โอเพ่น ดราก้อน 2

อาณัติสวรรค์ที่สั่นไหว ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีนนั้น ไม่มีใครหรือราชวงศ์ใดสามารถครองอำนาจได้ค้ำฟ้า ปลายสมัยราชวงศ์เซี่ยอันเป็นราชวงศ์ต้นๆ ของจีน กษัตริย์เริ่มประพฤติผิดศีลธรรมอันดีงาม ชอบทำสงครามใช้ความรุนแรงเข่นฆ่าผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยม ครั้นขุนนางผู้ภักดีทูลทัดทานก็อาจถูกสั่งตัดหัวเอาได้ง่ายๆ เป็นดังนี้จึงไม่มีใครกล้าปริปากให้คำแนะนำ ปกครองอยู่ได้ไม่นานก็มีอันล่มสลายไป ถัดจากราชวงศ์เซี่ย กษัตริย์ราชวงศ์ซังปกครองจีนต่อมาได้อีก 600 ปี มีกษัตริย์ 31 พระองค์ กษัตริย์องค์สุดท้ายก็เริ่มออกอาการไม่ฟังใครอีก ขุนนางที่กล่าววาจาให้ระคายเคืองมักจะถูกลงทัณฑ์อย่างรุนแรง จนในที่สุดราชวงศ์ที่สืบทอดกันมา 17 ชั่วอายุคนก็มีอันต้องวิบัติไป ถัดจากราชวงศ์ซัง กษัตริย์ราชวงศ์โจวได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน โดยเริ่มเผยแพร่แนวคิดว่ากษัตริย์นั้นเปรียบเสมือนโอรสสวรรค์ หรือ เทียนจื่อ เป็นผู้ได้รับอาณัติสวรรค์ หรือ เทียนมิ่ง ให้มาเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน จากคนธรรมดากษัตริย์จึงก้าวเข้าสู่ความเป็นสมมติเทพไปในยุคนี้ ซึ่งไม่ใช่มีแต่เฉพาะในอารยธรรมจีนเท่านั้น แนวคิดที่ว่ากษัตริย์เป็นผู้ที่ได้รับอาณัติจากสวรรค์นั้น แม้ในอียิปต์ในยุคที่ปกครองโดยฟาโรห์ ก็อ้างอำนาจจากพระเจ้าบนสรวงสวรรค์เช่นกัน

ทิศทางการค้าและการลงทุนในจีน

ปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน)
ในการเป็นนักธุรกิจที่คิดจะเข้าไปลงทุนในเมืองจีน คือ จำเป็นต้องมีความเข้าใจในระบบการเมืองของเขา ถ้าเราไม่เข้าใจตรงนี้ ก็เหมือนคนตาบอดเดินเข้าไป เนื่องจากประเทศนี้ยังมีการปกครองแบบเผด็จการอยู่ ฉะนั้นการตัดสินใจหรือการดำเนินตามกฎจะไม่มีอะไรที่สามารถไปยึดเป็นสิ่งที่แน่นอนได้ แม้ว่าจะบอกว่าเข้า WTO ไปแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่อำนาจก็ยังอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่งอยู่ ดังนั้นวิธีการที่จะเปลี่ยนกฎเพื่อดำเนินการ หรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนกลุ่มหนึ่ง แน่นอนว่าคนกลุ่มนั้นต้องเป็นกลุ่มคนในประเทศจีน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้โดยไม่ขัดต่อกฎของ WTO หรือองค์การนานาประเทศ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องศึกษา ถามว่าจีนในสายตาของผมเป็นอย่างไร ผมคิดว่าจีนต้องการเป็นเจ้าโลก คำพูดนี้อาจจะดูรุนแรงแต่มันมีหมายถึงว่า จีนมีศักยภาพที่จะกำหนดชะตาของโลกได้บางส่วน คือเขาไม่สามารถที่จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่นั่งเฉยๆ แล้วใครจะมาบอกให้เขาทำโน่นทำนี่ได้ นี่ไม่ใช่ทัศนคติของผู้นำจีนแน่

ผูกมิตรกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน
ประชาชาติไทยกับจีนได้มีความสัมพันธ์ติดต่อกันมาเป็นเวลานับศตวรรษ และถึงแม้จะไม่มีรูปแบบเป็นทางการ คือไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดฉันญาติมิตรตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา ในสัมพันธภาพอันยาวนานทางประวัติศาสตร์เช่นนี้ ย่อมมีบางวาระที่มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ และบางวาระที่มีความขุ่นข้องกัน ระยะของความขุ่นข้องกันระหว่างสองประเทศนี้ เริ่มปรากฏขึ้นชัดแจ้งเมื่อประเทศจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองภายในประเทศ จากการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ภายใต้ราชวงศ์เช็ง ไปเป็นระบอบสาธารณรัฐภายใต้การนำของ ดร.ซุน ยัต เซ็น เมื่อ พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) โดยที่ประเทศจีนในยุคนี้ต้องการแรงสนับสนุนจากชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางการเมืองภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการปลุกระดมความรู้สึกชาตินิยมในหมู่ชาวจีนในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงใช้ความรู้สึกชาตินิยมของคนไทยเข้าทัดทาน ผลสืบเนื่องจากการใช้ลัทธิชาตินิยมนี้เอง ทำให้เกิดความไม่พึงพอใจขึ้นระหว่างประเทศทั้งสอง การดำเนินนโยบายไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเป็นไปตลอดมา จนกระทั่ง พ.ศ. 2489 เมื่อไทยมีนโยบายสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ปรากฏว่ารัฐบาลจีน (คณะชาติ) ซึ่งเป็นประเทศ “ มหาอำนาจ ” หนึ่งที่ถือว่าได้รับชัยชนะสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นประเทศผู้ก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ เป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง (U.N. Security Council) จึงมีสิทธิยับยั้ง (Veto) การเข้าเป็นสมาชิกองค์การฯ ของประเทศใดประเทศหนึ่ง ได้ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลไทยสถาปนาความสัมพันธภาพทางการทูตกับตนเสียก่อน แล้วจีนจึงจะสนับสนุนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติของไทย โดยเหตุนี้ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2489 ไทยกับจีนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จึงได้มีความสัมพันธ์เป็นทางการ

ประชาธิปไตยแบบพุทธทิเบต

ซัมด้อง รินโปเช นายกรัฐมนตรีทิเบตพลัดถิ่น
อาตมาได้รับเชิญให้มาพูดเรื่องประชาธิปไตยแบบพุทธ และก็รับปากโดยไม่ได้ตรึกตรองมากนัก พอเวลามาถึงก็รู้สึกว่าไม่มีประเด็นจะพูดมากนักในเรื่องประชาธิปไตยแบบพุทธศาสนา เพราะว่าหนึ่ง สมัยพระพุทธเจ้ายังไม่มีระบบที่เรียกว่าประชาธิปไตย ประการที่สอง พระพุทธเจ้าไม่ได้ให้คำสั่งสอนเรื่องการจัดการของรัฐมากนักในยุคนั้น ท่านเพียงแต่ให้นักปกครองสมัยนั้นปกครองตามหลักธรรมะ นอกจากที่ว่ามาแล้ว ท่านไม่ได้พูดรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารรัฐมากนัก ประการสำคัญ ความคิดเรื่องประชาธิปไตยนั้น หนึ่ง – เป็นความคิดสมัยใหม่ สอง - เป็นความคิดแบบฝรั่ง ทั้งสองเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาแค่ไหน ข้าพเจ้าไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าได้สอนวิธีการดำเนินชีวิต เพราะฉะนั้นเราจะสรุปบทเรียนที่เกี่ยวกับการจัดการกับรัฐได้บางอย่าง ในสมัยพุทธกาลมีรัฐแบบหนึ่งซึ่งไม่ใช่รัฐราชาธิปไตยที่สืบทอดทางสายเลือด ทว่าเป็นรัฐที่ปกครองโดยกลุ่มที่เป็นตัวแทนของมวลชน เช่น รัฐเวสาลี เป็นต้น สมัยนั้นเรียกการปกครองแบบนี้ว่า “ กัณรัฐ ” กัณ คือ หมู่คณะ กัณรัฐคือรัฐที่ปกครองโดยกลุ่มหรือสภาซึ่งเลือกมาจากประชาชน การปกครองโดยประชาชนถ้ามองในแง่นี้ก็ไม่ได้เป็นของใหม่ที่มาจากฝรั่ง ตั้งแต่สมัยโบราณ อินเดียก็มีการปกครองแบบนี้ ถ้าเราดูการปกครองของรัฐเวสาลี ระบบรัฐสภาที่ใช้กันอยู่ก็มีความคล้ายคลึงกับระบบแบบเก่าที่ว่านี้ ตอนที่อินเดียได้รับเอกราชและจะตั้งรัฐสภา ก็ได้ใช้ศัพท์หลายคำที่เป็นศัพท์โบราณตั้งแต่สมัยรัฐเวสาลี ดังนั้น การปกครองโดยหมู่คณะไม่ใช่ความคิดที่ใหม่สำหรับอินเดียและสำหรับชาวพุทธ