ชื่อหนังสือ: Bridge: สะพานข้ามเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ และเพื่อนหนุ่ม (รวมบทสัมภาษณ์และพูดคุย)
พิมพ์ครั้งแรก: ตุลาคม 2552
ราคา: 280 บาท
สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่
สารบัญ
- คิดถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต | ประมวล เพ็งจันทร์
- คิดถึง 'รงค์ วงษ์สวรรค์ จากบินหลาถึงพญาอินทรี | บินหลา สันกาลาคีรี
- มนุษย์ ยุคสมัย และความหมาย: จากอารยธรรมโบราณสู่โพสต์โมเดิร์น | ธเนศ วงศ์ยานนาวา และ ไชยันต์ ไชยพร
- คนรุ่นเราในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ | บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร (บอ.บู๋) และ ทรงกลด บางยี่ขัน
- จาก Open House ถึง สวนทูนอิน จากคณะบรรณาธิการ ถึง อาจารย์ใหญ่ | ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และ ปราบดา หยุ่น
- คนรุ่นเราในเงาเวลาของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ | โตมร ศุขปรีชา และ อธิคม คุณาวุฒิ
- การอ่าน การเขียน และการเรียนรู้ชีวิตจากหนังสือ | สฤณี อาชวานันทกุล ปกป้อง จันวิทย์ และ นิ้วกลม
- ความตายและความหมายของชีวิต | พระไพศาล วิสาโล
คำนำ
คิดถึง ’รงค์ วงษ์สวรรค์ คิดถึงสวรรค์แห่งชีวิต
หนังสือ Bridge เล่มนี้ เรียบเรียงขึ้นจากบทสนทนาของนักคิดนักเขียนร่วมสมัย ที่จัดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงปลายเดือน มิถุนายน 2552 ณ PS แกลเลอรี ย่านแพร่งภูธร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้จัดแสดงผลงานภาพถ่ายชุด "ในเงาเวลาของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์" และชุด "Bridge: สะพานข้ามยุคสมัยของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์" อันเป็นงานสองชุดที่เกี่ยวเนื่องกัน
หัวข้อสนทนาแม้จะเปลี่ยนไปตามวาระและแขกรับเชิญ หากทว่าทั้งหมดล้วนเกาะเกี่ยวอยู่กับชีวิต ผลงานความหมาย และความตายของชายชื่อ ’รงค์ วงษ์สวรรค์เป็นสำคัญ
’รงค์ วงษ์สวรรค์เป็นใคร คงมิต้องกำหนดนิยามกันอีกต่อไปใน พ.ศ.นี้
ความยิ่งใหญ่ ความเมตตา และสายใยที่คุณ ’รงค์ มีต่อนักเขียนรุ่นหลัง หรือที่คุณ ’รงค์มักเรียกขานว่า ญาติน้ำหมึก นั้น ทำให้คนที่ได้รับเชิญส่วนใหญ่แทบจะไม่มีใครปฏิเสธที่จะมาร่วมงาน งานแสดงภาพถ่ายของคุณ ’รงค์ จึงอบอุ่น คึกคัก ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบลงอย่างสง่างาม
แกลเลอรีเล็กๆ ได้ต้อนรับผู้คนที่หลากหลาย ผู้หลั่งไหลมาชมภาพถ่ายและฟังการสนทนากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แม้ในวันฝนตกหนัก มิตรรักนักอ่านก็ยังไม่ยอมหนีหาย จนเราต้องวางระบบถ่ายทอดเสียงสนทนาลงมายังชั้นล่าง หลังจากพื้นที่ชั้นสองถูกจับจองอย่างรวดเร็ว
ตลอดระยะเวลากว่าสองเดือน ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย ด้วยทีมงานทุกคนต่างต้องยืนระยะรับมือกับผู้คนและแขกรับเชิญ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาอย่างต่อเนื่อง ไหนจะงานประจำที่แต่ละคนต้องสะสาง ตกค่ำก็ออกอาการอ่อนล้าไปตามๆ กัน กระนั้นก็มิมีใครปริปากบ่น ด้วยเป็นงานที่ทุกคนทำด้วยความรักและศรัทธาต่อ’รงค์ วงษ์สวรรค์เป็นสำคัญ
การงานทุกอย่างจึงผ่านไปได้อย่างราบรื่น สร้างความปลื้มใจให้กับทุกคน
ผมในฐานะผู้ร่วมจัดงานจึงขอขอบคุณทีมงานทุกท่าน ตั้งแต่เต้-ธวัชชัย พัฒนาภรณ์ ผู้ดูและการอัดภาพ ใส่กรอบ ติดตั้ง และรายละเอียดต่างๆ ของการแสดงงานได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เต้ยอมตื่นเช้ามาเฝ้าแกลเลอรีทุกสัปดาห์ โดยไม่เคยหนีหน้าตลอดสองเดือนเต็ม ไม่นับเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น ที่เขาต้องหมกมุ่นอยู่ในห้องมืด ในขณะที่ทุกคนสนุกสนานอยู่ท่ามกลางแสงสี เพื่อให้รูปดีๆ เสร็จตามกำหนด
ขอขอบคุณปุ๊ก-จณัญญา เตรียมอนุรักษ์ ซึ่งยืนหยัดจัดการบริหารงานแกลเลอรีขนาดเล็กแห่งนี้อย่างเข้มแข็งมั่นคงจนทำ ให้การงานทั้งหลายผ่านไปได้ด้วยดี ขอขอบคุณ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ สำหรับการติดต่อประสานงาน เชิญแขก และร่วมดำเนินการสนทนาในหลายคราหลายวาระ กระทั่งนั่งแก้ต้นฉบับหลายชิ้นก่อนนำมาตีพิมพ์เป็นเล่ม
ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนเล็กๆ เหล่านี้ งานแสดงภาพถ่ายที่ยิ่งใหญ่จึงเกิดขึ้นได้ในวันนั้น
ขอขอบคุณและกราบขอบพระคุณแขกรับเชิญทุกท่าน ที่เดินทางมาด้วยจิตศรัทธา นับจากพี่ต้อ-บินหลา สันกาลาคีรี นักเขียนผู้ใกล้ชิด ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่กรุณาสละเวลาจากการทำหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพคุณ’รงค์ มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทุกคน ซึ่งเป็นข้อมูลที่หาฟังได้ยาก นอกจากปากของคนใกล้ชิดจริงๆ
ขอบคุณอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ซึ่งกรุณาฝ่าฝนมาสนทนาในหัวข้อที่ลึกซึ้ง และให้อนุสติถึงการมีชีวิตกับผู้ฟังเป็นอย่างดียิ่ง ขอบคุณคุ่น-ปราบดา หยุ่น ที่พลังงานของวัยหนุ่มทำให้ลุง’รงค์กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังได้อ่านงานของหลานคุ่น (ขอบคุณคุณแม่คุ่น สำหรับขนมและดอกบัวที่สวยและหอมจับใจจริงๆ)
ขอบคุณ โตมร ศุขปรีชา บรรณาธิการนิตยสาร GM (และทีมงาน) ผู้ที่เดินทางมาร่วมวงเสวนาแทบทุกสัปดาห์โดยมิได้ขาด ขอบคุณสำหรับอาหารและขนมหวาน ที่ตั้งใจอบมาให้ผู้ฟังรับประทานในวันเปิดตัวหนังสือ แฝงพวงองุ่น
ขอบคุณ อธิคม คุณาวุฒิ บรรณาธิการนิตยสาร way ที่สละเวลาอันมีค่ากับครอบครัวในวันอาทิตย์ เพื่อมานั่งสนทนาในหัวข้อยากๆ หากแต่คมก็สามารถเอาตัวรอดไปได้อย่างคมคายสมชื่อ
ขอบคุณก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร a day ที่มาช่วยทำให้งานดูทันสมัยขึ้นอีกเยอะ พร้อมกับช่วยเรียกแขกกลุ่มใหม่ให้ตามมาฟังพี่ก้องกันอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับ บอ.บู๋ จาก สยามกีฬา ผู้มาสร้างบรรยากาศและความคึกคักให้กับงาน จนแม้แต่เพื่อนบ้านร้านขายกล้วยปิ้ง ยังต้องเอ่ยปากถามว่า พี่บู๋มาด้วยหรือ
ขอบคุณเอ๋-นิ้วกลม ที่มาช่วยตั้งและตอบคำถามกับอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ และคุณยุ้ย-สฤณี อาชวานันทกุล วงนี้คึกคักและเรียกนักอ่านเยาวชนได้ล้นหลามไม่ต่างจากวงของก้องและบอ.บู๋ เช็กเรตติ้งแล้วน่าจะสูสีกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นน่าจะมาจากผู้ฟังเอ๋เป็นส่วนใหญ่ (HA-HA)
ขอบคุณอาจารย์ตู่-ธเนศ วงศ์ยานนาวา และอาจารย์ตั๋ง-ไชยันต์ ไชยพร ที่มาช่วยปลุกความร้อนทางปัญญาและเปิดวงสนทนาเรื่องความยอกย้อนของมนุษย์ ตั้งแต่ยุคกรีกมาจนถึงยุคโพสต์โมเดิร์น ก่อนจะจบลงด้วยการที่อาจารย์ไชยันต์หนีกลับก่อน และอาจารย์ธเนศแอบคุยนอกรอบอย่างออกรสถึงเรื่องอาหารและการเมืองในมหาวิทยาลัย
ขอบคุณพี่มานิต ศรีวานิชภูมิ สำหรับการลงมือค้นคว้าข้อมูลภาพถ่ายของคุณ ’รงค์ จากหอสมุดแห่งชาติอย่างจริงจัง จนทำให้ผู้ฟังได้รับทราบข้อมูลใหม่ที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก (ข้อมูลดังกล่าวมิได้ถูกตีพิมพ์ไว้ในหนังสือเล่มนี้ ด้วยเหตุผลทางเทคนิคของการบรรยายที่จำเป็นต้องใช้การดูภาพเป็นหลัก) รวมทั้งขอบคุณพี่จ้อย-นราสำหรับการร่วมวิจารณ์ในงานเดียวกันนี้ และก่อนหน้า
ขอบคุณพี่วินทร์ เลียววาริน พี่โม่ง-ภัทระ คำพิทักษ์ พี่เรืองรอง รุ่งรัศมี เป้-วาด รวี พี่ปู-สุพัตรา ที่กรุณาแวะมาคุยถึงคุณ ’รงค์ในวันแรก ขอบคุณพี่เล็ก แห่งร้านใบเมี่ยง สำหรับดนตรีแจ็ซดีๆ ขอบคุณนักดนตรีทุกท่านที่กรุณามาเพิ่มสีสันให้กับงานนี้
สุดท้ายกราบขอบพระคุณพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่กรุณารับนิมนต์มาปัจฉิมกถาปิดงาน แม้หลวงพี่จะมีกิจมาก หากแต่ยังเมตตารับมาเสวนาธรรมอย่างเป็นกันเองกับญาติโยม ในบรรยากาศและคำถามที่ยากจะหาฟังได้จากวงไหน ดังผู้อ่านจะได้ประจักษ์ด้วยตนเองในส่วนท้ายของหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้จะสมบูรณ์ไปเสียมิได้ ถ้ามิได้ตีพิมพ์ภาพถ่ายผลงานของ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ กว่า 60 ภาพไว้ในส่วนต้น อันถือว่าเป็นส่วนหลักของหนังสือ ภาพเหล่านี้แม้ยังมิได้ระบุรายละเอียดไว้ ด้วยข้อจำกัดของเวลาการจัดพิมพ์ หากแต่คณะผู้จัดพิมพ์ต้องการเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในเบื้องต้น เพื่อที่ผู้สนใจจะได้ทำการค้นคว้าต่อไปได้โดยสะดวก
ขอขอบคุณครอบครัว "วงษ์สวรรค์" ขอบคุณป้าติ๋ม-สุมาลี ขอบคุณเลิง-วงศ์ดำเลิง และขอบคุณจ่อย-สเริงรงค์ ที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด ทั้งทางโทรศัพท์และการแวะมาเยี่ยมชมนิทรรศการในครั้งนี้
กระนั้น งานนี้จะมีขึ้นมิได้ หากปราศจาก ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ที่ทำให้เราทั้งหมด รวมทั้งท่านผู้อ่านได้มาพบกัน
กราบขอบคุณ ’รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ที่ทำให้เราได้รู้จักชีวิต ความตาย และความหมายของชีวิต
’รงค์ วงษ์สวรรค์ ผู้ซึ่งบัดนี้น่าจะกำลังท่องไปในสรวงสวรรค์แห่งนั้น
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
28 กันยายน 2552