โลกียะ

lokeeya.jpg

 

ชื่อหนังสือ: โลกียะ

ผู้เขียน: นพพร สุวรรณพานิช

พิมพ์ครั้งแรก: พฤษภาคม 2552

ราคา: 180 บาท

สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่

 

เกริ่นเรื่องโลกียะ

มนุษย์เราที่เป็นชาวพุทธมักนึกถึงโลกว่าเป็นที่อาศัยของมนุษย์ สิ่งของ และสรรพสัตว์ มากกว่าที่จะไปคิดถึงสิ่งอื่นๆ ในที่นี้ โลก คือ world (โลก), earth (ผืนดิน) และexistence (การดํารงอยู่) ในพุทธศาสนา โลกมีอยู่ด้วยกันสามความหมาย เช่น มนุสสโลก (world earth) อันเป็นที่อยู่ของมนุษย์และสัตว์ ถัดจากนั้นคือเทวโลก (six levels of heaven) หรือที่อยู่ของสวรรค์หรือเทวดาชั้นฟ้า และยังมีพรหมโลก (the realm of Brahma) อันเป็นที่อยู่ของพรหม และเป็นความดีความชอบของพรหม (คําว่า พรหม คือ ผู้ประเสริฐ หรือ the Noble)

ในศัพท์ของพุทธธรรม โลกยังแบ่งออกเป็น สังขารโลก (world of uncertain being) หมายถึง สังขารโลกไร้วิญญาณ เป็นวัสดุต่างๆ หรือเป็นสิ่งของ เป็นไปตามปรุงให้เจริญหรือทราม นอกนั้นยังหมายถึง สัตวโลก (world of creatures) ได้แก่มนุษย์และดิรัจฉานทุกประเภท อันสุดท้ายคือ โอกาสโลก (our world) อันเป็นแผ่นดินที่อยู่อาศัยของสิ่งของและหมู่สัตว์

การที่คนเราต้องอยู่ในโลกนั้น เลยเรียกกันว่า โลกธรรม (world matter) อันถือว่าเป็นธรรมดาของโลก ไม่มีใครหลีกหนีไปได้ การปฏิบัติถูกโลกธรรมต้องทําใจให้หนักแน่นไม่ดีใจเกินไปและไม่ทุกข์มากเกินเหตุ ไม่เป็นโลกามิส (worldly lust) หรือเหยื่อของโลก ไม่เป็นเหยื่อล่อใจให้ติดอยู่ในโลก พยายามทําตัวเองให้เป็นโลกุตระ (super-mundane) คําว่า mundane แปลว่า หนักแน่นในทางโลก

ส่วน โลกุตระ หรือ super-mundane เป็นการเหนือโลก อยู่เหนือวิสัยของโลก หรือพ้นจากโลก คือการไม่ข้องเกี่ยวกับโลกียะหรือ worldly pleasure คําว่า โลกียะ จึงเป็นการข้องเกี่ยวกับทางโลก เป็นเรื่องของโลกนี่เอง จึงต่างกับ โลกุตระ กล่าวคือ ภาวะที่หลุดพ้นจากโลกียะ ไม่เกี่ยวกับตันหา (lust), ทิฐิ (prejudice), อวิชชา (unknowing) อันเป็นโลกียะหรือภาวะความเป็นไป วนเวียนอยู่ในภพสาม

กล่าวคือ กามภพ (source of sensual one) หรือที่เกิดของผู้เสพกาม รูปภพ (concrete object) อรูปการ (world of those without form) หรือโลกที่ซึ่งพรหมไม่มีรูป เป็นโลกไร้รูปร่าง

อย่างไรก็ตาม โลกียะ (worldly pleasure) อาจเรียกว่า โลกีย์ หรือ โลกิยวิสัย หมายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกามารมณ์ เช่น กามโลกีย์หรือคาวโลกีย์ (world of sensual pleasure) แม้คําว่า โลกิยสุข หรือ worldly concern เป็นความสุขแบบโลก, ความสุขเกี่ยวกับโลก บางทีคํานี้ก็คือสุขอันเกิดจากเกิดแต่กามารมณ์เป็นสําคัญ ส่วนคําว่า โลกธรรม เป็นเรื่องของโลก ธรรมดาของโลก สิ่งที่มีอยู่ในโลกเป็นหลักปฏิบัติเมื่อถูกโลกธรรม ในภาษาอังกฤษเรียก โลกธรรม ว่า worldly matter หรือ concern เป็นอันเดียวกับ โลกียสุข หรือ โลกียะ นี่เอง

ได้มีงานแปล Tortilla Flat ของ John Steinbeck โดย ประมูล อุณหธูป โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า โลกียชน คํานี้หากแปลโดยตรงเป็นภาษาอังกฤษคือ common man แปลว่าสามัญชนหรือคนทั่วไป การทําหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับโลกโดยตรงและโดยอ้อมเป็นการขยายความคิดและการกระทําด้วยคําพูดที่เราใช้เรียกกัน ดังเช่นคําว่ากุ๊ย, ผี, เซียนซือ, ตึ้งนั้ง, ฝน ฯลฯ ผู้เขียนได้รวบรวมเรียบเรียงและอธิบายคําและประโยคเหล่านี้ไว้ในหนังสือเล่มนี้

อนึ่ง อาจารย์ในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชื่อ ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง ได้กล่าวไว้ใน ละครคือชีวิต ชีวิตคือละคร อันเป็นงานเขียนที่ขึ้นต้นว่าตัวละครหลัก หรือ central character เป็นตัวของสถานการณ์นั้นๆ หรือเป็นการกระทํา ทางพระท่านเรียกว่า นามรูป หรือ name and form โดยเหตุที่มีแก่นหรือวิญญาณ จึงมีตัวละครหนึ่งที่เป็น central character (นามรูป) มีผัสสะหรือสถานการณ์อยู่ด้วย ดังที่อาจารย์ผู้นี้กล่าวว่า เป็นสาเหตุของการเกิดรูปต่างๆ และรูปแบบเหล่านี้ก็เกิดชื่อเรียกต่างๆ ขึ้น
         
ชื่อเรียกต่างๆ ที่ผู้เขียนอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ มีตั้งแต่คํา เช่น นักพรต, พยับแดด, กะหลีกะหลอ, เชลยศักดิ์ เรื่อยไปจนถึงคําผวนไทย-คําผวนฝรั่ง และคดีเล็กๆ เช่น คดีมโนสาเร่ ผู้เขียนเข้าใจว่าคําเหล่านี้จะให้ประโยชน์ไม่น้อยแก่ผู้ที่อ่านหนังสือเรื่อง โลกียะและภาษาอังกฤษ เล่มนี้
         
อย่างไรก็ตาม ชื่อหรือศัพท์แสงต่างทางโลกในหนังสือเล่มนี้ทําให้นึกถึงคําว่า world (โลก) ศัพท์นี้มาจากภาษาเยอรมันก่อนประวัติศาสตร์ จากคําว่า weraz แปลว่า คน เป็นที่มาของศัพท์อังกฤษว่า werewolf แปลว่า บุคคลในนิทานโบราณ แปลงตัวเป็นหมาป่า ภาษาเยอรมันทุกวันนี้เกี่ยวกับ world ใช้คํา welt ภาษาดัทช์คือ werald, สวิชดิช verld และเดนนิช verden
         
ทุกวันนี้ผู้คนชอบใช้ประโยคว่า It’s a small world. หมายความว่า แปลกใจที่เจอคนในที่นึกไม่ถึง บางทีก็นึกถึง a man of the world คนที่เข้าใจในโลกรอบตัว
         
If you are in trouble, Manvika, would you like to talk to my dad; he is a man of the world.
         
ถ้าคุณมาณวิกามีเรื่องยุ่งยาก ลองพูดกับพ่อของผมก็ได้นะ เขาเป็นคนที่เข้าใจโลกรอบตัวมากทีเดียว
         
กระนั้นในงานของกวีเช็กสเปียร์ a woman of the world กลับหมายความว่า สตรีที่สมรสแล้ว
         
Touchstone : Tomorrow will we be married.
         
ทัชสโตน : เราสมรสกันในวันพรุ่งนี้หรือไม่
         
Audrey : I do desire it with all my heart; and I hope it is no dishonest desire to be a woman of the world.
         
ออเดรีย์ : ดิฉันปรารถนาเช่นนั้นอย่างเต็มใจ แต่ก็หวังว่าไม่เป็นความปรารถนาที่ไม่ซื่อ ด้วยเหตุที่ดิฉันได้ผ่านการสมรสมาแล้ว
 
นพพร สุวรรณพานิช