ชาติ ศาสนา ซาชิมิ: โลกาภิวัตน์ แรงปะทะ และการปรับตัว

nation religion.jpg

 

ชื่อหนังสือ: ชาติ ศาสนา ซาชิมิ: โลกาภิวัตน์ แรงปะทะ และการปรับตัว

ผู้เขียน: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

พิมพ์ครั้งแรก: ตุลาคม 2551

ราคา: 195 บาท

สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่

 

คำนำ

มีการประเมินกันว่าปี 2551 เป็นปีที่มีการปลดนักข่าวออกจากงาน ลดจำนวนหน้า และปิดหนังสือพิมพ์มากที่สุดในรอบทศวรรษ แม้แต่หนังสือพิมพ์ที่เคยเป็นเสาหลักตามเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง นิวยอร์ค ไทมส์ ในฝั่งตะวันออกไปจนถึง ลอสแอนเจลิส ไทมส์ ในฝั่งตะวันตก ที่เคยยืนหยัดมาได้อย่างเข้มแข็งก็ยังต้องเผชิญหน้ากับความสุ่มเสี่ยงทางธุรกิจจากยอดขายที่ตกลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้จากค่าโฆษณาไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้น แม้ว่ายอดผู้อ่านทางเว็บไซต์จะเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ หากทว่ากลับไม่สามารถแปลงเป็นแหล่งรายได้ใหม่เพื่อมาเสริมฐานรายได้เดิมที่กำลังหดหายภาวะที่ไม่สมดุลเช่นนี้ทำให้สถาบันเก่าแก่เช่นหนังสือพิมพ์ ซึ่งเคยทำหน้าที่บันทึกความเปลี่ยนแปลงและแสดงความคิดเห็นต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม ตั้งแต่ภายในเมืองเล็กๆ ที่ตนเองสังกัด ไปจนถึงปรากฏการณ์ระดับโลกที่กระทบกระเทือนกับชีวิตผู้คนโดยทั่วไป ต้องตกอยู่ในอาการเจียนอยู่เจียนตายยิ่งกว่าช่วงเวลาใดในประวัติศาสตร์

กระนั้น แม้จำนวนนักข่าวในหลายพื้นที่จะถูกปรับลด นักข่าวหนึ่งคนต้องรายงานข่าวครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้นเพื่อปิดช่องว่างด้านกำลังคน แต่คุณภาพของข่าวที่ถูกนำเสนอในหน้าหนังสือพิมพ์ชั้นนำของโลกก็หาได้ลดทอนลงไม่ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตรอบด้าน ทั้งวิกฤตการเงินในสหรัฐอเมริกา วิกฤตราคาน้ำมัน ไปจนถึงปัญหาสงครามในอิรัก การอ่านข่าวและคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์ชั้นนำของโลกทุกเช้า ทั้งทางหน้ากระดาษและทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ยังถือเป็นวิธีการเรียนรู้ที่รวดเร็ว กระชับ และได้ใจความชัดเจนที่สุด

หนังสือ ชาติ ศาสนา ซาชิมิ: โลกาภิวัตน์ แรงปะทะ และการปรับตัว เล่มนี้จะเกิดขึ้นมิได้เลยหากปราศจากแรงงาน ทั้งแรงกายและแรงสมองของนักข่าวทั่วทุกภูมิภาคที่เฝ้าติดตามรายงานความเปลี่ยนแปลงของโลกออกมาให้ผู้อ่านได้ติดตามอยู่ทุกวันทางหน้าหนังสือพิมพ์ อย่างใกล้ชิด ตลอดช่วงระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนพยายามใช้วิธีการอ่านข่าว เลือกประเด็นเล็กในข่าวใหญ่ หรือบางครั้งก็กลับกัน ด้วยการเลือกประเด็นใหญ่ที่แฝงตัวอยู่ในข่าวเล็ก อาศัยฐานข้อมูลเดิมที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มอย่างต่อเนื่องเป็นทุน ผนวกกับการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในสิ่งที่ติดขัดจากอินเตอร์เน็ต ก็ช่วยทำให้ข้อเขียนขนาดยาวเล่มนี้เสร็จลงได้ตามประสงค์

หนังสือเล่มนี้มุ่งหวังที่จะอธิบายผลกระทบของโลกาภิวัตน์ที่มีต่อส่วนต่างๆ ของสังคม ตั้งแต่วิถีชีวิตผู้คนบนท้องถนนในเมืองหลวง การแข่งขันทางการค้าของธุรกิจขนาดใหญ่ เรื่อยไปจนถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจระดับประเทศ ตลอดจนถึงวิกฤตการทางการเมืองระดับโลกอย่างง่ายๆ โดยพยายามอธิบายข่าวที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งมักไม่มีพื้นที่พอที่จะเขียนลงไปในหน้าหนังสือพิมพ์ รวมทั้งพยายามอธิบายวิธีการ ข้อจำกัด ปัญหา และอุปสรรค ในการแสวงหาคำตอบให้กับปัญหาที่กำลังเผชิญหน้าโลกเราอยู่ทุกวันนี้

ทั้งนี้ ด้วยเชื่อว่าด้วยปัญญา จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม อีกทั้งศรัทธาต่อความดีงามอันเป็นคุณค่าที่มนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ยึดถือร่วมกัน จะเป็นพลังสำคัญในการนำพามนุษย์ไปสู่คำตอบที่ดีขึ้นได้ในภาวะที่มนุษย์ถูกท้าทายจากวิกฤตใหม่ๆ ทั้งในทางเศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม และศีลธรรม

แม้ผู้เขียนจะไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมเฉกเช่นนักเขียนจากซีกโลกตะวันตก หากแต่ผู้เขียนเชื่อว่า เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความหมายที่แฝงตัวอยู่ระหว่างบรรทัดต่างๆ ในงานเขียนเล่มนี้ น่าจะพอเปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงทางเลือกใหม่ๆ ระหว่างใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ตามสมควร

ผู้เขียนขอขอบคุณคุณบุญลาภ ภูสุวรรณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ผู้ชักชวนให้เขียนคอลัมน์ eyes wide open จนเกิดเป็นหนังสือเล่มนี้ ขอขอบคุณทีมงาน D-Life ทุกคนสำหรับมิตรภาพการที่มีให้กับผู้เขียนเสมอมา ขอบคุณอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ และคุณสฤนี อาชวานันทกุล คอลัมนิสต์ร่วมฉบับที่ช่วยติชมและแนะนำมาโดยตลอด และขอบคุณคุณจณัญญา เตรียมอนุรักษ์ ที่ช่วยอ่านแก้ไขต้นฉบับให้ด้วยความอุตสาหะ

และที่ลืมมิได้คือนักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ทุกคนจากทั่วโลกที่ช่วยรังสรรค์ความรู้รายวันที่กว้างขวาง เสพง่าย ได้ใจความที่สุดเท่าที่มนุษย์จะคิดค้นขึ้นมาได้ทั้งในรูปแบบของข่าว ข้อเขียน การ์ตูน แผนภาพ รวมทั้งภาพถ่ายที่งดงามที่แทนคำได้นับพันนับหมื่น ที่ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้

แม้ในวันหนึ่งข้างหน้า หนังสือพิมพ์รายวันที่พิมพ์ลงบนกระดาษอาจจะหายไปจากโลก แต่อย่างน้อยผู้เขียนก็ยังสุขใจว่า ได้เกิดมาในยุคซึ่งผู้คนยังรอให้หนังสือพิมพ์มาส่งที่บ้านทุกเช้า บางวันเปียกปอนจากน้ำฝน บางวันฉีกขาดจากการขนส่ง หากแต่หนังสือพิมพ์ก็จะมาตรงเวลาอย่างน่าอัศจรรย์

แด่นักหนังสือพิมพ์ทุกท่านผู้ไม่เคยย่อท้อต่อกำหนดเวลาปิดต้นฉบับ

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

27 กันยายน 2551

พระรามเก้า กรุงเทพฯ