ทันสมัย ทันใจ เพื่อสุขภาพ: ในแบบฉบับอาหารเทียม

การบริโภคผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูปไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในสังคมไทย อาจจะนับตั้งแต่น้ำอัดลมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการกินดื่มประจำวัน และขยายพื้นที่ขายไปไกลขนาดชายแดนไหน ยอดดอยไหนก็มีขาย นี่คือดัชนีชี้วัดความเจริญที่เพื่อนชาวเวียดนามคนหนึ่งใช้ประเมินความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของเมืองไทย ในทัศนะของเขา การที่น้ำอัดลมมีขายทุกที่หมายถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และความสามารถในการจับจ่ายของผู้บริโภค รวมทั้งคุณภาพชีวิตแบบหนึ่งที่ผู้บริโภคไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงของ พื้นบ้าน

แต่หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่เวียดนามนานสามปี และเริ่มชินกับการกินอาหารแบบที่คนเวียดนามกิน ผู้เขียนแย้งไปว่า เราคิดว่าอย่างไรเสียน้ำลูกบัว น้ำข้าวโพด น้ำชาสารพัดชนิดที่คนเวียดดื่มเป็นประจำก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่าน้ำหวานแต่งกลิ่นสีดำ สีส้ม สีแดงอย่างที่เพื่อนชอบ แน่นอนว่าเราพูดกันคนละเรื่อง จากพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมที่ต่างกัน แต่ประเด็นที่น่าติดใจของการสนทนาคราวนั้นก็คือ การมองว่าตัวสินค้าและการแพร่กระจายของมันเป็นดัชนีบ่งบอกถึงความเจริญทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

กลับมาจากเวียดนาม ผู้เขียนลองใช้มุมมองของเพื่อนคนดังกล่าวมามองการกินดื่มรอบตัว ดูว่าสังคมไทยไปไกลขนาดไหนแล้วหากดูจากการดื่มกินสิ่งที่ไกลจากธรรมชาติ

การไปซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพครั้งแรกหลังกลับจากเวียดนามทำให้ผู้เขียนคิดถึงคำออกตัวของบรรดาเพื่อนทั้งชาวเวียดและชาวไทดำที่เวียดนาม ว่าการกินอยู่ของพวกเขา ล้าหลังเมืองไทย ล้าหลังในแง่ที่อาหารที่เขากินเป็นของง่ายๆ พื้นๆ อย่างผักต้ม ปลาย่าง เต้าหู้นึ่ง ฯลฯ ดื่มเหล้าที่ต้มเอง หรือน้ำชา ไม่ใช่อาหารประเภทฉีกซองแล้วเทน้ำร้อนลงไปอย่างที่เขาเห็นจากละครไทย

อันที่จริงการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ผู้เขียนอยากจะเรียกว่า อาหารเทียมกันในเมืองไทยขณะนี้ มันเกินจินตนาการของเพื่อนที่มาไกลแค่น้ำอัดลมและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปมาก เราจะคิดอย่างไรกับการมีอยู่และแพร่หลายของ ซุปครีมข้าวโพดซอง ชาเขียวเย็นที่ไม่ทิ้งร่องรอยของใบชา การชง การดื่มชาแบบที่เพื่อนคุ้นเคย เครื่องดื่มสูตรนมผสมธัญพืช นมถั่วเหลืองผสมงาดำในฐานะเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กระทั่งซุปรสปูอัด ที่แม้แต่ตัวปูอัดเองก็เข้าใจได้ยากว่ามันเชื่อมโยงกับปูจริงอย่างไร

ผู้เขียนเคยลองถามแม่บ้านคนอื่นๆขณะที่กำลังซื้ออาหารเทียมเหล่านี้ถึงเหตุผลในการซื้อ คำตอบมีหลากหลายตั้งแต่ อร่อย ทุ่นเวลา และประหยัดกว่าทำเอง สะดวกในการเก็บ เก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องกลัวเสีย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ฯลฯ

ทั้งหมดนี้มีคำตอบเดียวที่ดูมีเหตุมีผลพอที่จะโน้มน้าวให้ผู้เขียนหันมาอ่านฉลากสินค้าได้ ก็คือเรื่องประโยชน์ทางโภชนาการ แต่เมื่ออ่านแล้วกลับพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่าที่ผู้ซื้อตั้งความหวัง เช่น เราจะหวังอะไรจากการกินซุปข้าวโพดซองซึ่งมีครีมเทียม แป้งข้าวโพด และน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก สิ่งที่เสมือนซุปข้าวโพดคงจะมีแค่ข้าวโพดแห้ง 4% ที่เหลืออยู่ในองค์ประกอบ หรือเอาเข้าจริงแล้วผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้บรรจุกล่องพร้อมดื่มจะได้ประโยชน์จากผลไม้มากเท่ากับน้ำตาลที่มีในส่วนผสมหรือไม่ ทั้งหมดนี้คงเป็นเรื่องที่โภชนากรที่ซื่อสัตย์ในอาชีพเท่านั้นจะเปิดเผย  

          อย่างไรก็ตาม คำถามต่อปรากฏการณ์บริโภคอาหารเทียมนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะที่สาระทางโภชนาการของอาหาร แต่อยู่ที่สาระทางความหมายของการบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้

          ประการแรก มันมีภาพพจน์การเสพของนอกและการเสพความทันสมัย อาหารเทียมหลายชนิดมีพื้นฐานกลิ่นนมเนย เช่นบรรดาเครื่องดื่มรสนมใส่ธัญพืชที่ปรุงแต่งกลิ่นนมเนย ส่วนชาเขียวก็เชื่อมโยงกับความเป็นญี่ปุ่น หากใครอุตริทำจับฉ่ายกึ่งสำเร็จรูป หรือขนมกรุบกรอบกลิ่นสาหร่ายแม่น้ำโขง คงขายไม่ออกแน่ การเสพอะไรที่เป็นเรื่องนำเข้าจากวัฒนธรรมที่ดูเลิศกว่าดังกล่าวมีลักษณะที่สำคัญคือ ผู้เสพไม่จำเป็นต้องรู้จักเค้าเดิมของสิ่งที่ตนเองเสพ เราไม่ต้องสนใจว่ามันจะบิดเบี้ยวไปจากต้นเค้าเดิมของมัน เช่นเราเสพอาหารเทียมเหล่านี้โดยที่เราไม่ต้องสนใจก็ได้ว่าคนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวกันอย่างไร เราพอใจกับการเสพความหมายใหม่ของชาที่ไม่ต้องการกาชา น้ำร้อน ความร้อน ใบชา แต่ยังคงเชื่อได้ว่าเรากำลังดื่มชาเขียวที่มีอะไรโยงกับวัฒนธรรมการดื่มชา เราบริโภคโดยไม่ได้คำนึงถึงต้นตอของวัฒนธรรมมัน แต่บริโภค ความเป็นอื่นที่ทันสมัยของสินค้า

ประการที่สอง นอกจากจะไกลกับสิ่งที่เรากินในเชิงวัฒนธรรมแล้ว อาหารเทียมเหล่านี้ยังห่างไกลกับอาหารแท้อย่างมาก ซุปรสปูอัดคือตัวอย่างดังกล่าวที่ถือทั้งสัญชาติญี่ปุ่นและฝรั่ง หากกำกวมอย่างยิ่งในสารัตถะของทั้งซุปและของแท้(แบบเทียมๆ)อย่างปู อัด หากมันมีภาพพจน์การให้คุณค่าทางโภชนาการ ทั้งๆที่มันอาจไม่ได้ให้คุณค่าทางโภชนาการดังที่ภาพพจน์มันอ้างเลย อาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดสร้างกลิ่นเทียม ให้คุณค่าเทียมๆด้วยโฆษณา และรูปบนหีบห่อที่สมจริง จึงไม่แปลกที่หลายคนเลือกนมถั่วเหลืองกล่องซึ่งมีน้ำตาลและแป้งสูงแทนน้ำเต้าหู้ พ่อแม่บางคนเลือกซื้อน้ำหวานสีส้ม กลิ่นส้ม บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปส้ม แทนการปอกส้มจริงให้ลูกกิน   บรรจุภัณฑ์กล่องสีเขียวและสีส้มที่มีรูปนักกีฬาเป็นตัวแทนความแข็งแรงคงไม่ได้ทำให้เด็กๆที่ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้แข็งแรงขึ้นมา หากไม่ออกกำลังด้วยตัวเอง

          ประการที่สาม การบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้ความมั่นใจว่า  หากเติมน้ำตามคำแนะนำก็จะได้อาหารเทียมรสชาติเหมือนกันทุกครั้ง และด้วยความเร็วเพียงเปิดฝา เสียบหลอด หรือเทน้ำร้อน เป็นระดับความเร็วที่เหมาะกับจังหวะชีพจรของสังคมไทยยุคปัจจุบัน สุดท้ายแล้วสิ่งที่เรายินดีเสพเข้าไปอาจจะไม่ใช่ตัวอาหารเทียมโดยตรง แต่อาจจะเป็นความสม่ำเสมอ ความสำเร็จรูป การคาดเดาได้ และความเร็ว อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟาสต์ฟูดทั่วไป พูดให้ถึงที่สุด วิถีชีวิตทุกวันนี้ของหลายๆคนเป็นชีวิตแบบฟาสต์ฟูดที่เร็วเสียยิ่งกว่าฟาสต์ฟูดที่ถูกประณามตลอดกาลอย่างแมคโดนัลด์ อาหารเทียมเหล่านี้ต่างหาก ที่อยู่ในตู้เย็นหลายๆบ้านและเป็นสิ่งที่บริโภคกันอย่างแพร่หลายไม่จำกัดวัยและรายได้ เป็นของเทียมที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฉลากสุขภาพ และสูบเงินจากฐานที่กว้างกว่าฟาสต์ฟูดข้ามชาติ 

          บางทีเพื่อนชาวเวียดนามคนนั้นอาจจะพูดถูกในแง่ดัชนีวัดความทันสมัย แต่มันเป็นความทันสมัยคนละเรื่องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มันเป็นความทันสมัยที่สร้างขึ้นมาด้วยระบบการตลาดและการโฆษณา ที่ความสำเร็จในวิชาชีพเหล่านี้ได้ทำให้คนบางส่วนไม่สงสัยในสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไป เชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้นเพราะเขาเขียนไว้อย่างนั้น ด้วยตรรกะบนซองง่ายๆว่าซุปคืออาหารเช้าที่มีคุณค่า ซุปข้าวโพดซองคือซุป ดังนั้นมันจึงมีคุณค่า

          ที่สุดแล้วมันไม่ใช่ความสำเร็จของการขายสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งโดยลำพัง แต่คือความสำเร็จของการขายฝัน การขายไลฟ์สไตล์ การขายความทันสมัย การขายความด่วนที่เป็นพิมพ์เดียว ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือการขายภาพพจน์ความเป็นของจริง ของมีประโยชน์ ของมีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งๆที่มันไม่ได้มีหรือไม่ได้จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเลย แต่สำหรับผู้บริโภค เขาอาจไม่ได้บริโภคคุณค่าทางโภชนาการ แต่เป็นความพึงพอใจจากการได้เสพอาหารสุขภาพ หรือได้หยิบยื่นความห่วงใยในสุขภาพแก่คนที่คุณรัก