ท่ามกลางความวุ่นวายและการต่อรองทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองทั้งหลาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ดอดไปพบกับทักษิณ ชินวัตร ณ สถานที่ปิดลับแห่งหนึ่ง
กระนั้น ความลับนอกจากจะไม่มีในโลกแล้ว ความลับยังไม่เคยมีอยู่ในวงการเมืองไทย แม้การประชุมลับกันไม่กี่คน วันรุ่งขึ้นก็ยังกลายมาเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ได้ ไหนเลยการพบกันท่ามกลางเสียงอึกทึกเช่นนี้จะกลายเป็นเรื่องลับ
เย็นวันแรกสุเทพออกมาปฏิเสธข่าวทางวิทยุ ว่าไม่ได้มีการพบกับทักษิณ แต่เมื่อถูกรุกหนักเข้า วันต่อมาจึงออกมายอมรับว่าเป็นการพบกันในฐานะมิตรเก่า และเรื่องที่คุยกันก็เป็นแต่การเตือนในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
เตือนกันท่าไหนเดินเกมอย่างไรในพรรค ไม่มีใครรู้ แต่เปลว สีเงินเขียนไว้ในคอลัมน์คนปลายซอยว่าเกือบทำให้อภิสิทธิ์ เสียท่า โชคดีที่ได้นายหัวชวน หลีกภัยกระโดดลงมาใช้กระบวนท่ากระซิบบอกอภิสิทธิ์ จึงสามารถพลิกตีลังกาลอดหว่างขามาได้
ในทางการเมืองแม้คนรอบข้างในบางเวลาก็ไม่อาจวางใจ
เมื่อทักษิณถึงเวลาต้องจากไปแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ คนรอบข้างทั้งหลายที่รักกันนักรักกันหนา จะมีทีท่ากับนายเก่าคนนี้อย่างไร
เมื่อครั้งที่เสธ.หนั่นถูกพิพากษาให้ต้องวางมือทางการเมืองจากศาลรัฐธรรมนูญ
ยงยุทธ ติยะไพรัช หน้าถอดสี และเป็นคนแรกที่หลบหนีจากประชาธิปัตย์ ก่อนจะหันเข้าซบไทยรักไทย จนได้ดิบได้ดีด้วยการทำงานสนองนายทุกอย่าง ทั้งในทางสว่างและในทางลับ
ไม่ต่างอะไรจากเนวิน ชิดชอบ เมื่อครั้งถีบหัวส่งพรรคชาติไทยของบรรหาร ศิลปอาชา จนบรรหารต้องกล้ำฝืนกลืนเลือด มาจนถึงทุกวันนี้
ด้วยลีลาและท่าทางไม่ต่างกัน วันนี้ทั้งสองกลายเป็นที่ปรึกษาคู่กายทักษิณ
ในวันที่คนดีเริ่มถอยห่าง
อนาคตจะเป็นเช่นไรไม่อยากคิด
สุเทพ เทือกสุบรรณนั้นมีสายสัมพันธ์มายาวนานกับทักษิณ ทั้งสองมีนิวาสสถานอยู่ย่านจรัลสนิทวงศ์เหมือนกัน ของสุเทพเป็นคอนโดมิเนียมริมน้ำ ซื้อไว้ยกชั้นไม่ไกลจากปากซอยบ้านจันทร์ส่องหล้าเท่าไรนัก
เมื่อทักษิณขึ้นบ้านใหม่ราคา 500 ล้าน สุเทพได้รับเชิญให้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ต้อนรับประธานาธิบดีบุชผู้เฒ่ากับเขาด้วย
ทักษิณช่วงนั้นอยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้งพรรคไทยรักไทย แม้จะวุ่นอยู่กับการเมืองเรื่องอำนาจ แต่ก็ยังไม่วายวางมือจากการบริหารกลุ่มชินคอร์ปเสียทีเดียว
ในฐานะนักธุรกิจสื่อสาร ความจำเป็นที่จะต้องพบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ชื่อสุเทพ เทือกสุบรรณจึงยังมี
และความจำเป็นที่จะต้องบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนสร้างสหกรณ์ CO-OP อภิมหาโปรเจ็คแห่งเมืองสุราษฎร์ธานีของสุเทพก็ยังมีอยู่
ทั้งรักทั้งชัง ทั้งหวานทั้งขู่ จึงยังมีอยู่ในความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ที่ผลัดกันครองอำนาจมากันคนละยุคคนละสมัย
สายสัมพันธ์เมื่อครั้งในอดีตจึงยังไม่ขาด สายสวาทจึงยังเหลือไย
แต่เมื่อถึงเวลาต้องทิ้งไพ่ ทุกคนก็จำเป็นต้องรักษาตัว
การเมืองจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับสลับไปกับเรื่องเล่าหน้าฉาก
นักหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในวงการเมืองมานานๆ จึงแยกหน้าจริงออกจากหน้ากาก
และเรียนรู้ที่จะแยกนักการเมืองกเฬวรากออกจากนักการเมืองชั้นดี
ซึ่งมาถึงวันนี้ แทบจะไม่มีเหลืออยู่จริงให้กราบไหว้
การเมืองไทยจะหวังพึ่งนักการเมืองในระบบอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป

