เปิดศักราชใหม่ปี 2549 เบียร์ช้างหรือบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน) ฟันธงชัดเจนว่าจะไปจดทะบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ หลังจากที่อดทนอดกลั้นมาตลอดปี 2548 แต่อยู่ๆก็ฝันสลายที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ข่าววงในระบุว่า ม็อบต่อต้านเพื่อต้องการ “หยุด” ความยิ่งใหญ่ของเบียร์ช้าง หรือต้องการอะไร..? แล้วใครล่ะ..ที่อยู่เบื้องหลังทำให้ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ต้องถอยทัพและคิดนอกกรอบไปตลาดหุ้นสิงคโปร์
ข่าวเบียร์ช้างจะเข้าตลาดหุ้นมีมานาน แต่เริ่มมีความชัดเจนและเปิดตัวจริงๆจังๆปี 2547 เมื่อจัดโครงสร้างองค์กรลงตัว โดยคาดว่าจะเข้าตลาดหุ้นได้ในต้นไตรมาส 2 ปี 2548
เมื่อเห็นว่าเบียร์ช้างพร้อม กระแสต่อต้านถูกปลุกมาต่อเนื่องจนรุนแรงในช่วงเดือนกรกฎาคม 2548 ที่มีพระสงฆ์เป็นพันรูปมาประท้วงหน้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
แกนนำคนสำคัญคือพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ผู้ซึ่งใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นอย่างดี และยังมีกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการให้เบียร์ช้างซึ่งเป็นธุรกิจอบายมุข มอมเมาประชาชนเข้าระดมทุนจากตลาดหุ้น
ถ้าว่ากันตามข้อกำหนดและเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ในการขออนุมัติการกระจายหุ้นเพื่อขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นนั้น สำนักงานก.ล.ต.ไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องคุณสมบัติของเบียร์ช้างแต่อย่างใด เพียงแต่ขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินก็จัดหาให้ตามที่ขอเป็นที่เรียบร้อย
เบียร์ช้างได้ยื่นข้อมูลขอกระจายหุ้นกับสำนักงานก.ล.ต.เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2548 ซึ่งตามข้อกำหนดของก.ล.ต.ระบุว่าเมื่อรับเรื่องแล้วจะต้องมีคำตอบให้กับผู้ยื่นว่าอนุมัติหรือไม่ ภายใน 45 วัน
หากคุณสมบัติเบียร์ช้างถูกต้องตามเงื่อนไข ทำไมสำนักงานก.ล.ต.ไม่อนุมัติ หรือรอคำสั่งใคร..?
แรงกดดันจากม็อบคัดค้านทำให้เบียร์ช้างเก็บตัวเงียบ โดยมีข่าวออกมาว่ามีตลาดหุ้นอื่นๆ อาทิ ตลาดหุ้นลอนดอน ตลาดหุ้นฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์มาตามจีบอยู่ แต่เบียร์ช้างยังคงปิดปากเงียบ มีแต่คนรอบข้างออกมาตอบแทนว่าเบียร์ช้างไม่ไปไหน จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย
อะไรทำให้ผู้บริหารเบียร์ช้างมั่นใจว่าจะเข้าตลาดหุ้นไทยได้ ทั้งๆ ที่มีกระแสคัดค้านรุนแรง ใครเป็นคนให้คำมั่นสัญญา...?
โดยให้คำมั่นสัญญาฟันธงว่าเดือนธันวาคม 2548 คณะกรรมการก.ล.ต.จะอนุมัติแน่นอน เพราะจะมีการประชุมบอร์ดวันที่ 25 ธันวาคม 2548
ใครคืออ้ายโม่งกำหนดชะตาเบียร์ช้าง!!!
แต่อยู่ๆม็อบต่อต้านก็ขู่ประท้วงที่สำนักงานก.ล.ต.ในเดือนธันวาคมอีก สำนักงานก.ล.ต.ออกแถลงการณ์ต้นเดือนธันวาคมทันทีว่าสำนักงานก.ล.ต.จะไม่มีการเสนอเรื่องเบียร์ช้างให้คณะกรรมการก.ล.ต.พิจารณาในเดือนนี้(ธันวาคม) เพื่อลดกระแสการต่อต้าน
เมื่อม็อบแรงขึ้น ข่าววงในเบียร์ช้างระบุว่า มีโทรศัพท์จากบิ๊กบอสทำเนียบรัฐบาลบอกว่า ขอให้เลื่อนการอนุมัติหุ้นเบียร์ไปก่อนเพราะไม่ต้องการรับศึกหลายด้าน โดยสัญญาอีกครั้งว่า เดือนมีนาคม 2549 จะนำร่างพ.ร.บ.ควบคุมสุรา พ.ศ....เข้าสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ม็อบเรียกร้อง นั่นหมายถึงการไฟเขียวให้เบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้นได้
เมื่อเจอโรคเลื่อนแล้วเลื่อนอีก “เจริญ” หมดความอดทน เพราะจังหวะและโอกาสทางธุรกิจคงรอ “การเมือง” ไม่ได้ บอสใหญ่ของเบียร์ช้างจึงตัดสินใจ ไปสิงคโปร์ดีกว่า เพราะตามตื้อมา 3 ครั้งแล้ว
ประกอบกับการปรับโครงสร้างองค์กรแต่งตัวเข้าตลาดหุ้นครั้งนี้ นายเจริญใช้เวลามานานและเงินหมดไปหลายร้อยล้านบาท เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล รับการแข่งขันในยุคโลกาภิวัตน์
ด้วยคำมั่นสัญญาที่ให้รอแล้วรอเก้อมาตลอดปี 2548 ทั้งๆที่เบียร์ช้างมีคุณสมบัติครบถ้วนแต่บรรดาผู้มีอำนาจไม่มีใครกล้าตัดสินใจ ใช้การเมืองเป็นข้ออ้างหรือมีวาระซ่อนเร้น!!!
ส่วนประเด็นเรื่องศีลธรรม ทำลายสุขภาพ เป็นเรื่องที่ดีที่จะมีกฏหมายมากำกับดูแล แต่ปัจจุบันมีกฎหมายบังคับดูแลอยู่แล้ว แต่หากต้องการเพิ่มเติม นายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังเคยให้สัมภาษณ์ว่าพ.ร.บ.ควบคุมสุรา พ.ศ... ไม่จำเป็นต้องออกเป็นพ.ร.บ.ก็ได้เพราะอาจจะช้า สามารถออกเป็นกฏกระทรวงสาธารณสุขได้ เพื่อให้ผู้ประท้วงสบายใจว่ามีกฎหมายกำกับดูแล
การเมืองทำเบียร์ช้างหัวปั่น เจอทั้งความไม่ชัดเจน ไม่แน่นอน
หุ้นเบียร์ช้างมีมูลค่าราคาตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปประมาณ 200,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นหุ้นยักษ์ใหญ่ ติด 1 ใน 5 ของตลาดหุ้นไทยสบายๆ และจะทำให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจมากขึ้น จากพี/อีตลาดหุ้นที่ต่ำๆระดับ 9 เท่า ซึ่งไม่เป็นที่พอใจของนายทนง พิทยะ ก็จะพุ่งเป็น 15 เท่าได้ทันที
จึงเป็นที่เสียดายของคนในแวดวงตลาดทุนเมื่อเบียร์ช้างไปจดทะเบียนตลาดหุ้นสิงคโปร์
คำถามที่สงสัยและติดใจว่าทำไม“เบียร์ช้าง”จะเข้าตลาดหุ้นไทยไม่ได้ ใครเป็นอ้ายโม่งเตะช้างไปสิงคโปร์ และทำไมต้องเตะสกัด…???
เพราะคนที่กดปุ่มให้เบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้น และแกนนำม็อบต่อต้าน ก็เป็นคนกันเองด้วยกันทั้งน้าน…

