Art & Culture

‘จากป่าลึกสู่ปารีส’ การโคจรมาพบกันของ 2 ช่างภาพ

People Space คือแกลเลอรีเปิดใหม่ ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ เพิ่งมีงานแสดงศิลปะผ่านไป 2 ครั้ง โดย 2 ศิลปิน คือตั้ม—วิศุทธิ์ พรนิมิต และ ชัยพงษ์ กิตตินราดร งานที่ 3 จะเปิดแสดงวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ ชื่อ ‘จากป่าลึกสู่ปารีส’ โดยเป็นการพบกันของ 2 ช่างภาพต่างรุ่น ต่างเนื้อหางาน ทว่าทั้งคู่เลือกเดินอยู่บนถนนสายสารคดี เลนส์และเรื่องราวคนละอย่าง แต่หัวใจไม่แตกต่างกัน สิ่งนั้นคือความพยายามที่จะเรียนรู้และเข้าใจโลก

Mind’s Eye : Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs

“ผมไม่เคยปฎิเสธว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยสีสัน แต่ในฐานะคนที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และด้วยรสนิยมส่วนตัวที่ไม่ชอบผิวสัมผัสที่เป็นวิทยาศาสตร์บนกระดาษภาพถ่ายที่ได้มาจากเนกาติฟสี หรือแม้แต่ที่พิมพ์จากสไลด์โดยตรง ผม

กระดาษ : นิทรรศการแสดงต้นฉบับงานของตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร


People Space 116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 116 Phraeng Phuthon Road, San Chaopor Suea, Phranakorn, Bangkok 10200

Top 10 Artvirus ส่งท้ายปี 2007

คำเตือนก่อนเขย่าขวด โดย ฟิล์มไวรัส

http://dkfilmhouse.blogspot.com/ และ http://www.twilightvirus.blogspot.com/

 

เฟรด เคเลเมน: นามแห่งรัตติกาลยะเยือก

(บทความสุดพิเศษนี้เป็นการร่วมเขียน-แก้ไขเพิ่มเติม ระหว่าง 3 ทหารเสือ คือ filmsick, The Man Who…และ MDS)

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์และละครเวทีของเคเลเมน

ที่อื่น: วิเวกวิถี มนุษย์บนเวที (ภาระของชีวิต ธุระของความตาย)

- อุทิศ เหมะมูล -
“คราวนี้มันจะเป็นการเดินทางไปสู่ดินแดนที่ไม่รู้จัก ไปสู่ดินแดนภายในตัวผม และในใจกลางของเยอรมนี ผมรู้ว่าผมต้องการอะไร แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร จากนั้นเอง ทุกสิ่งก็เริ่มต้นด้วยภาพภาพหนึ่ง” Wim Wenders, The Logic of Images อ้างจากหนังสือ ฟิล์มไวรัส: คู่มือผู้บริโภคหนังนานาชาติ หน้า 72
วิม เวนเดอร์ส คือผู้กำกับเยอรมันคนสำคัญในกลุ่ม New German Cinema (1960 - 1980) ซึ่งปัจจุบันเขายังคงสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง หนังหลายเรื่องของเวนเดอร์สมีลักษณะเฉพาะตัวจนกลายเป็นเอกลักษณ์ อันเกี่ยวกับ ‘ตัวหนัง’ ที่เริ่มต้นออกตามหา ‘ตัวเรื่อง’ หนังของเวนเดอร์สเริ่มต้นที่ภาพภาพหนึ่ง ที่ไหนสักแห่ง เมื่อตัวละครก้าวเข้าเฟรมมา เขาเริ่มออกตามหาเรื่องราวของเขา พร้อมๆ กันนั้นตัวหนังก็ออกตามหาเนื้อเรื่อง (ซึ่งไม่เคยมีอยู่ก่อนในฐานะบทภาพยนตร์) ตัวละครเผชิญหน้ากับสถานที่แปลกตา ค้นหาตัวเองจากตำแหน่งที่ตนลัดเลาะเดินทางผ่านไป ภาพภูมิทัศน์ค่อยๆ สร้างชีวิตของเขาขึ้น ด้วยเรื่องราวและเศษเสี้ยวหลากหลาย จนสุดท้ายเขาค้นพบจุดหมายในตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ในหนังขนาดยาวเรื่องแรกของเวนเดอร์ส Summer in the Cty (1971) ตัวหนังบันทึกภาพตึกรามบานช่อง ท้องถนน จัตุรัส ตรอกซอย และคูคลองในมหานครเบอร์ลิน ผ่านสายตาของฮานซ์ ตัวละครเอกซึ่งถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำหลังผ่านไปสองปี คนดูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฮานซ์ เขาเองก็ไม่ช่างพูด เราเพียงได้แต่จับจ้องเขา ผ่านการกระทำในชั่วขณะปัจจุบัน เขาเร่ร่อน ไร้หลักแหล่ง มีคนรู้จักอยู่บ้าง หลักฐานเหล่านี้ได้เผยอดีตบางอย่าง ไม่ใช่ผ่านทางคำพูด แต่ผ่านทางภาพที่เห็น ภาพที่ว่านั้นคือส่วนเสี้ยวต่างๆ ของนครเบอร์ลิน เมืองที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เขาถูกจำคุกสองปี เต็มเปี่ยมด้วยความรู้สึกแปลกแยก ถูกทำให้เป็นอื่น และตอนนี้เมืองบ้านเกิดจ้องมองมาที่เขา ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการเผชิญหน้าทำให้เกิดภาวะเข้มข้นของทั้งสองฝ่าย เมืองมองเขาอย่างเป็น ‘คนอื่น’ เขามองเมืองอย่างเป็น ‘ที่อื่น’

openbooks พบนักอ่าน เปิดตัวหนังสือ 2 งาน 6 เล่ม

สำนักพิมพ์ openbooks ร่วมกับพันธมิตร. บริติช เคาซิล. House RCA และสำนักหนังสือไต้ฝุ่น ขอเชิญฟังและชม

10 ธันวาคม 2550 ณ โรงภาพยนตร์ House RCA

เปิดกรุ DVD ตอน : โลกไร้สีของ Bela Tarr

- ‘กัลปพฤกษ์’ - kalapapruek@hotmail.com (บทความพิเศษเนื่องในวาระครบรอบสิบปีกำเนิด DVD ภาพยนตร์) ..................... หมายเหตุก่อนอ่าน อย่าพลาดชม! THE MAN FROM LONDON ผลงานภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของผู้กำกับ BELA TARR ในงานเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 5 ณ โรงภาพยนตร์ ESPLANADE CINEPLEX ถนนรัชดาภิเษก ฉายเพียง 2 รอบเท่านั้น วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา 20:10 น. และ วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา 15:30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจาก website ของเทศกาลที่ http://www.worldfilmbkk.com ...................... อารัมภบท นวัตกรรม DVD นี่ช่างเป็นของขวัญอันล้ำค่าจากฟากฟ้าที่ส่งลงมาสมนาคุณให้กับเหล่าคนรักหนังบนพื้นโลกใบนี้อย่างแท้จริง ใครจะเคยคิดว่าเจ้าแผ่นโลหะกลม ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยังไม่ได้สักกึ่งคืบ แถมยังมีรูตรงกลางขนาดสอดดัชนีนางเข้าไปได้หนึ่งองคุลี จะสามารถบรรจุเอาภาพและเสียงของภาพยนตร์ขนาดความยาวหลายชั่วโมงลงไปได้โดยไม่เสียความคมชัด แถมยังสามารถเสริมใส่คำบรรยายใต้ภาพหรือ subtitles เป็นภาษาต่าง ๆ ได้ถึง 32 ภาษา หรือถ้าไม่อยากกวาดลูกตา ก็ยังสามารถเลือกเสียงพากย์นั่งฟังได้อย่างสบายใจกันถึง 8 track นี่ยังไม่นับรวม Special Features ต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น หนังตัวอย่างหลาก version รวมฉากที่ถูกตัดทอน เบื้องหลังขั้นตอนของการถ่ายทำ บทสัมภาษณ์รวมถึงประวัติการทำงานของผู้กำกับและนักแสดง commentary track อันละเอียดยิบ music video เพลงประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมายจิปาถะที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสกับหนังเรื่องนั้น ๆ กันอย่างทั่วถึงทุกซอกมุม ไม่เพียงแต่จะเป็นการรวบรวมสิ่งละอันพันละเยอะที่เกี่ยวข้องกับตัวภาพยนตร์บรรจุไว้ในสื่อเก็บข้อมูลขนาดกะทัดรัดเท่านั้น แต่ DVD ยังมีส่วนในการกระตุ้นวัฒนธรรมการดูหนังของคอหนังรุ่นใหม่ให้คึกคักขึ้นมาได้ไม่แพ้ยุคสมัยที่ videotape เริ่มออกตีตลาดเมื่อกลางทศวรรษ 1970’s กันเลย นับตั้งแต่ภาพยนตร์แนววินาศภัยสุดมันเรื่อง Twister (1996) ของผู้กำกับ Jan de Bont ออกวางจำหน่ายเป็นเรื่องแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี 1997 DVD ภาพยนตร์ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนสามารถแทนที่ม้วน videotape อันหนาเตอะและแผ่น laserdisc อันเทอะทะได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี และด้วยกรรมวิธีการผลิตที่สะดวกง่ายแถมยังสามารถเก็บไว้ดูได้ยาวนานโดยไม่ต้องเดือดร้อนรำคาญกับความชื้นและการขึ้นรา ทำให้เราสามารถหาชมภาพยนตร์จากสื่อ DVD ที่มีออกมาใหม่แบบไม่ยอมให้เว้นว่างไปเพียงสักหนึ่งสัปดาห์