OPEN HOUSE 6
มีนาคาราโอเกะ ฉบับหลงกลดนตรี
บนเตียงกับดนตรี
ในวัยที่กลางคืนคือช่วงเวลาแน่นิ่งจนน่ารำคาญ ผมเคยสงสัยว่าเสียงดนตรีเป็นเพื่อนหรือศัตรู ที่สมองผมไม่ยอมหยุดทำงาน เป็นเพราะมันยังไม่อยากปล่อยมือจากโลกแห่งความจริง และเสียงเพลงจากการหมุนของเทปในเครื่อง “ซาวนด์ – เบ๊าท์” ช่วยคลอบรรเทาความทรมานระหว่างรอคอยการหวนคืนของดวงอาทิตย์ หรือเป็นไปได้ไหมว่า เสียงดนตรีนั่นต่างหาก คือสารเสพติดร้ายกาจ ทำให้ตาผมสว่างท่ามกลางอาณาจักรของดวงจันทร์
ผมนอนฟังเพลงเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกันทุกคืนอยู่หลายปี บางครั้งฟังจากเทป บางคราวฟังจากรายการวิทยุ ใบหูชาชินกับการโดนประกบทับโดยก้านและตุ่มของหูฟังแข็งๆ ที่ทำให้ผิวช้ำ เป็นรอยแดง แม้วัยปัจจุบันนี้ หูจะชราภาพขึ้นมาก และลังเลจะทนทานต่อการฟังเพลงลักษณะแนบแน่นเช่นนั้นบ่อยๆ แต่บางคืนที่สมองเคว้งคว้างยาวนานผิดปกติ มันยังจำต้องยอมให้ผมใช้งานหนักเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่นไม่ผิด ต่างก็ตรงที่เสียงเพลงบนเตียงไม่ค่อยได้บรรเลงจากแถบแม่เหล็กยาวๆ ในตลับเทปอีกแล้ว หากเปล่งออกจากแผ่นสีเงินกลมแบนที่เรียกว่าซีดี ผ่านเครื่อง “ซีดี วอร์คแมน” กระทั่งรูปร่างหน้าตาของหูฟังก็กะทัดรัดไม่กัดผิวเจ็บเท่าเมื่อก่อน
อ่านต่อ »
OPEN HOUSE 5
มิถุนามนุษยา ฉบับฅนเขียนคน
รูปคน (Drawing Life)
เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นผมยาว อารมณ์ฉุนเฉียว อัตตาลงพุงตุงและโต ผมเคยเรียนศิลปะกับครูคนหนึ่งชื่อทอม เอเว่นส์
ณ ฮอร์โมนนั้น ผมรู้สึกไม่ค่อยถูกโฉลกกับทอม อาจจะเป็นเพราะผมคิดว่าเขาไม่เห็นคุณค่าในงานวาดเขียนของผมเท่าที่ควร—วาดออกจะเก่งกาจ แต่ทอมไม่เคยเอ่ยปากชื่นชม
นอกจากจะไม่ชมแล้ว ทอมยังนิยมพูดจาเสียดแทงหน้าอกของผมจนนมฟีบ
ผมจำเหตุการณ์หนึ่งได้แม่นยำ วันที่ผมแปะภาพวาดลายเส้นของตัวเองลงบนผนังห้องเรียนศิลปะ ด้วยความภาคภูมิใจ มันเป็นภาพโครงกระดูกหรือลายละเอียดกล้ามเนื้อมนุษย์ วาดจากการมองแบบจริงในวิชาวาดเขียนที่เรียกว่า Life Drawing คือมีนางแบบนายแบบมายืนเปลือยกายให้นักเรียนวาด เพื่อศึกษาสัดส่วนและเรือนร่างคนอย่างใกล้ชิด
อ่านต่อ »
OPEN HOUSE 4
กันยาหรรษา ฉบับปราบอิทธิพลคนเครียด
กรุณาแบนอารมณ์ขัน เพราะมันทำให้ท้องแข็ง
OPEN HOUSE ฉบับ ‘กันยาหรรษา’ เล่มนี้ เป็นการเปิดบ้านครั้งที่สี่ และต้องเตือนดังๆ ไว้ก่อนว่า ผลงานของนักเขียนหลายท่านที่ปรากฏอยู่ในบ้าน มีทั้งหยาบคาย ลามก กวนตีน เสียดส่อ ล่อแหลม (กระทั่งบางครั้งเหลายังไม่ทันแหลมก็ยังเสียดแทงแบบทู่ๆ เข้าไปจนได้) และหากอ่านละเอียด จะพบว่าบางย่อหน้ามีนัยแฝง ยุยงให้คนมีชู้ ยัดเยียดให้พระผิดศีล แหย่เย้าให้เด็กตีครู เปิดรูให้งูดูปู (อันนี้แม้แต่เราเองยังละอายใจนิดๆ – งูไม่ควรดูรูปู! )
สรุปคร่าวๆ ได้ว่า หนังสือเล่มนี้มีแต่เนื้อหาซึ่งน่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับหลักศีลธรรมและจริยธรรมอันดีของสังคมไทย ตลอดจนเป็นตัวอย่างอันย่ำแย่แก่เยาวชน – จึงใคร่แนะนำให้กระทรวงวัฒนธรรมรีบแบนโดยด่วน ก่อนที่จะจำหน่ายดิบจำหน่ายดี ขายติดตลาดเป็นสิบยี่สิบปี เพราะหากจะไปแบนกันตอนนั้น รับรองว่าความเสื่อมเสียจะตกเป็นของผู้รับผิดชอบในกระทรวงมากกว่าเยาวชนแน่นอน กระทรวงจะต้องเผชิญกับเสียงค่อนขอดต่างๆ นานา โดยเฉพาะเสียงที่ว่า “ปัญญาอ่อนหรือเปล่า” และ “จะรีบสร้างผลงานงี่เง่าแบบนี้เพื่อเลียตูดใครจ๊ะ” (แน่ะ หยาบอีกแล้ว!)
อ่านต่อ »
OPEN HOUSE 3
มีนาอาฆาต ฉบับวันแห่งความเกลียด
ทำไมผมจึงมาอยู่ที่นี่ (หรือปรัชญาของคนหน้าประตู)
ก่อนอื่น: ทำไมผมจึงเกิดมาเป็นผู้ชาย
จะเล่าให้ฟังคร่าวๆ
ตอนที่เขาเรียกให้ผมต่อแถว มีเสียงแนะนำเชิงบัญชาว่า “คิดไว้เลยนะ ว่าอยากไปเกิดเป็นเพศอะไร”
ระหว่างกำลังรอ ผมชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘หญิง’ กับ ‘ชาย’
ทั้งๆ ที่ไม่รู้หรอกครับว่าต่างกันตรงไหน
ผมสะกิดไหล่ร่างที่อยู่ข้างหน้า แล้วถามว่า “คุณจะไปเกิดเป็นเพศอะไร”
ร่างนั้นตอบหนักแน่นทันทีว่า “เพศหญิง”
ผมถามต่อว่า ดีเหรอ
ร่างนั้นตอบ—สุดยอด!
เท่านั้นละ ผมตัดสินใจได้โดยไม่ลังเลว่าผมอยากไปเกิดเป็นผู้หญิงเหมือนกัน
อ่านต่อ »
OPEN HOUSE 2
ตุลาคมคะนอง ฉบับเหลวแหลกไม่ลดละ
หลัง OPEN HOUSE ฉบับแรกวางแผงได้ไม่นาน ผมชักชวนชาว OPEN เดินทางขึ้นเหนือโดยรถไฟเพื่อไปเยี่ยม คุณ ’ รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่สวนทูนอิน บ้านห้วยบวกเขียด โป่งแยง เชียงใหม่ โดยมีคุณปราบดา หยุ่น และคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ร่วมเดินทางไปด้วย
รถไฟเคลื่อนขบวนออกจากกรุงเทพฯ ตอนเกือบทุ่ม วรพจน์กับผมกระหืดกระหอบข้ามสะพานลอยมาขึ้นรถที่สถานีสามเสน เพราะคนที่เหลือออกเดินทางจากหัวลำโพง
โชคดีเราวิ่งเร็วพอที่จะกระโดดขึ้นรถไฟได้ทัน
แต่โชคร้าย เราดันขึ้นผิดขบวน
ขบวนจริงๆ ยังไม่ออกจากหัวลำโพงเลยด้วยซ้ำ
อ่านต่อ »
OPEN HOUSE 1
พฤษภาทมิฬ ฉบับปฏิวัติการปกครองสมอง
OPEN HOUSE ที่ท่านกำลังถืออยู่นี้ มีที่มาแปลกๆ ผมจะขอเล่าให้ฟัง เท่าที่พอจำได้
ปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สร้างโรงอาหารใหม่แทนโรงอาหารเดิม ผู้ค้าที่เคยขายกันมาแต่ก่อนกลับไม่ได้รับการพิจารณาให้เข้าไปขายต่อ เนื่องจากมหาวิทยาลัยคิดจะทำธุรกิจจริงจังขึ้นมา
แทนที่จะถือประโยชน์ของผู้บริโภค คือนักศึกษา เป็นที่ตั้ง มหาวิทยาลัยกลับคิดถึงกำไรสูงสุด
ด้วยฐานคิดเช่นนี้ ทำให้ต้องมีการประมูลแข่งกัน ใครจ่ายมากถึงจะได้เข้าไปขาย
ฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงก็คือ ร้านค้าเล็กๆ ที่เคยยืนหยัดดูแลปากท้องของประชาคมธรรมศาสตร์ระหว่างที่กำลังมีการก่อสร้าง และเป็นร้านค้ากลุ่มที่อยู่กับธรรมศาสตร์มาเกือบ 20 ปี ล้วนถูกอัปเปหิออกจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด ในมุมมองของทุนนิยม กรณีนี้อาจเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกวันนี้เราก็รังแกกีดกันผู้ที่อ่อนแอกว่าในสังคมในทุกๆ ปริมณฑลอยู่แล้ว จะเพิ่มขึ้นอีกสักที่ก็ไม่เห็นจะมีใครเดือดร้อน
อ่านต่อ »
|
|
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการ: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)








