คอลัมน์เก่า 02

ถึง แคโรล ลีห์

ที่ทำงาน 12 กรกฎาคม 2547 สวัสดีครับ แคโรล ลีห์-กวีกะหรี่นักปฏิวัติ
ผมพบคุณครั้งแรก ในบทเพลงโสเภณี ที่คุณเขียนเอาไว้ในหนังสือชื่อ Sex Work ตั้งแต่ปี 1987 คุณเขียนไว้ว่า… พวกเราคือโสเภณี มันคือสถาบันเก่าแก่เหลือหลาย รู้ไหม, โสเภณีไม่ใช่มลพิษหรอกนะ เราอยากได้สิทธิสมบูรณ์ อาจจะมาจากการปฏิวัติ ให้ได้รัฐธรรมนูญใหม่เอี่ยม ที่จะยุติการจับกุมพวกเรา Yeah, yeah, c’mon yeah!

ถึง พลัสทรี

สวนสาธารณะใจกลางกรุง, 6 พฤษภาคม 2546 สวัสดีครับ พลัสทรี
คุณคงไม่รู้จักผม ผมเองก็ไม่รู้จักพวกคุณเหมือนกัน แม้ว่าพวกคุณจะเป็น ‘บอยแบนด์’ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในรัฐคะฉิ่น และผมควรจะรู้จักคุณ เหมือนที่คนฝั่งลาวรู้จักเสก โลโซ แต่อะไรบางอย่างกลับบดบังคุณไว้จากผม และอำพรางผมไว้เสียจากคุณ พวกคุณเป็นนักร้องป๊อบ-คงใช่ อาจเป็นเหตุผลนี้ก็ได้กระมังครับ ที่ทำให้ผมไม่เคยรู้จักคุณมาก่อน ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะผมเข็ดขยาดกับคำว่า ‘เพลงป๊อบ’ เสียแล้วน่ะสิครับ วงการเพลงป๊อบของประเทศผม-ไม่ว่าเจ้าของจะเป็นอากู๋หรือเสี่ย ก็ล้วนแต่สร้างความไพบูลย์ฮ้อเฮียให้แต่กับกระเป๋าของตัวเองด้วยรูปแบบการผลิตเชิงอุตสาหกรรมชี้นิ้วสั่ง โดยละเลยความงดงามในการถักทอผลงานแบบปัจเจกที่เกิดขึ้นเองไป ที่สุด ผมก็เลยเลิกฟังเพลงป๊อบไทยอย่างสิ้นเชิง แม้ระยะหลังจะมีเสียงกระซิบบอกมาว่า วงการเพลงป๊อบไทยกระเตื้องตัวเองขึ้น แต่แรงเฉื่อยจากปฏิกิริยาต่อต้านเพลงป๊อบไทยในตัวผมก็ยังอยู่ พานให้ฟังอย่างไรก็ยังไม่เห็นอะไรไพเราะ อาจเหมือนที่ปราชญ์ด้านการวิจารณ์ท่านหนึ่งบอกไว้กระมังครับว่า เพลงไทยนั้นฟังแล้วเหมือน ‘สำรอก’ ออกมา

ถึง คุณคนขับรถตู้

บ้าน 534, 22 เมษายน 2547 ถึงคุณคนขับรถตู้,
ผมคิดว่าคุณคงจำผมไม่ได้ แต่ผมจำคุณได้ติดใจทีเดียวครับ ตั้งแต่นาทีแรกที่ผมพบคุณ ผมอดคิดไม่ได้ว่า คุณคงเป็นคนใจดีและมีเซนส์ในการเดาใบหน้าคนที่ไม่รู้จัก เพราะคุณถือป้ายที่มีชื่อของผม พลางส่งยิ้มให้ผมก่อน ขณะที่ความสับสนอลหม่านในท่าอากาศยานภูเก็ตยังก่อความตาลายให้ผมไม่เสร็จสิ้นจนผมมองไม่เห็นหรอกครับ ว่าคนที่จะมารับผมไปส่งยังโรงแรมที่พักนั้นเป็นใคร กระทั่งเมื่อผมเห็นรอยยิ้มของคุณ