filmvirus's blog

เทศกาลหนังที่รัก

- ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ - cyker2@hotmail.com
ท่านผู้ชมที่รัก อันที่จริง ความเห็นต่อไปนี้เกิดจากปัญหาที่ผมพบมากในการส่งวิดีโอที่ผลิตขึ้นด้วยตนเองส่งไปในเทศกาลต่างๆ ไม่ใช่ที่ไหนหรอก ในประเทศไทยเราเองนี่แหละครับ สิ่งที่ผมจะเขียนถึงนี้หากว่าผลงานที่ผ่านมาไม่ต้องตรงรสนิยมหรืออาจอยู่นอกความสนใจของผู้จัดหรือผู้ชม ก็เป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้อยู่แล้วหากมีการแจ้งเหตุที่ไม่สามารถนำไปฉายได้ก่อนล่วงหน้า โดยส่วนตัวสำหรับผมอาจจะเป็นความหวังความรักใคร่ข้างเดียวบ้าๆบอๆของผมไปเองก็ได้ จริงๆแล้ว คนที่ผมอยากจะให้ดูวิดีโอที่ผมทำก็คือคุณๆ ผู้อ่านเองนี่แหละครับ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก วันหนึ่งผมมีโอกาสได้ปรึกษาหารือกับคุณ เฉลิมชาติ เจริญดียิ่ง ช่างเขียนภาพประกอบหนังสือคนหนึ่ง บางทีการที่เขาเป็นคนนอกเทศกาลเกี่ยวกับความบันเทิง ผมจึงคิดว่าเขาอาจมีแนวคิดบางประการที่น่าสนใจ และต่อไปนี้เป็นบทความที่ผ่านการสรุปและคิดร่วมกันเพื่อเป็นแนวคิดอย่างหยาบๆ เกี่ยวกับเทศกาลหนังธรรมดาๆ เทศกาลหนึ่งที่น่าจะเป็น หากผิดพลาดแต่ประการใด กรุณาท่านผู้รู้ และผู้มีส่วนจัดเทศกาลต่างๆ ผู้มีความเข้าใจในธรรมเนียมสากลของเทศกาลหนัง มาช่วยกันชี้แจงแถลงไขเพื่อที่จะพัฒนาเทศกาลหนังในบ้านเราเองต่อไปในอนาคต ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกนะครับ

กรณี “อ่อยฉันแล้วเธอจะรู้สึก” กองเลินเล่อหวั่นถูกอุทธรณ์ทำงานอย่างหละหลวม

- รายงานโดย สำนักข่าวฟิล์มไวรัส - filmvirus@yahoo.com
ด็อกเตอร์ ปฏิชีวนะ กากี่นั้ง ตัวแทนกองเลินเล่อฉายา “ผีชีวจิต”, “ใหญ่ฟัดยักษ์” และนาย สรุปโรค ข้าวโพดเงิน นิติกรประจำแพทย์สภาหวั่นใจอาจถูกมหาชนฟ้องกลับฐานดูหมิ่นวิจารณญาณและปัญญาของประชาชน รวมทั้งอาจถูกศาลศิลปะโลกฟ้องฐานละเลยความสำคัญของงานภัณฑารักษ์ ตามเวลาประเทศสยามของวันนี้คือ วันที่ 23 เมษายน 2550 เวลา 16.00 น. ศาลศิลปะโลกชี้ตามพรบ. กฏแห่งกรรม ฉบับใหม่ปี 2550 ประชาชนสาธารณรัฐสยาม สามารถเอาผิดฟ้องกลับกองเลินเล่อฐานปล่อยให้กองทัพหนังไร้สาระกรอกหูตาประชาชนมาเป็นเวลาเนิ่นนาน โดยศาลโลกแนะนำเครือข่ายปลดแอกกะลาสยามให้เรียกเก็บดอกเบี้ยค่าโง่ย้อนหลังเป็นเวลา 100 ปี เพื่อดำเนินการวางรากฐานงานพิพิธภัณฑ์เปิดหูตาประชากร

Crime of a Century บทกวีเรื่องแมว และเสียงเห่าหอนแผ่ส่วนกุศล

- สำนักข่าวฟิล์มไวรัส -
ต่อไปนี้คือข้อความบางส่วนของบทกวี “อเมริกา” จาก หอน และบทกวีอื่นๆ ของ อัลเลน กินสเบิร์ก จิตติ พัวสุทธิ แปล, สำนักพิมพ์ไชน์ (ทุกครั้งที่อ่าน กรุณาเปลี่ยนใส่คำว่า “ประเทศไทย” แทนคำว่า “อเมริกา” และเปลี่ยนชื่อนิตยสารตามเห็นควร)
อเมริกา อเมริกา ข้ามอบให้เจ้าทุกสิ่งสรร แต่บัดนี้ตัวข้ากลับมิหลงเหลือสิ่งใดเลย ข้ามิอาจมีสติสตังเช่นปกติ ข้ากำลังอารมณ์ไม่ดี อย่ามากวนข้า ข้าจะไม่ขีดเขียนบทกวีจนกว่าข้าจะสงบกว่านี้ อเมริกา เมื่อไรกันเล่าเจ้าจะทำตัวอย่างแม่เทพธิดา ?

แสงศตวรรษ (Syndromes and a Century) แสงสะท้อนความอัปยศอดสูของชนเผ่าสยาม

- สนธยา ทรัพย์เย็น -
(คำเตือน: ข้อความต่อไปนี้ไม่เหมาะกับผู้มีจิตใจอ่อนไหวละมุนละไมที่ยังไม่เข้าวัยเจริญพันธุ์) Scarface: Shame of a Nation โทนี่ จา วิ่งไปเมืองนอกไล่อัดฝรั่งตะโกน "เอาช้างกูคืนมา" หม่ำบอก “โถๆ มันคิดได้แค่เนี้ย” ถ้าเจ้ยจะวิ่งสู้ฟัดกับกองเซ็นเซอร์ไทย ตะโกน "เอาฟิล์มกูคืนมา" บ้างล่ะ

ฟิล์มไวรัส และ FILMVIRUS: บทกำเนิดและจุดจบ

- คณะมนตราฟิล์มไวรัส (คมฟ) -
ป่วยการจะชักแม่น้ำทั้งห้าเล่าถึงบทโหมโรง ในเมื่อตอนสำคัญที่คนรอคอยของ FILMVIRUS คือจุดจบและการเล่นขายของ มันก็แค่เปลี่ยนสินค้าจากกระทะ ตะหลิว หม้อพลาสติกขนาดจิ๋วในสมัยเรายังเด็กมาเป็นกระดาษโชกหมึก แถมผสมปรุงอีกหน่อยด้วยไอเดียเพ้อเจ้อประเมินค่ามิได้ (เรียกอีกอย่างว่าไร้ค่าน่ะแหละ) ให้ดูดีมีสกุลที่สุด นี่ก็ใกล้เวลาเข้าโค้งสุดท้ายที่ ฟิล์มไวรัส ขอต่อเวลามานานเต็มทน จะทู่ซี้เขียนบทความปั่นหนังสือต่อไปอีกทำไร้ (สำเนียงชาวนครฯ รัฐเท็กซัส) ในเมื่อใจกายมันมู่ทู่ ที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจริงจังอยากจะมีตอนต่อ แต่เมื่อพันธะแรมปีกับเพื่อนนักเขียนต้องสะสางกันให้จบสิ้น จะเลิกร้างกลางคัน ก็รังแต่จะเสียคำพูด ผิดใจกันไปด้วยความสยองพองขน สู้ทนต่ออีกสักตั้ง นับจากวันนี้อีก 2 แฮ่ก 2 เล่ม ก็จบลงได้แล้ว พ้นจากหนังสือนอกซีรี่ส์ที่ไม่ใช่ ฟิล์มไวรัส 6 ให้ต่อขากะเผลกอีกนิดก่อนท้ายปี หลังจากนี้ ฟิล์มไวรัส ยังมีเปิดกิจการในฐานะการฉายหนังที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่บทบาทอื่น ๆ คงลดทอนกันไปตามโอกาสอำนวยและความสะดวกของนักเขียนแต่ละท่าน หวังว่าผู้อ่านคงเข้าใจ และชำเลืองแลหนังสือเล่มท้าย ๆ ของเราบ้างเน้อ เราจะได้ต่อทุนถึงเล่มปิดท้าย และจากลากันด้วยดี (แถมไม่มีอาฆาตแค้นอีกต่างหาก)

ท่องแดนออสซี่ผ่านแผ่นฟิล์ม ในเทศกาลหนังออสเตรเลีย ครั้งที่ 5

- รายงานโดยสำนักข่าว ฟิล์มไวรัส -
เทศกาลหนังออสเตรเลียครั้งที่ 5 จัดโดย สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพ และ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า ซิตี้ ด้วยความสนับสนุนจาก สมาพันธ์ภาพยนตร์ ออสเตรเลีย
ก่อนอื่น ARTVIRUS ต้องขอชม สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพ ที่ขยันจัดกิจกรรมดีๆ มาให้คนไทยได้ชื่นชมอย่างไม่ขาดสายทั้งด้านศิลปะ แฟชั่น และภาพยนตร์ โดยมีผึ้งงานคนขยันอย่าง คุณปิยรัตน์ สุขศิริ และทีมงาน เบื้องหลังความสำเร็จคัดสรรสิ่งดีๆ มาให้พวกเราได้ชมอย่างต่อเนื่อง และในช่วงเดือนเมษายนนี้ทางสถานทูตออสเตรเลีย มีอีกหนึ่งงานที่จัดเป็นประจำทุกปี คือ เทศกาลหนังออสเตรเลีย จัดที่ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า ดิ เอ็มโพเรียม ระหว่างวันที่ 19-25 เมษายน 2550 ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 5 ขนหนังดีๆ หลากรสหลายแนวมาให้คอหนังไทยได้ชม และดื่มด่ำคลายร้อน ทั้งแนวดราม่าตรึงใจ, คอมเมดี้ขำๆ , อาชญากรรม ซึ่งทุกเรื่องล้วนได้รับความนิยมและคำชมจากนักวิจารณ์ พร้อมหนังสั้นสุดพิเศษ ส่วนรายชื่อหนังและเรื่องย่อมีดังนี้

จับฉ่ายศิลปะ

- เก้าอี้มีพนัก -
นิทรรศการศิลปะวีดิทัศน์ Streetworks: Inside Outside Yokohama หอศิลปวิทยนิทรรศน์ ชั้น 7 สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภาพงาน Yokohama Untitled และ Yokohama Linework โดย Shaun Gladwell (ที่มา: www.asialink.unimelb.edu.au)

เมื่อเป็ดก้าวจากจานอาหารมาเป็นดาราหนัง

- ทรงยศ แววหงษ์ -
Tang-lao-ya นั่นเป็นคำใหม่ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในภาษาจีนกลางเมื่อต้นเดือนนี้เองครับ ท่านผู้อ่านพอจะเดาออกไหมว่าคำ คำนั้นคืออะไร หรือหมายถึงอะไร ผมบอกไบ้ให้นิดว่าเป็นชื่อของซูเปอร์สตาร์สัญชาติอเมริกันและเป็นดาราในสังกัดดีสนีย์ เขาเกิดในปี 2477 ครับ คำเฉลยก็คือว่านั่นเป็นชื่อของโดนัลด์ดั๊กในภาษาจีนกลาง ซึ่งถอดออกมาเป็นภาษาฝรั่ง อย่าให้ลองเดาถอดออกมาเป็นภาษาไทยเลยนะครับ เพราะคงจะเดาเสียงออกมาอย่างผิดๆ จะมากกว่าถูกนั่นแหละ ทีนี้ที่บอกว่าเป็นคำใหม่สำหรับคนจีน (บนแผ่นดินใหญ่) ก็เพราะว่าการ์ตูนชุด “มิกกี้และโดนัลด์” ได้เริ่มออกฉายทางทีวีของจีนเมื่อต้นเดือนนี้เอง คนจีนจะได้ดูการ์ตูนชุดนี้ตอน 6 โมงครึ่งทุกเย็นวันอาทิตย์ติดต่อกันถึง 104 ตอนตลอด 2 ปีข้างหน้า บริษัทดีสนีย์คาดหวังว่าเมืองจีนจะเป็นตลาดมหึมาสำหรับสินค้าของบริษัทกว่า 8,000 รายการ (ตลอดรวมไปถึงของเล่นนานาชนิดและแผ่นเสียงด้วย) แม้ในระยะแรกนี้ทางบริษัทอาจจะมีปัญหานิดหน่อยในเรื่องของสินค้าเลียนแบบ เนื่องจากขณะนี้จีนยังไม่ยอมรับกฎหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ แต่ในระยะเวลาข้างหน้าเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อเมริกากระชับแนบแน่นขึ้น เรื่องแบบนี้ก็คงจะต้องมีการปรับปรุงกันตามธรรมเนียมแหละ อีกทั้งความฝันอันสูงสุดของบริษัทดีสนีย์ (และของจีนด้วย) ก็คือการสร้างดีสนีย์แลนด์อีกสักแห่งขึ้นในเมืองจีน เมื่อถึงเวลานั้นบรรดาซูเปอร์สตาร์ในสังกัดของบริษัทก็คงจรัสแสงขึ้นแข่งกับดาวแดงเหนือท้องฟ้าของอาณาจักรกลางกันบ้างแหละ และอาจจะมีใครสักคนเขียนหนังสือชื่อสตาร์ แอนด์ สไตร้น์ โอเวอร์ไชน่า แข่งกับ นาย ซี พี สโนว์ ก็เป็นได้ใครจะรู้