Date
Columnists
Column
บทความคราวก่อนได้เล่าทิ้งท้ายไว้ว่าทิศทางโลกธุรกิจทุกวันนี้อาจไม่ได้กำลังแข่งกันสร้างสิ่งที่ “ดีกว่า” ในเชิงผลผลิต (Productivity) เสมอไป หากแต่กำลังมุ่งแข่งขันกันสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับสินค้าเป็นที่ตั้ง ด้วยความที่มูลค่าเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก ขึ้นกับบรรทัดฐาน ความคาดหวัง รสนิยม และพื้นเพของแต่ละปัจเจกบุคคลว่าใครจะให้คุณค่ากับอะไรมากกว่ากัน ทำให้หลายครั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มกลายเป็นการมุ่ง “เอาใจ” ผู้บริโภคเป็นสำคัญ เพราะสิ่งใดก็ตามที่ถูกใจเราแล้ว ไม่ว่าจะดีจริงหรือไม่ ย่อมมีมูลค่าในสายตาและกระเป๋าเงินของเราเสมอ
สองล้านเหรียญสหรัฐ คือราคาที่ จ้าว ตันหยาง (Zhao Danyang) เศรษฐีนักลงทุนชาวฮ่องกง ยินดีจ่ายเพื่อแลกกับช่วงเวลารับประทานอาหารกลางวันหนึ่งมื้อกับชายที่ชื่อ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดกูรูในแวดวงการเงินการลงทุนที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน วอร์เรน บัฟเฟตต์ จัดประมูล "สิทธิ" ที่จะนั่งรับประทานอาหารกลางวันกับตัวเขาในร้านสเต็ก Smith & Wollensky กลางกรุงนิวยอร์กเป็นประจำทุกปี - ซึ่งในฐานะผู้ชนะการประมูลประจำปี 2008 - คุณ จ้าว ตันหยาง จึงได้รับสิทธิที่ว่านี้ไป โดยคุณลุง วอร์เรน นำเงินรายได้มอบให้กับมูลนิธิไกลด์ (Glide Foundation) เพื่อเป็นการกุศล
ในโลกแห่งเทคโนโลยีเช่นในปัจจุบัน หากให้เหลียวมองสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัวหลายคนคงนึกถึงคอมพิวเตอร์พกพาขนาดบางเฉียบ โทรศัพท์เคลื่อนที่อันเปี่ยมด้วยความสามารถหลากหลาย โทรทัศน์จอแบนความละเอียดสูงที่แสดงภาพได้สวยกว่าเห็นด้วยตาตนเอง ฯลฯ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทันได้นึกถึง ทั้งที่ชีวิตประจำวันของเราเกี่ยวพันกับมันอย่างแทบจะขาดไม่ได้ นั่นคือ “หลอดไฟ”
ซุปหูฉลาม - หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า “หูฉลาม” เป็นอาหารชั้นสูงของผู้คนภายใต้วัฒนธรรมจีนมายาวนาน ว่ากันว่าหูฉลามเป็นหนึ่งในเมนูอาหารชั้นยอดของจีนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 หรือย้อนไปเกือบ 2,000 ปีก่อน

