ภูเขาวิหารและโดมแห่งศิลา
ชื่อหนังสือ: ภูเขาวิหารและโดมแห่งศิลา: ปมปริศนา ความเชื่อ-ความศรัทธา รากฐานของ 3 ศาสนา ยูดาห์ คริสต์ และอิสลาม
ผู้เขียน: ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
พิมพ์ครั้งแรก: พฤษภาคม 2551
ราคา: 220 บาท
สารบัญ:
ภูเขาของพระเจ้า ประตูไปสู่สวรรค์
พระเจ้า – พราหมณ์ – และกษัตริย์
วิหารของพระเจ้า และศูนย์กลางของโลก
ความเสื่อมแห่งพงศ์กษัตริย์
การชำระล้างพระวิหาร ก่อนสิ้นชาติ
นิมิตของเศคาริยาห์ ว่าด้วยชาติและพระเจ้า
พระเยซูคริสต์กับการชำระล้างวิหารครั้งที่สอง
พระเมซซิอาห์องค์ใหม่ บุตรแห่งความสิ้นหวัง
อิสลามกับตำนานมหัศจรรย์
ความแตกแยกของอิสลาม และการก่อกำเนิด ‘โดมแห่งศิลา’
ปริศนาโดมแห่งศิลา
สงครามเพื่อพระเจ้า
ความเสื่อมของคริสตจักร และกำเนิดอัศวินเทมปล้า
ขุมทรัพย์โซโลมอน
ความเสื่อมของคณะซิสเตอร์เซียน และจุดจบของอัศวินเทมปล้า
แสงสว่างแห่งปัญญา และความมืดมนของศาสนา
ความเสื่อมของจักรวรรดิออตโตมาน กับการฟื้นฟูชาติอิสราเอล
จาก ‘นิคมชาวยิว’ สู่ ‘บ้านของชาวยิว’
เอกราชอิสราเอล บนกองเลือดและความเกลียดชัง
ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า
ผลประโยชน์แห่งชาติกับผลประโยชน์ข้ามชาติ
การปะทะทางอารยธรรม
คำนำสำนักพิมพ์
ประวัติศาสตร์ของชนชาติโบราณชนชาติหนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อชายชื่ออับราฮัมเร่ร่อนเดินทางหาแผ่นดินอาศัย และได้พบกับแผ่นดินของพระเจ้า นับจากนั้นชนชาติยิวและศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดศาสนาหนึ่งจึงถือกำเนิดขึ้น เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ศาสนายูดาห์ อันเป็นรากฐานที่มาของศาสนาสากลสองศาสนา คือ คริสต์และอิสลาม
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้กล่าวถึง “ภูเขาวิหาร” ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นสถานที่ที่อับราฮัม บรรพบุรุษของชาวยิวค้นพบพระเจ้า และภูเขาดังกล่าวก็ได้กลายเป็นภูเขาของพระเจ้าตามความเชื่อของชาวยิวมานับแต่นั้น เมื่อตำนานกลายเป็นความเชื่อและถูกต่อเติมเสริมแต่งความมหัศจรรย์ให้เรื่องราวดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น จากความเชื่อจึงกลายมาเป็นความศรัทธา และจากภูเขาธรรมดาๆ กลายเป็นประตูสู่สวรรค์
ความศรัทธาในพระเจ้าที่โดยสารกาลเวลาจากรุ่นของฮับราฮัมมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จากอดีตถึงปัจจุบันใช้เวลาเดินทางยาวนานกว่าสามพันปี ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและความเชื่อที่อาจบิดเบือนไปตามสถานการณ์ จากเยโฮวาห์ริเยห์ (ภูเขาของพระเยโฮวาห์) สถานที่ซึ่งอับราฮัมเตรียมการถวายอิสอัคลูกชายของตนบูชาแด่พระเจ้า มาสู่ภูเขาไซนาย ที่ซึ่งโมเสสได้เข้าเฝ้าพระเจ้าและรับบัญญัติสิบประการจากพระองค์ลงมาเผยแพร่แก่ชาวยิว และนับแต่นั้นโมเสสจึงเป็นศาสดาแห่งศาสนายูดาห์ซึ่งถือเป็นปฐมบทแห่งศาสนาของชาวยิว
ห้าร้อยปีต่อมา ภูเขาลูกเดิมแต่เรียกในชื่อภูเขาศิโยน ชาวยิวนามเยซูแห่งนาซาเรธได้เดินทางขึ้นไปทำการชำระล้างบาปแก่มนุษยชาติโดยการเทศนาบนภูเขา นับเป็นการเริ่มต้นเปิดศักราชแห่งศาสนาใหม่ที่เรียกกันว่า ศาสนาคริสต์
และหกร้อยปีผ่านไปหลังสิ้นพระคริสต์ บนภูเขาอีกเช่นกันที่โมฮัมมัดลอยขึ้นจากแผ่นหินก้อนหนึ่งไปสู่ประตูสวรรค์เพื่อพบกับพระเจ้า และรับโองการของพระองค์ลงมาเผยแพร่แก่มนุษยชาติ กำเนิดศาสนาขึ้นอีกหนึ่งศาสนา นั่นคือ ศาสนาอิสลาม
เห็นได้ว่าการเดินทางเข้าเฝ้าพระเจ้าของผู้นำศาสนาทั้งสามศาสนาล้วนเกิดขึ้นบนภูเขา และต่างก็เป็นภูเขาลูกเดียวกันซึ่งรู้จักกันในชื่อภูเขาวิหาร (Temple Mount) ปัจจุบันอยู่ในเยรูซาเลม บริเวณนั้นเป็นที่ตั้งของแผ่นหินซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาทั้งสามศาสนา
ทว่า 53 ปีหลังสิ้นนบีมุฮัมหมัดไปแล้ว ก็มีการสร้างวิหารแปดเหลี่ยมมียอดโดมสีทองครอบแผ่นหินอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นไว้ ทำให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ในการแย่งชิงความเป็นเจ้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นชนวนเหตุแห่งการทำสงครามเพื่อพระเจ้า และจากสงครามนี้ ก็บานปลายกลายเป็นสงครามครูเสดที่มีการสู้รบยืดเยื้อยาวนานกว่าสองร้อยปี
สงครามครูเสดได้คร่าชีวิตและทรัพย์สินของมนุษยชาติไปมากมายมหาศาล และบางส่วนของความขัดแย้งเหล่านั้นยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน ผลของสงครามครูเสดนั้นทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับยุโรปอย่างมาก เกิดการติดต่อระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกในรูปแบบการทำการค้า ซึ่งเรียกว่ายุคปฏิรูปการค้า และทำให้เกิดยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการขึ้นมา
ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ความขัดแย้งนานาที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนใช้พระเจ้าผู้เป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อมาเป็นข้ออ้างในการทำสงคราม แย้งชิงผลประโยชน์และความมีอำนาจ หรือมันอาจจะเป็นประสงค์ของพระเจ้าเอง เราก็ไม่อาจจะรู้ใจพระองค์ได้ แต่หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์กันโดยละเอียดอย่างรู้ที่มาที่ไปและเข้าใจถึงความเป็นมาของความเชื่อความศรัทธาเหล่านี้ เราก็อาจไม่ต้องเดินวกวนหลงทางอยู่ในนครเยรูซาเลม โทษชนชาตินั้น ดูแคลนความเชื่อนี้ ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อโลกและมนุษยชาติ ก็อาจพอเป็นประโยชน์ได้บ้าง แม้เราเองอาจจะไม่ได้เป็น “ชนชาติที่พระเจ้าเลือกสรรแล้ว” ก็ตาม



