Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


Mind’s Eye : Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs

“ผมไม่เคยปฎิเสธว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยสีสัน แต่ในฐานะคนที่หลงใหลในการถ่ายภาพ และด้วยรสนิยมส่วนตัวที่ไม่ชอบผิวสัมผัสที่เป็นวิทยาศาสตร์บนกระดาษภาพถ่ายที่ได้มาจากเนกาติฟสี หรือแม้แต่ที่พิมพ์จากสไลด์โดยตรง ผมรักที่จะลงสีบนภาพถ่ายขาวดำด้วยตนเองมากกว่า สื่อและสีหลายชนิดถูกนำมาใช้เพียงเพื่อให้ได้ภาพตามจินตนาการที่ปรารถนา บางครั้งเลียนแบบสีจริง บางครั้งก็จงใจให้ต่างออกไป”

ชัยพงษ์ กิตตินราดร

........................

คำนิยม

ในทางพุทธศาสนานั้น การงานทุกอย่างล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อการฝึกฝนตนเอง อันหมายถึงการฝึกให้มีสติในทุกอิริยาบถ เพื่อใช้สติควบคุมจิตใจไม่ให้สั่นไหวไปตามแรงปะทะ งานศิลปะแบบตะวันออกจึงมิได้เป็นไปเพื่อสนองอัตตาของศิลปิน หากแต่แฝงไว้ด้วยปรัชญาอันล้ำลึกเพื่อน้อมนำผู้สร้างและผู้เสพไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น นั่นคือ การเป็นมนุษย์ที่มีอัตตาเล็กลง อันเป็นผลมาจากการเจริญสติอย่างต่อเนื่องจนเข้าใจการปรุงแต่งแห่งชีวิต

โดยส่วนตัว คุณชัยพงษ์ กิตตินราดร เป็นผู้ที่มีความละเอียดอ่อนในการใช้ชีวิต ตั้งแต่การกิน การดื่ม การเลือกข้าวของเครื่องใช้ รวมไปถึงการเลือกที่จะให้หรือไม่ให้ค่ากับบางเรื่องที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ ในระหว่างนั่งรับประทานอาหารค่ำด้วยกันในช่วงเย็นวันหนึ่ง คุณชัยพงษ์เล่าให้ฟังว่า เขากำลังอยู่ในขั้นตอนการนำพาตัวเองออกจากข้อผูกมัดของระบบทุนนิยม ด้วยภาระทางด้านการเงินของครอบครัวเริ่มหมดไป นับจากนี้เขาจึงอยากใช้ชีวิตโดยปราศจากพันธนาการทางเศรษฐกิจ เพื่อสูดกลิ่นไอของเสรีภาพให้เต็มที่

ผมเองไม่เคยรู้ว่าเสรีภาพทางเศรษฐกิจนั้นมีกลิ่นอย่างไร และก็ไม่ค่อยเคยได้ยินคำนี้จากปากใคร เพราะบรรดาผู้ที่มีชื่อเสียง อำนาจ และเงินทองทั้งหลาย ล้วนยังคงพร่ำบ่นถึงการหาเงินอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้นักธุรกิจที่ถูกจัดอันดับว่ารวยที่สุดในโลกของไทย ก็ยังไม่เคยคิดจะปลดเปลื้องพันธนาการนี้ แถมยังมีทีท่าว่าจะจองจำทั้งสังคมด้วยโซ่ตรวนดังกล่าว ผ่านวาทกรรมที่ได้รับการกล่าวอ้างอย่างกว้างขวางในสื่อมวลชนกระแสหลัก

การได้พบปะ พูดคุย จิบน้ำชา และนั่งดูภาพถ่ายของคุณชัยพงษ์ทีละภาพอย่างช้าๆ จึงเป็นเสรีภาพอันมีค่า ที่คนธรรมดาเช่นผมจะหาได้ ในห้วงยามแห่งการขัดแย้งแบ่งขั้วของสังคมไทยตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งในห้วงเวลาที่เรากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับสงครามทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งจะพันธนาการเราเข้าสู่ระบบทุนนิยมเข้มข้นอย่างยากจะหลุดพ้นหลีกหนี

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงแห่งปัจจัยภายนอก ภาพถ่ายที่เปรียบเสมือนดวงตาภายในที่คุณชัยพงษ์ใช้มองโลกเหล่านี้ สะท้อนวิถีการสร้างสรรค์แบบตะวันออกออกมาอย่างชัดเจน แม้ภาพส่วนใหญ่จะมีรายละเอียดอันน่าตื่นเต้น แต่เมื่อเพ่งพินิจอย่างยาวนานเพียงพอ เรากลับพบความเย็นซ่อนเร้นอยู่ในความร้อนแรงของการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง พบความมลังเมลืองในจิตรกรรมฝาผนังที่เริ่มเสื่อมสลาย พบความสงบในระลอกคลื่นพลิ้วไหวบนสายน้ำเจ้าพระยาที่โอบกอดเรือพระราชพิธี ยิ่งเมื่อพิจารณาให้ดี ในดวงตาของเด็กน้อยจากจำปาสัก เราอาจพบความไร้เดียงสาที่หาได้ยากแม้จากนักบวชในอารามศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองหลวง

ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบที่ช่วยขับเน้นให้ภาพถ่ายงดงามขึ้นตามเวลาที่เราเฝ้ามอง

การจะชื่นชมภาพถ่ายของคุณชัยพงษ์ จึงจำเป็นต้องอาศัยดวงตาเท่าๆ กับเวลา เพื่อที่จะดื่มด่ำและดำดิ่งเข้าสู่สิ่งที่คุณชัยพงษ์พยายามถ่ายทอดออกมา ณ ขณะเวลาเมื่อเก็บภาพและลงสี นี่คือเสน่ห์ของภาพถ่ายขาว-ดำลงสีด้วยมือ งานฝีมือที่กำลังจะเลือนหายไปตามวันและเวลา หากทว่ายังคงคุณค่างานศิลปะไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปะในมุมมองของตะวันออก ที่เน้นการลดอัตตาและฝึกตน

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

พฤษภาคม 2551



Foreword

In Buddhism, it is believed that every work is assigned to a man so that he can practice himself – to be aware of each action and to hold his mind steady against any force trying to make it sway. The aim of Eastern art is, thus, not to feed the artist’s ego but rather to subtly bestow profound philosophy on both the creator and the viewer, helping them see that becoming a more complete human means the dwindling of their selves – a consequence of ongoing practice of the mind.

Personally, Mr. Chaipong Kittinaradorn lives a delicate way of life. This includes fundamental aspects as eating and choosing personal objects to a more crucial conviction which is very different from the majority of people. One day while we were having dinner, Mr. Chaipong told me that he was in between the process of freeing himself from the capitalist chain as the financial burden of his family had been lifted up. Thus, from now on, he would like to live his life unbound from the bonds of economy – to finally breathe in the air of freedom.

I have never known what the odour of freedom is like and scarcely heard anyone say these words. Almost all of those with big names who have fame, power and money still talk interminably about how to make more money. Even the businessman who is ranked the richest in Thailand has never considered loosening this chain; on the contrary, it seems that he wants everyone to be tied to these fetters – the agenda affirmed by his own words widely quoted in the mainstream press.

Therefore, meeting, talking and having tea with Mr. Chaipong while gradually looking at his photographs one by one gives me a sense of that precious freedom. It is the only kind of liberties an ordinary man like me can afford in many months when Thai society is fuelled by conflicts and the huge economic crisis is hasting towards us – this time it will tighten the bondage of this inescapable capitalist chain with its full force.

Amidst surrounding changes, photographs as seen through the eyes of Mr. Chaipong’s mind manifestly reflect the Eastern way of creation. Although some photos contain stirring details, if one looks closely long enough, he will find coolness in the midst of the flame blazing during the big political gathering, the glittering beauty in those declining mural paintings and peacefulness in water ripples that surround the royal barges on the Chaophraya River. One will also notice, if he is really attentive, that inside the eyes of those children from Champasak lays innocence that is very hard to find even from priests in sacred temples.

All these elements make those pictures shine more beautifully as time passes by.

In order to appreciate and absorb what Mr. Chaipong tries to portray in his hand-coloured photographs requires both eyes and time. The moments of shooting and the selection of colours together bring about the charm of hand-colouring photography. Although nowadays this creative method is fading away, it still fully captures the values of art, especially in the Eastern sense that aims to diminish the self and make men aware of their own deeds.

Pinyo Trisuriyatamma

May 2008


ในโลกสมัยใหม่ที่อะไรๆ ดูจะรวดเร็วไปเสียหมด งานอดิเรกที่ต้องทำอย่างเนิบช้าเริ่มจะให้ความรื่นรมย์ไม่ทันใจ เราหันไปเสพความบันเทิงทางโทรทัศน์ที่มีหยิบยื่นให้แบบวินาทีต่อวินาทีเพียงแค่จรดนิ้วกดปุ่มรีโมตคอนโทรล ทุกวันเราเร่งรีบและเสพติดเทคโนโลยีที่ทำให้เราประหยัดเวลา โดยหารู้ไม่ว่าเวลาที่เราได้คืนมากลับถูกใช้ไปอย่างว่างเปล่าและหมดเปลือง และเทคโนโลยีที่หวังว่าจะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น หลายครั้งกลับทำให้ชีวิตเราซับซ้อนลึกๆ เราจึงโหยหาความเรียบง่ายสามัญแบบที่ครั้งหนึ่งเราเคยมีหรือหวังว่าจะมี

ชัยพงษ์ กิตตินราดร เป็นผู้ที่เข้าใจความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้ง

ในโลกที่ศิลปะการถ่ายภาพเคลื่อนที่ไปสู่ความเป็นดิจิตอลด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์อันก้าวไกล ชัยพงษ์และผองเพื่อนต่างวัยรวมตัวกันภายใต้ชื่อกลุ่ม Black and White Rhapsodies Group ในเว็บไซต์ www.bwfoto.net ของพวกเขา ประกาศชัดว่า “no digital cameras here” เหตุก็เพราะพวกเขาหลงใหลในการถ่ายภาพขาว-ดำแบบดั้งเดิม ที่ตัวผู้ถ่ายต้องควบคุมทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ ตั้งแต่การถ่าย ล้าง และอัดรูป

ชัยพงษ์เชื่อว่า “ความจริงสีขาวและสีดำเป็นของที่พื้นที่สุด” ถึงอย่างนั้น ในปัจจุบัน การถ่ายภาพขาว-ดำกลายเป็นเรื่องของความสนใจเฉพาะกลุ่ม กล้องดิจิตอลที่มีอยู่ดาษดื่นทำให้ขั้นตอนการสร้างสรรค์ของภาพขาว-ดำดูยุ่งยาก ด้วยคิดว่าถ่ายเป็นไฟล์ดิจิตอล – จะโหลดก็ง่าย ล้างอัดก็สบายกว่ากันเยอะ ศิลปะในการถ่ายภาพที่ผู้สร้างงานต้องดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองจึงกลายเป็นความซับซ้อน

แต่ครั้งหนึ่งภาพขาว-ดำคือความสามัญ และหากต้องการให้ภาพมีสีสันแบบเดียวกับที่ตาเห็นในธรรมชาติ ก็เพียงแค่เอาสีแต้มลงไปบนภาพถ่ายขาว-ดำเหล่านั้นเพื่อให้เกิดความสมจริง ขั้นตอนอันเรียบง่ายละเอียดละออ หลอมรวมงานศิลปะและการฝีมือเอาไว้ด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ภาพลงสีด้วยมือ หรือ Hand-coloured black-and-white photographs

แม้การเกิดขึ้นของฟิล์มเนกาตีฟสีจะทำให้ศาสตร์การลงสีภาพด้วยมือจางหายไป แต่ยังมีช่างภาพจำนวนหนึ่งที่หลงใหลในเสน่ห์เฉพาะตัวของภาพ Hand-coloured นี้
วิธีในการทำงานอาจจะไม่ต่างจากเดิมเท่าใดนัก แต่วัตถุประสงค์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การลงสีภาพด้วยมือมิได้เป็นไปเพื่อการเลียนแบบธรรมชาติอย่างสมจริงอีกต่อไป
หากแต่เพื่ออิสระแห่งจินตนาการ เป็นการทำงานของร่างกายและจิตใจที่สัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น ความคิดและความรู้สึกถ่ายทอดตัวตนของผู้สร้างสรรค์งานผ่านสีสันที่บรรจงแต่งแต้มทีละน้อย หากจะเปรียบกล้องถ่ายรูปเป็นร่างกาย ภาพถ่ายก็คือสิ่งที่ดวงตาในจิตใจของผู้ถ่ายมองเห็นนั่นเอง

Mind’s Eye รวบรวมผลงานภาพลงสีด้วยมือ (Hand-coloured photographs) ชุดใหญ่ของ ชัยพงษ์ กิตตินราดร – ช่างภาพผู้มีความสุขกับศาสตร์และศิลป์แห่งความเนิบช้านี้

People Space เชื่อมั่นว่า นอกจากความเพลิดเพลินที่ผู้ชมจะได้รับจากการชมภาพ การได้มองโลกผ่านสายตาของผู้อื่น จะทำให้จิตใจของเราเปิดกว้างและมองสิ่งต่างๆ ในมุมที่ต่างไป



Mind’s Eye : Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs

เปิดแสดงระหว่างวันที่ 17 พฤษภาคม – 21 มิถุนายน 2551


Opening Party : 17 พฤษภาคม 2551 เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป

-การบรรเลงขิมโดย เอรินทร์ ทรงเดชาไกรวุฒิ ประกอบการแสดงสไลด์ภาพ Hand-coloured

-ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ชวนศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร พูดคุยถึงที่มาที่ไปว่าทำไมต้องเป็น Hand-coloured photographs

สถานที่ : People Space

116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

โทร : 0815491002 อีเมล : people.space@yahoo.com

www.people-space.blogspot.com

Open Hours : เฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 ถึง 19.00 น.

สื่อมวลชน : By Appointment (หากนอกเหนือจากวันเสาร์และอาทิตย์)


Events & Activities :

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)

Hand-Colouring Photography Demonstration and Shooting Day

-พบกับการสาธิตการทำภาพลงสีด้วยมือโดยศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร

-สำหรับผู้ที่สนใจจะทำภาพ Hand-Coloured ด้วยตนเองหรือให้ศิลปินทำให้ ศิลปินและช่างภาพขาว-ดำจากกลุ่ม B&W Rhapsodies Group จะทำการถ่ายภาพขาว-ดำพร้อมล้างอัดเพื่อให้ทุกคนกลับมาลงสีภาพของตนเองในอาทิตย์ถัดไป

-ไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับชมการสาธิต


วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)

Hand-Coloured Photographs Workshop

-ผู้ที่ถ่ายภาพในอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม จะกลับมาอีกครั้งเพื่อร่วมเวิร์คช็อปการลงสีภาพด้วยมือ โดยจะลงสีเองหรือให้ศิลปินลงสีให้ก็ได้

-ค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อหนึ่งภาพ (ภาพขนาด 8×10 นิ้ว)


วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2551 (บ่ายโมงครึ่งเป็นต้นไป)

Hand-Colouring Photography Course

-สำหรับผู้ที่สนใจอยากลงลึกเรื่องการลงสีภาพด้วยมือ ศิลปิน-ชัยพงษ์ กิตตินราดร จะมาบรรยายและสอนภาคปฏิบัติ ครบถ้วนตั้งแต่ต้นจบจบว่าทำภาพลงสีด้วยมือเขาทำกันอย่างไร (โดยศิลปินจะเตรียมภาพถ่ายขาว-ดำสำหรับลงสีไว้ให้)

-ค่าใช่จ่ายรวมอุปกรณ์ 500 บาทต่อคน


ปิดนิทรรศการ : 21 มิถุนายน 2551


ในงานเตรียมพบกับหนังสือภาพ Mind’s Eye : Collections of Hand-Coloured Black and White Photographs โดยชัยพงษ์ กิตตินราดร โดยสำนักพิมพ์ openbooks

People Space
116 ถนนแพร่งภูธร แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
116 Phraeng Phuthon Road, San Chaopor Suea,
Phranakorn, Bangkok 10200

Tel: 081-5491002 Email: people.space@yahoo.com

www.people-space.blogspot.com



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter