Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


อยู่กับปัจจุบัน

ชื่อหนังสือ: อยู่กับปัจจุบัน

ผู้เขียน: เปลว สีเงิน

พิมพ์ครั้งแรก: กุมภาพันธ์ 2551

ราคา: 150 บาท


อ่านอดีตก่อนอยู่กับปัจจุบัน

การนำตัวหนังสือที่ผมเขียนเป็น “รายวัน” ในหนังสือพิมพ์ “ไทยโพสต์” รวมเป็นเล่มอย่างที่อยู่ในมือท่านขณะนี้ไม่ใช่ความคิดผม แต่เป็นความคิด openbooks

เมื่อเขาคิดและโทร.มาถามว่า “จะว่าอย่างไรไหม ถ้าจะรวมข้อขียนเปลว สีเงิน เป็นเล่ม?”

ผมก็ตอบว่า “ไม่ว่า..ตามสบาย”

openbooks ไม่ใช่รายแรก เท่าที่จำได้ก็มีหลายท่านหลายแห่งขออนุญาตรวบรวม ผมก็ตอบเหมือนกันทุกรายว่า

“ตามสบาย แต่ต้องไปค้นหาต้นฉบับเอาเอง ที่ผมไม่มีหรอก คิดแล้ว-เขียนเลย ไม่ได้เก็บกระดาษไว้ให้รก ความคิดก็อยู่ในแผ่นดิสก์สมอง แคะเอาออกมาได้ แต่คงแปลงเอามาใช้เป็นภาษาอักษรอีกคงยาก”

และผมก็ให้ความเห็น “แนบท้ายคำพูด” ไปทุกครั้งกับทุกคนว่า

ข้อเขียนผมไม่เหมาะนำไปรวมเป็นเล่มเหมือนอาหารสด ปรุงเสร็จยกจากเตาร้อน ต้องรับประทานตอนยังร้อนจึงจะได้รส เก็บค้างวัน-ค้างปีย้อนเอามารับประทาน อาจทำให้อิ่มได้ แต่มีความหมายแค่กาก

เพราะอะไร..?

เพราะผมนำความคิดสะท้อนเหตุประจำวันมาเป็นตัวหนังสือ ไม่ได้มุ่งให้เป็นจดหมายข่าว หรือสมุดบันทึกเหตุการณ์ประจำวัน จึง “ไม่ได้เล่าเรื่อง” อันเป็นต้นเหตุของความคิดที่นำมาเขียนไว้ด้วย

ก็เพราะคิดว่าเป็นเหตุการณ์รายวัน เขียนรายวัน อ่านกันวันต่อวัน แล้วก็จบๆ กันไปต่อวัน ไม่มีความหมายยิ่งใหญ่ด้วยหวังให้ใครนำไปรวมเป็นเล่มเพื่ออ่านในวันข้างหน้า จึงละรายละเอียดไว้ในฐานที่เข้าใจว่า

คนสองคนอยู่ร่วมเหตุการณ์ขณะนั้นๆ ด้วยกัน ก็เอาเรื่องนั้นๆ ที่รู้อยู่ด้วยกันนั่นแหละมานั่งคุยกัน แล้วจะต้องมาเล่า-ท้าวความให้เปลืองหน้ากระดาษไปทำไมอีก?

ก็เลยน่าเสียดาย พอหยิบเก่ามาอ่านใหม่อย่างตอนนี้

เมื่อ openbooks นำต้นฉบับมาให้พลิกก่อนผลิตเป็นเล่ม อย่าว่าแต่คนอื่นเลยครับ ผมเองก็ยังส่ายหน้าเพราะบางเรื่องลืม “ที่มา” ไปแล้ว บางเรื่องก็มะลำมะเลืองอยู่ลางๆ ในความจำ

ถ้าผู้คิดรวบรวมครั้งต่อๆไป ย่อเรื่อง-ท้าวความถึงเหตุอันเป็นที่มาของแต่ละข้อเขียนไว้ด้วย คิดว่าน่าจะทำให้หนังสือนี้สมบูรณ์ในความหมายอดีต-ปัจจุบัน-อนาคตพันเพื่อรู้อยู่ในเรื่องเดียวกัน

เรียกว่าหยิบมาอ่านเมื่อไหร่ มิติจำแลงจากการหักเหของลำแสงก็ไม่สามารถแยกอดีต-อนาคต-ปัจจุบันให้ออกจากกันได้ด้วยข้อจำกัดกระจุกกระจิกที่คิดว่าไม่สำคัญแต่แรก แต่กลายเป็น “ประเด็นสำคัญ” ในการรวมเล่มนี้ด้วยแหละ

จากที่ใครมาขอพิมพ์ ผมก็บอกว่าตามสบาย แต่ดูเหมือนแต่ละรายลงมือทำแล้วคงไม่เห็นประโยชน์จากตัวหนังสือที่อ่านแล้ว “ต่อไม่ติด” กับเหตุการณ์ที่กำลังเอ่ยถึง ก็เลยหายๆ กันไปมีแต่ openbooks นี่แหละที่อยากจะลองเสี่ยง

และคงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การค้นต้นฉบับทั้งหมดหมื่นกว่าหัวข้อเรื่องถูกคัดเลือกและนำมาจัดเป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการอ่าน ดูเหมือนจะผ่านไปแล้ว ๒-๓ เล่ม

ผมเห็นแล้วยังอดไม่ได้ที่ต้องชมในความตั้งใจที่หยิบข้อเขียนกระจัดกระจายมาร้อยจนเหมือนมาลัยดอกไม้สด

แต่ “อยู่กับปัจจุบัน” ในมือท่านนี้เป็นเล่มแรกที่ผมเห็นต้นฉบับก่อนพิมพ์

ดูตัวหนังสือแล้วย้อนสำรวจตัวเองเห็นแล้วก็วิตกเรื่องอื่นๆ ทั่วไป อาจผิดได้-พลาดได้ แล้วออกตัวว่า..ก็แค่ความคิดเห็น คงพอไปน้ำขุ่นๆ ได้

แต่กับเรื่องนี้..เห็นจะไม่ได้ เพราะ openbooks ตั้งใจคัดในหมวดหมู่ที่เรียกว่า “ศาสนา-ธัมมะ-ธัมโม” มาโดยเฉพาะ ก็ใครจะรู้ความตื้น-ลึกตัวเองเท่าตัวเอง เหตุนี้ผมจึงวิตก และวิตกเอามากๆ ด้วย

ธัมมะ-คือสิ่งเป็นที่เป็นอยู่เช่นนั้นด้วยตัวมันเองก็จริง แต่ผู้ใช้ปัญญาญานทะลุแจ้ง “ธัมมสัจจะ” จากสิ่งเป็นที่เป็นเช่นนั้น คือพระพุทธองค์

ฉะนั้น ที่พูดกันว่าธัมมะของหลวงพ่อ-หลวงพี่-หลวงตา-หลวงปู่ ต่างๆ นานาเหล่านั้น แท้จริงแล้ว หลวงพ่อ-หลวงพี่-หลวงปู่-หลวงตา ผู้เป็นหน่อเนื้อพระพุทธองค์ รวมทั้งกระผีกอย่างผม เป็นเพียงผู้นำธรรมจากพระโอษฐ์มาเอื้อนต่อด้วยจิตเจตนาต่างๆ กัน

ส่วนจะหยาบละเอียด ตรงคด เช่นใด ก็สุดแต่ใครจะปริยัติ ปฏิบัติ ปฎิเวธ มาด้านไหน เข้าใจความหมาย “ใบไม้แต่ละใบ” ที่องค์พระสยมภูทรงหยิบจากป่าใหญ่ขึ้นมากำให้สรรพสัตว์ทราบเป็นนัยนั่นแหละ

แล้วผมเป็นใคร?

ก็แค่ผู้อาศัยตัวหนังสือยาไส้ไปวันๆ วิถียังห่างไกลสวรรค์ แต่ละวันอาจดำรงชีพกระชั้นนรกด้วยซ้ำ

ต่ำ-ใต้ ต่ำกว่าหลวงพ่อ-หลวงพี่-หลวงปู่-หลวงตา ผู้เป็นบุตรองค์พระตถาคตแห่งเพศสมณะ

ผมไม่สามารถยกตนขึ้นอยู่ในสถานะ “ผู้บอกธรรม” ใดๆ ได้เลย แต่จากข้อความที่มีผู้รวมเป็นเล่มนี่ ก็จากใคร่ครวญต่อสิ่งนั้นๆ ด้วย “เข้าใจเอาว่า...” แล้วขีดเขียนออกมาเวียนใกล้ภาษาธรรมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้ผู้อ่านเข้าใจว่าผมทรงภูมิธรรมด้วย “ปฏิบัติรู้”

และทั้งด้วยไม่มีเจตนาให้ผู้ใดหลงเข้าใจว่า สิ่งที่ผมคิดแล้วถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือนี้ถูกตามธรรม-ตรงตามธรรม เพราะการตู่พระธรรมหรือการนำพระธรรมมากล่าวผิดเพี้ยนถือเป็นบาป

ยิ่งถ้ามีผู้ใดเชื่อตามไป ที่ว่าบาป ก็จะยิ่งมหันต์

ฉะนั้น ท่านที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ท่านจะอ่านด้วยความคิดไหน ทัศนคติไหน และด้วยเจตนาใด ก็สุดแต่ละท่านเถิด แต่ขอให้อยู่บนฐานแห่งความเข้าใจว่า

ผู้คิดแล้วเขียนออกมา-คือผม ไม่มีคุณวิเศษอันใด ไม่ใช่ผู้ผูกขาดความใช่-ไม่ใช่ และก็ไม่ใช่ตำรา ทั้งไม่ใช่ทัศนะผ่านธรรมที่เป็นบรรทัดฐานด้วย

ยกเว้นในเรื่องที่ผมคัดลอกมาอีกต่อหนึ่ง เช่นเรื่อง “เสรีภาพในการนับถือศาสนา” และ “ศาสนาประจำชาติ” ซึ่งเป็นบางส่วนจากธรรมบรรยายของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโต)

ผมคัดลอกลงคอลัมน์ช่วงสภาร่างรัฐธรรมนูญกำลังยกร่างในประเด็นที่ว่าด้วย “ศาสนาประจำชาติ” ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้านที่จะให้เขียนคำว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ไว้ในรัฐธรรมนูญ

มติธรรมจากท่านเจ้าคุณประยุทธ์ในส่วนนี้เหมือนน้ำฝนจากฟ้า ไม่มีโทษ มีแต่คุณประโยชน์ เป็น “คุณภาพชีวิต” ที่ดีประการเดียว

ครับ..ผมก็หวังอยู่อย่าง ไหนๆ ก็เป็นเล่มเพื่ออ่านกันขึ้นมาแล้ว ขอสักนิดเถอะ ขอให้ท่านอ่านแล้วสะดุด

ขอให้สะดุดเถอะ เพราะ “สะดุด” สิ่งเดียวเท่านั้น จะทำให้ “หยุดคิด”

คิด แล้ว หยุด..ท่านว่าไม่น่าสะดุดหรือ?


เปลว สีเงิน

ไทยโพสต์

๒๘ มกราคม ๒๕๕๑


สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter