Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
ห้องร้อยความฝัน
ส่งความฝันของคุณหรือคนที่คุณรักมาได้ที่ projectdreams(at)hotmail.com


บ๋อยผู้เป็นเจ้าของฟาร์ม

โตขึ้นผมอยากทำฟาร์มครับ ผมพยายามหาคำจำกัดความอยู่นานว่าฟาร์มมันคืออะไร แต่ยังไม่มีคำไหนตรงใจผมเลย ผมเรียนภาษาอังกฤษอยู่ด้วยนะครับตอนนี้ พ่อผมสอนเอง พ่อบอกว่าคนทำงานเกี่ยวกับอะไรก็มักจะใส่เอ้อ..(er) ข้างหลังคำนั้น ผมว่าโตขึ้น เอ้อ…ผมอยากเป็นฟาร์มเม่อร์ (farmer)… แต่แม่บอกว่า หมายถึงชาวนานะลูก ผมไม่อยากทำแค่นาข้าวครับ ผมอยากทำหลาย ๆ อย่างมีทั้งสวนผัก นาข้าว ไร่พืช และเลี้ยงสัตว์ ทั้งม้า แพะ แกะ วัว หมา ไก่ ผมเลยขอเปลี่ยนคำไม่อยากเป็นฟาร์มเม่อร์แล้วครับ ผมอยากเป็น เอ้อ…… เป็นฟาร์มโอนเน่อร์ (farm owner) หมายถึงเป็นเจ้าของฟาร์มน่ะครับ ประมาณฟาร์มโชคชัย แต่ใหญ่กว่านั้นนิดหน่อย ผมเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ มีรูปคาวบอยแต่งตัวเท่ นอนยิ้มเผล่อยู่บนทุ่งหญ้า แม่บอกว่าเป็นรูปเจ้าของฟาร์มถ่ายโฆษณาเอง เท่ด้วยประหยัดเงินค่านายแบบด้วย ผมอยากเท่แบบนั้นบ้าง ผมรู้ว่า ฟาร์มโชคชัยเขาเลี้ยงวัว ทำนมวัวและทำไอศกรีมขาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยครับ แต่ของผมคงพิเศษกว่า เพราะฟาร์มผมมีมากกว่าวัว แต่ก็ไม่ได้เยอะขนาดเป็นสวนสัตว์นะครับ

พ่อบอกว่า ผมต้องมีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรหลาย ๆ อย่างถ้าทำแนวเกษตรอินทรีย์ได้ถึงจะดี ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร อาจจะรวมถึงการเลี้ยงนกอินทรีด้วยมั้ง พ่อคงฟังดูว่าฟาร์มผมยังไม่มีนกเลย แต่จริง ๆ ผมก็ไม่อยากยุ่งกับนกหรอกครับ เพราะแม่บอกว่าถ้าไก่เป็นไข้หวัดนก เจ้าของฟาร์มแย่แน่ ๆ เอาเป็นว่าผมตั้งใจจะเรียนเกษตรตอนโตขึ้นกว่านี้ก็แล้วกันครับ แต่สำหรับตอนนี้ต้องทำตามที่แม่บอก คือ ถ้าจะทำฟาร์ม ผมต้องมีที่ดินก่อน ไม่งั้นจะทำฟาร์มไม่ได้ มันยากหน่อยครับเพราะพ่อกับแม่ไม่มีมรดกให้ ผมคงต้องเก็บเงินไว้ซื้อที่ดินเอง ผมเลยเริ่มต้นด้วยการแบ่งค่าขนมผมเก็บไว้วันละสิบบาทใส่กระปุกออมสิน แม่บอกว่า กว่าจะโตผมคงซื้อที่ดินได้แน่

แต่ผมมีวิธีหาเงินเพิ่มมากกว่าแค่เก็บเงินใส่กระปุกวันละสิบบาทครับ

เริ่มต้นที่หนังสือพิมพ์ที่ผมเห็นโฆษณาฟาร์มโชคชัย ผมเห็นแม่ชอบเอาหนังสือพิมพ์ให้คนกวาดถนนหน้าบ้านบ่อย ๆ ผมถามว่าทำไมเขาต้องขอบคุณดีใจทุกครั้ง แม่บอกว่ามันขายได้ครับ พอดีปากซอยผมมีเขียนป้ายรับซื้อหนังสือพิมพ์เก่าด้วย ผมเลยลองให้พ่อพาผมแวะไปถามเขาดู เขาบอกว่าซื้อกิโลละหกบาท โอ้โฮ กล่องหนึ่งผมขายได้ตั้งหลายสิบแน่นอน ผมก็เลยขออนุญาตว่า ต่อไปผมจะเก็บหนังสือพิมพ์ที่พ่อกับแม่อ่านให้เข้าที่เรียบร้อยทุกวัน พอมันเยอะก็ให้ผมแทนการให้คนกวาดถนน แม่ตกลงทันที เพราะแม่บ่นเบื่อตามเก็บหนังสือพิมพ์ที่พ่ออ่านแล้ววางทิ้งไว้ตรงนั้นตรงนี้อยู่แล้ว

ระหว่างที่รอเก็บเงินซื้อที่ดินอยู่นี้ ผมก็เล่นเกมส์บอยชุด ฮาร์เวสท์มูน ไปพลาง ๆ ก่อน เฉพาะตอนอยู่ที่บ้านนะครับ ส่วนตอนอยู่ที่โรงเรียน คุณครูไม่ให้เอาเกมส์ไปเล่น ผมเล่นอย่างอื่นกับเพื่อน ๆ แทน

ตอนเย็นหลังเลิกเรียนผมชอบเล่าให้แม่ฟังว่าผมเล่นอะไรกับเพื่อน ๆ บ้าง เพื่อน ๆ ผมเขามีความคิดสร้างสรรค์มากครับ คิดเกมส์มาเล่นสนุก ๆ ได้ทุกวัน อย่างวันนี้เพื่อนคนหนึ่งอยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร มาชวนผมกับเพื่อนอีกสองคนเล่นด้วยกัน ตัวคนชวนเป็นเจ้าของร้านมีหน้าที่คิดรายการอาหาร จ่ายตลาดและทำกับข้าว เขาชวนผมให้มาทำงานด้วย ให้ตำแหน่งผมเป็นพนักงานเสริฟอาหาร เรียกผมว่าบ๋อยครับ ส่วนอีกสองคนเป็นลูกค้า มีหน้าที่ต้องหาเงิน คือหาเศษกระดาษมาทำเป็นเงิน เขียนรูปเขียนตัวเลขให้สวย ๆ เพื่อจะได้มาสั่งอาหารที่ร้านของเราได้ ผมได้เงินเดือนเดือนละแปดพันบาท รู้สึกสนุกและภูมิใจมากครับ กลับมาเล่าให้แม่ฟังนึกว่าแม่จะสนุกไปด้วย แต่แม่ดูท่าทางออกจะผิดหวัง ถามผมว่า

“อยากเป็นเจ้าของฟาร์มแล้วทำไมไปเป็นลูกจ้างเขาล่ะลูก”

ผมฟังคำถามแล้วคิดว่า แม่นี่คงไม่เข้าใจอะไรแน่เลย ต้องอธิบายหน่อยว่า

“ก็ผมต้องเก็บเงินนี่ครับ ผมยังไม่มีที่ดินก็ต้องเป็นลูกจ้างเขาไปก่อน”

แม่ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ (ถ้าผสมภาษาอังกฤษอย่างที่ผมเรียนกับพ่อ แม่ต้องไม่ “เก็ท” แน่เลย แต่พ่อสอนไว้ว่าห้ามพูดไทยปนฝรั่งผมเลยแค่นึกเฉย ๆ ไม่ได้พูดออกมานะครับ)

“เป็นแค่ลูกจ้างจะเก็บเงินได้หรือลูก ต้องเป็นเจ้าของร้านสิถึงจะเก็บได้ ทำกี่เดือน ๆ ก็ได้แค่แปดพันใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็นเจ้าของร้าน ลูกค้าเยอะ ๆ ก็จะมีเงินเหลือเก็บใช่ไหมลูก”

“ใช่ครับแม่ ถ้ามีลูกค้าเยอะ ขายได้เป็นแสนเจ้าของก็มีเงินเป็นแสน มีลูกค้าน้อยเขาก็ได้น้อยอาจจะเหลือแค่ร้อยบาทหรือไม่เหลือเลยก็ได้ ส่วนผมน่ะ มีลูกค้าน้อยหรือเยอะผมก็ได้แปดพันทุกเดือน แต่แม่ครับ วันหนึ่งผมจะเสริฟอาหารขายได้ถึงแสนหรือครับ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว เพื่อนผมเขายังบอกว่า ลูกค้าแค่สองคนเขาก็ทำอาหารเหนื่อยมากแล้ว ต้องจ้างคนมาช่วยเพิ่ม”

“แล้วเขาก็จะได้เงินเยอะใช่ไหมลูก เขาแค่คิดบริหารแล้วจ้างคนมาทำ”

“อาจจะมีคนอยากมาเป็นแม่ครัวเพิ่มครับ แต่ใครจะอยากมาเป็นบ๋อยแบบผมล่ะ ห้องผมน่ะมีผู้ชายน้อยจะตาย ส่วนมากชอบเป็นลูกค้ากันทั้งนั้น”

“เห็นไหม ลูกค้าเยอะเขาต้องรวยแน่ ๆ”

“แม่ครับ ผมอยากเป็นเจ้าของฟาร์ม ไม่ได้อยากเป็นเจ้าของร้านอาหาร”

“แต่ก็เป็นเจ้าของเหมือนกันไง มันต้องรู้จักคิดแบบเดียวกัน”

ถึงตอนนี้ ผมชักไม่แน่ใจแล้วสิครับว่าแม่เข้าใจเรื่องที่เราคุยกันหรือเปล่า บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันครับว่า ทำไมพวกผู้ใหญ่ชอบคิดอะไร เข้าใจอะไรยากจัง

“แม่ครับ แม่จะเอาอะไรกับผม นี่ผมเล่นอยู่นะครับ”

“อ้าว… แล้วเรื่องเป็นเจ้าของฟาร์มล่ะ เล่นด้วยหรือเปล่า”

“ไม่เล่นครับ อันนั้นเขาเรียกว่าฝัน แต่ที่ผมเก็บสตังค์ใส่ออมสินกับเล่าให้แม่ฟังน่ะ เขาเรียกว่าจริงครับ”


เด็กชายพลัง ภิรมย์ไชย (ไผ่)

อายุ ๙ ขวบ


หมายเหตุ : คุณระพีพรรณเขียนฝันของลูกชายมาร่วม projectdreams ด้วยคนครับ/ค่ะ

Sent: Wednesday, February 13, 2008 10:40:36 AM

To: projectdreams (projectdreams@hotmail.com)



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter