Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open center
‘ศูนย์กลาง’ งานเขียนทุกรูปแบบ

เปิดรับงานสร้างสรรค์ทางตัวหนังสือของทุกท่านที่ pinyopen(at)yahoo.com


ปรากฎการณ์การหลับรับ (วัน) รัฐธรรมนูญ

- ปณาลี นิพิฐพนธ์ -


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา...ฉันมีความสุขแทบทุกค่ำคืน ยามเห็นดอกไม้ไฟเบ่งบานสว่างไสวเหนือน่านฟ้ากรุงเทพมหานคร ดอกดวงเก่ายังไม่ทันโรยลา ดวงดอกใหม่ก็ถูกจุดขึ้นฟ้าชนิดที่กดสายลั่นกล้องกันสนุกมือ หน้าจอแสดงภาพของกล้อง D-SLR ฉายให้เห็นดอกไม้สีแดงเพลิงเบ่งบานกลางนภากับผู้ชื่นชมความงามที่นอนมองบ้าง ยืนแหงนคอมองบ้าง ฉันยิ้มอย่างพึงใจในภาพที่ได้มา กดปุ่มปิดการทำงานของกล้อง แล้วลงนอนมองความงามสง่ายามดอกไม้นั้นร่วงโรย

เพื่อนที่ไปด้วยกันลงนั่งข้างๆ ถามอย่างสงสัย เพราะไม่อาจคาดเดาอารมณ์ฉันได้ว่าอยู่ในสภาวะไหน ด้วยช่วงบ่ายที่ตะลอนหาของกินอร่อยๆ ฉันสร้างบรรยากาศตึงเครียดบนโต๊ะเล็กน้อยกับประเด็นกัดเพื่อนนักข่าวคนนึงว่าเขาทำไมไม่มีการนำเสนอข่าวร่าง พรบ.น้ำ ที่สนช. ชุดนี้งุบงิบร่างโดยไม่ฟังความเห็นประชาชน แล้วยังตะบี้ตะบันให้มันผ่าน

ตลกไหม...ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน แต่ไม่ฟังเสียงสะท้อนของประชาชนเอาซะเลย!!!

ตลกไหม...ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน แต่คนที่สูญเสียผลประโยชน์กลับเป็นประชาชนซะเอง!!!

‘แกเป็นผู้สื่อข่าวไม่ใช่รึไง ทำไมไม่ส่งข่าวสารไปให้ชาวบ้านรับรู้ หรือจะรอวันที่ความเดือนร้อนมาเยือนทุกหย่อมหญ้า สื่ออย่างแกถึงตระหนักได้ว่าสมควรแกเวลาในการบอกเล่า!!!’

ภายใต้สีหน้าที่ตกใจกับการยิงคำถามไม่ให้ทันตั้งตัวของฉัน เพื่อนนักข่าวนิ่งเงียบครุ่นคิดก่อนตอบมาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด ‘เอ่อ...แกลืมไปรึเปล่าฉันทำข่าวสายบันเทิงนะ เอ้อ...ถ้าแกจะเอาภาพหลุดเจ๊อั้มเงี้ยฉันจะรีบเอามาประเคนเลย’

นึกถึงบทสนทนาเมื่อกลางวันแล้วฉันก็หัวเราะเสียงใสตอบแบบชวนหมั่นไส้กลับไปว่า...‘ถ่ายได้ภาพที่สวยกว่าพวกแกแล้ว ขืนถ่ายต่อได้ภาพสวยๆ ต่อ พวกมืออาชีพอย่างแกก็เสียหน้าแย่ดิ เออ...จะว่าไปถึงมืออาชีพแกก็ยิงเป็นแต่ภาพก้มๆ เงยๆ ... ก้มให้เห็นร่องอกให้ลึกที่สุด แล้วเงยให้ได้ภาพวับแวมในส่วนลับที่สุด ฮ่ะฮะฮ่า’

ขณะที่เราสองคนประสานเสียงหัวเราะกันเขาก็ลงนอนข้างๆ สร้างความสงสัยให้เพื่อนอีกคนจนอดรนทนไม่ไหวลงนั่งลงถามว่าเราสองคนเป็นอะไรไปรึเปล่าทำไมไม่ถ่ายภาพดอกไม้ไฟต่อ

หนนี้ฉันตอบกลับแบบยียวนว่า...‘ฉันรู้จักพอเพียงอย่างที่ในหลวงทรงตรัสไง ได้ภาพที่สวยแล้วก็พอแล้วปล่อยให้ไอ้พวกที่ยังไม่ได้ภาพสวยมันถ่ายกันต่อไป’ เพื่อนหนุ่มหัวเราะแล้วลุกขึ้นเดินไปบอกเพื่อนอีกสองคนที่ยังคงกดชัตเตอร์กันอย่างขมีขมันว่าขี้เกียจถ่ายแล้วจะลงไปนอนมองพลุกับเพื่อนบ้าๆ สองคนนั่น

‘เฮ้ย...ไอ้น้ำมึงเปลี่ยนงานไปอยู่สายบันเทิงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ไม่เห็นบอกเลยกูจะได้ขอภาพเด็ดๆ มาเก็บสะสมเป็นคลอเล็คชั่นส่วนตัวมั่ง’ เพื่อนที่เพิ่งลงนอนข้างฉันอีกฝั่งถามข้ามหน้าไปยังชายหนุ่มที่ถูกฉันเรียกว่า ‘น้ำปลาตราเด็กอ้วน’

‘มันเปลี่ยนซะที่ไหน’ ฉันชิงตอบลงท้ายเสียงยานยืดเวลาออกไป

คนถูกถามหัวเราะร่าแล้วจึงตอบ ‘ไอ้ห่ะ...ถ้ากูไม่ตอบแบบนั้น ไอ้บ้าเพลงมันคงตั้งคำถามไปเรื่อยๆ ให้กูตายคาโต๊ะ ไอ้ตายน่ะกูไม่ว่าหรอก แต่อดกินของอร่อยตรงหน้าสิมึงเป็นเรื่องเลย’

คราวนี้พ่อหนุ่มช่างสงสัยถามฉันบ้างว่า...ตกลงเรื่อง พรบ.น้ำอะไรนั่นมันอะไรกันนักเหรอ ก็เสียงประชามติออกมาว่ารับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้วไม่ใช่หรือไงกัน

ฉันทำน้ำเสียงเบื่อหน่ายถามน้ำปลาตราเด็กอ้วน ‘เฮ้ย...ไอ้น้ำ...แกรับร่างฯ ทำไมวะ’

‘ก็อย่างที่เคยบอกแกไง รับๆ มันไปก่อน จะได้มีการเลือกตั้งใหม่ เบื่อรัฐบาลคมช.นี่เต็มทน’ เขาตอบด้วยน้ำเสียงปนเบื่อไม่แพ้กัน

‘แกล่ะ...ไอ้ภพแกรับทำไม’ ฉันถามคนช่างสงสัยบ้าง

‘ก็เหมือนไอ้น้ำมันน่ะแหล่ะ’

‘แกรับร่างฯ ก็เพื่อตัดรำคาญ จะได้มีการเลือกตั้งใหม่ซะทีใช่มั้ย ทีนี้ตอนรับน่ะแกเองคงคิดไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้ว แต่คิดว่าวันข้างหน้าหากไม่ชอบมาพากลยังไงแกก็ยังช่วยกันออกเสียงยับยั้งได้ทันใช่ป่ะ นี่ล่ะร่างพรบ.ทรัพยากรน้ำ ฉบับนี้นี่ล่ะที่มันไม่ชอบมาพากลชัดเจน’

หนังสือปกเหลือง ‘ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักไทย ฉบับลงประชามติ’

มาตรา ๖๖ บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน

มาตรา ๖๗ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐบาลและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

‘เห็นมั้ยแกเห็นมั้ยร่างรัฐธรรมนูญน่ะมันดูเหมือนคุ้มครองสิทธิชุมชน แต่ไอ้ร่างพรบ.ทรัพยากรน้ำน่ะมันกลับบอกว่า...น้ำ ทั้งหมด ทั้งในบรรยากาศ น้ำบนผิวดิน น้ำใต้ดิน น้ำในแม่น้ำระหว่างประเทศ น้ำในแหล่งน้ำที่รัฐสร้างขึ้นเป็นของรัฐ’

‘นี่เราคงกลับสู่ยุคเผด็จการอย่างสมบูรณ์แบบ โปรดฟังอีกครั้ง น้ำทั้งหมดทั้งมวลคือสมบัติหลวง คราวนี้ล่ะแกเอ๋ย...แม่ฉันคงงงเป็นไก่ตาแตก หากมีพวกเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำมาบอกให้ไปจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขอใช้น้ำ ไอ้บาทเดียวน่ะมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่หากมันเล่นเก็บหมื่นนึง สำหรับชาวสวนชาวไร่มันเป็นเงินยังชีพหลายเดือนเชียวนะนั่น ยัง...ยังไม่พอต้องไปจ่ายเงินติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำต่อ แม่งเอ๊ย...กว่าจะได้ใช้น้ำหมดไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว อีตอนจะใช้ก็ยังต้องเสียค่าน้ำตามมิเตอร์อีก’

เพื่อนหนุ่มสองคนลุกขึ้นนั่งจ้องหน้าฉันที่นอนอยู่และถามพร้อมกัน ‘เฮ้ย...จริงอ่ะ มันขนาดนั้นเลยเหรอวะ พลุหมดแล้วแกลุกขึ้นมานั่งคุยดีดีดิ๊ไอ้เพลง เอาให้มันชัดเจนกับข่าวที่แกได้ยินมาหน่อย เอ้า...ตอนนี้ครบคนแล้ว’ จังหวะนั้นเพื่อนอีกสองคนที่เก็บกล้องเสร็จเดินมาร่วมวงด้วย น้ำปลาตราเด็กอ้วนเลยแซะฉันให้ลุกขึ้นนั่ง

‘พี่เดย์กับพี่ธันว์มันรู้แล้ว ส่งลิงค์ให้มันอ่านทุกวันที่คุยเอ็มกันนี่’ ฉันบอกอย่างขี้เกียจ

‘อะไรๆ ข้ารู้อะไร’ พี่เดย์ส่งเสียงแหบโวยวายทันทีที่ได้ยินชื่อตัว

‘พรบ.น้ำ จากบล็อกพี่ยาย – แพร จารุไง’ ฉันตอบในทันที

‘อ๋อ...นึกว่าเรื่องอะไร’ เพื่อนรุ่นพี่ตอบแล้วร่ายยาวซ้ำกับที่ฉันเล่าให้เพื่อนสองคนฟังก่อนหน้านี้

ท่ามกลางความสว่างไสวงดงามอร่ามฟ้ามหานคร ฉันว่าบทสนทนาค่ำคืนนั้นก็จุดพลุให้สว่างในจิตใจมิตรภาพที่รายรอบตัวได้ไม่แก้กัน


สองวันถัดมา...กับบทสนทนาใน MSN เพื่อนนักข่าวส่งข่าวให้รู้ว่า บางทีอีกสองสามวันคงถึงคราวซวย สนช. กับกฎหมายที่ตะบี้ตะบันให้ผ่านการเห็นชอบ โดยไม่รับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน

‘ท่าจะยับยั้งไม่ทันว่ะ คงผ่านแล้วค่อยมาตามแก้ไขกันทีหลัง’

‘กฎหมายพวกนี้ส่วนใหญ่ราชการชงให้รัฐบาล นำเสนอเข้าสู่สภา เพื่อให้รับซึ่งความคิดของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งความคิดนั้นมันตรงกันข้ามกับความต้องการของชุมชนและความคิดขององค์กรชาวบ้านและนักพัฒนาอยู่แล้ว’

‘เมื่อกฎหมายผ่าน...ก็จะเดือดร้อนทุกหัวระแหง ความขัดแย้งในพื้นที่จะทวีความรุนแรงขึ้น ต่อไปชาวบ้านก็ต้องม็อบอย่างเดียวคราวนี้ไอ้พวกชนชั้นกลางก็จะมองว่าม็อบลูกเดียวเหมือนกัน’

‘ทางเหนือนี่น่าสงสารคงโดนหนักหน่อย คาดว่าม็อบคงได้เคลื่อนกันมารับรัฐบาลชุดใหม่เป็นแน่’

ฉันวางต้นฉบับงานที่กำลังแก้ลงชั่วคราว เปิดหน้าวินโดว์เปล่าขึ้นพิมพ์ความคิดเห็นยืดยาว ส่งไปที่บางโอเค เจ้ากรรมความคิดเห็นที่บางนั้นดันล่มไม่เป็นท่า จึงย้ายทำเลความเห็นไปที่บ้านอีกหลังของพี่ยายในโลกเสมือน

ตีสี่ของวันนั้น ฉันหลับไปพร้อมความคิดที่ติดอยู่ในวังวน แล้วเราจะทำยังไงจะผ่อนหนักเป็นเบาตรงไหนได้บ้าง ถ้ากฎหมายนั้นมีผลบังคับใช้จริงๆ

ตอนสายออกไปธุระข้างนอกกลับเข้ามาแล้วฉันจึงอ่านความเห็นที่พี่ยายส่งมา

‘เมื่อเช้าพี่เปิดหน้าข่าว มีการเชิญชวนให้ลงชื่อถอดถอน สนช. หรือปิด สนช. ใครสนใจเชิญไปอ่านรายละเอียดและลงชื่อกันได้ นี่คือทางหนึ่งที่จะยับยั้ง จะสำเร็จหรือไม่ก็ได้รู้ว่าเราทำแล้ว เท่าที่ทำได้ สารสำคัญมันอยู่ตรงนี้ กำลังใจอย่างเดียวนั้นไม่พอจริงๆ

วันก่อนเพื่อนพี่บอกว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเขา พี่ว่าเธอเป็นแม่ที่มีลูกยิ่งเกี่ยวมากๆ เธอจึงหยุดฟัง ไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ http://www.prachatai.com/05web/th/home/10494 ’

‘สนช. พอกันที’

‘หยุด!!! กฎหมายอันตราย ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน’

อ่านแล้วฉันนึกถึงภาพของปลาตัวเล็กที่มารวมตัวกันหลายตัวเข้า มันดูยิ่งใหญ่ และมีพลังมากกว่าปลาใหญ่ตัวนั้นที่ปลาตัวเล็กอย่างเรากำลังจะหาญกล้าไปเผชิญหน้าเรียกหาสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างที่ถูกตีตราไว้ในรัฐธรรมนูญ!!!

ด้วยความดีใจสุดฤทธิ์ ฉันรีบส่งจดหมายอิเล็กทรอนิคส์ พร้อมกับเปิดโปรแกรมสนทนา MSN ไว้แทบทั้งวันทั้งคืน ด้วยหวังเสียงเล็กๆ ของฉันจะช่วยกระจายไปปลุกเหล่าปลาเล็กปลาน้อยให้ตื่นขึ้นมารวมพลัง

‘การแสดงความเห็นหรือความเห็นใจไม่อาจช่วยให้พ้นวิกฤตการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เราต้องช่วยกัน...ช่วยกันเรียกคืนสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรได้ในฐานะเจ้าของประเทศเฉกเช่นเดียวกับรัฐ อย่าเพียงแสดงความเห็นใจ...แต่ไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน!!! ’

ฉันบอกย้ำลงท้ายจดหมายนั่นอีกครั้งหนึ่ง


เช้าวันรัฐธรรมนูญ...กล่องจดหมายเข้าฉันค่อนข้างเงียงเหงา ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมา เราหลับหูหลับตารับร่างรัฐธรรมนูญไปครั้งหนึ่งแล้ว หรือนี่ก็คงจะเป็นปรากฎการณ์การหลับรับวันรัฐธรรมนูญเช่นกัน!!!



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter