Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
ห้องร้อยความฝัน
ส่งความฝันของคุณหรือคนที่คุณรักมาได้ที่ projectdreams(at)hotmail.com


ความฝันของฉัน / วรวิช

มันน่าจะเริ่มต้นตอนที่ฉันตั้งคำถามว่า

“ทำไมดาวสามดวงนั้นมันเรียงกันตรงเป๊ะเลยอะ...พ่อ”

พ่อไม่ได้อธิบายว่าทำไมมันถึงเรียงตัวกันเป็นเส้นตรงอย่างนั้น เพียงแต่บอกว่ามันเป็นดาวไถ ด้วยความสงสัยฉันจึงตั้งคำถามต่อ

“ทำไมเขาถึงตั้งชื่อว่าดาวไถล่ะ...พ่อ”

ฉันหยุดยืนดูกลุ่มดาว ในใจนึกไปว่าคงเพราะว่ามันคล้ายรถไถแน่ๆ และพยายามจินตนาการว่ามันเป็นรถไถได้อย่างไร ไม่เห็นจะเหมือน พ่อเดินไปไกลเกินกว่าที่จะได้ยินคำถามจากฉันแล้ว


เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันฝันไว้ว่าอยากเดินทางไปที่ดวงดาวทุกดวงที่อยู่บนท้องฟ้า มันน่าจะมีใครอาศัยอยู่บ้าง อาจจะเป็นสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ต่างดาว ฉันอยากเจอ ฉันอยากไป คงจะสนุกดีและได้ผจญภัยเหมือนในการ์ตูน ฉันสนใจดวงดาวและจักรวาล ฉันได้เรียนวิชาดาราศาสตร์ในชั่วโมงเรียนวิทยาศาสตร์ ฉันมักจะหาหนังสือเกี่ยวกับดวงดาวและจักรวาลมาอ่าน มันทำให้ฉันรู้จักกับระบบสุริยจักรวาล ฉันรู้ว่าระยะทางปีแสงมันไกลมากและต้องใช้ยานอวกาศเดินทางไปเท่านั้น ฉันรู้จักกับนาซ่า ฉันฝันอย่างจริงจัง เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นว่าสักครั้งในชีวิตฉันจะต้องเดินทางด้วยยานอวกาศของนาซ่าให้ได้ ฉันจะเป็นนักบินอวกาศของนาซ่า เป็นตัวแทนมนุษยชาติไปสำรวจดาวดวงใหม่ที่เพิ่งค้นพบ และน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ กว่าฉันจะโต ยานอวกาศจะต้องพัฒนาไปมาก จนเดินทางได้รวดเร็วเหมือนในหนัง เดินทางด้วยความเร็วแสง วาร์ป… ปิ๊ง! ไปที่ดาวดวงใดก็ได้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ ฉันบอกใครๆ รวมถึงคนที่บ้านฉันด้วยว่า ฉันอยากเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เพราะในใจฉันคิดว่า อย่างไรเสียนาซ่าก็ต้องส่งวิศวกรขึ้นไปกับยานอวกาศด้วย และวิศวกรคนนั้นจะต้องเป็นฉัน จบม.3 ฉันไปสอบเพื่อเรียนวิชาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์โดยตรง ผลปรากฏว่า ฉันสอบไม่ผ่าน ฉันคิดว่าบางทีอาชีพวิศวกรอาจจะไม่เหมาะกับฉันก็ได้ แต่คราวนี้ฉันไม่ได้ประกาศให้ใครๆ รู้แม้แต่คนที่บ้านฉัน ว่าฉันชักจะไม่สนใจอาชีพวิศวกรเสียแล้ว นักบินอวกาศก็เหมือนกัน แต่ฉันยังอยากเดินทางไปยังดาวดวงอื่นสักดวงหนึ่ง ใกล้ๆ อย่างดวงจันทร์ก็ยังดี

นักเรียนมัธยมปลายสายวิทย์อย่างฉัน เป้าหมายต่อไปในชีวิตคือ ต้องเอ็นทราซ์เข้าคณะดีๆ ของมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงให้ได้ และควรทบทวนบทเรียนทุกวันตั้งแต่ม.4เป็นต้นไป เพราะต้องใช้คะแนน GPA ทั้งสามปีต่อจากนี้ไปเป็นคะแนนเอ็นทรานซ์ ฉันอยู่กับอาที่ค่อนข้างเคร่งเรื่องการเรียน ฉันต้องทำตัวเหมือนว่าขลุกตัวอยู่ในห้องเพื่อทบทวนบทเรียนทุกวัน แต่แท้จริงแล้วฉันกำลังอ่านการ์ตูนเรื่องโปรดของฉันอยู่ อ่านนิตยสารออกใหม่ที่เพิ่งออกมาฉบับเดียวชื่อสั้นๆ ว่า a day ฉันแอบเปิดตู้หนังสือของอาโดยไม่ได้รับอนุญาต ค้นหนังสือที่ปกดูสนใจออกมาอ่าน ฉันรู้จักกับวอลแตร์ครั้งแรก แต่อ่านไม่เข้าใจเลยสักนิด ฉันได้อ่านโต๊ะโตะจังแบบผ่านๆ ฉันเห็นหน้าปกชี้ค เล่มมันหนาทีเดียวแต่ฉันไม่กล้าหยิบมันมาอ่าน ไม่กล้ารื้อชั้นหนังสือให้ยุ่งเกินเพราะกลัวอาจะรู้ว่าฉันไม่ได้อ่านหนังสือเรียน ฉันต้องซ่อนการ์ตูนที่นับวันจะเพิ่มขึ้นๆ ทุกวัน จนวันหนึ่งปลวกมากินและต้องยกไปทิ้ง เป็นเวลาสามปีที่ฉันเดินผ่านชั้นหนังสือนับครั้งไม่ถ้วน สังเกตชั้นที่อัดแน่นด้วยหนังสือมากมายหลายประเภท อาฉันเป็นคนอ่านหนังสือหนัก อ่านมาก อ่านนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ทุกสัปดาห์ อ่านหนังสือพิมพ์รายวันมติชนทุกวัน ฉันอ่านตามอา แต่ก็อ่านไม่ทันอาหรอก จริงๆ ฉันก็ไม่ได้เป็นคนอ่านหนังสือเยอะแยะมากมายเลย แต่เกิดอยากเขียนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ฉันเขียนเรื่องสั้นชวนฝันเรื่องแรกในชีวิต ลองส่งไปนิตยสาร Katch และได้ตีพิมพ์ หลังจากนั้นมันทำให้ฉันอยากเขียนมาตลอด และทำให้ฉันได้รู้จักกับอาชีพนักเขียน และตั้งใจจะทำอย่างที่นักเขียนมืออาชีพเขาทำกันให้ได้

ผลสอบเอ็นทรานซ์ออกมาบอกว่าอีก 4 ปีข้างหน้าฉันจะต้องเรียนวิชากลศาสตร์ชั้นสูง คณิตศาสตร์ชั้นสูง วิชาเฉพาะทางวิศวกรรมศาสตร์ ในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล อีกหลายวิชาอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะดันทำคะแนนพื้นฐานวิศวกรรมได้สูงอย่างไม่น่าเป็นไปได้ ตอนที่สอบฉันฝนมั่วไปกว่าครึ่งของจำนวนข้อสอบ เพราะเสียเวลาไปกับข้อสอบอัตนัยจนเกือบหมดเวลา อีกเหตุผลหนึ่งก็คือคำที่ฉันได้เคยประกาศไปว่าอยากเป็นวิศวกรมันยังติดตรึงอยู่ในใจคนในบ้านฉัน เมื่อฉันสอบได้ ก็คิดว่ามันเป็นการดีกว่าที่ฉันจะต้องไปเอ็นทรานซ์อีกครั้งในปีหน้า เพื่อเข้าคณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ หรืออักษรศาสตร์ และเป็นการดีกว่าที่จะไปเรียนคณะเหล่านั้นในมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะฉันเป็นพี่คนโต พ่อและแม่ยังมีภาระต้องส่งเสียน้องอีกสองคน ฉันจึงเลือกทางเดินที่ต่างฝ่ายยินดี สำหรับฉันมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรกับการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เพราะฉันรู้ดีว่าฉันอยากทำอะไร และฉันก็ยังทำมันได้ในระหว่างที่เรียนตลอด 4 ปีนี้ถ้าฉันไม่ทิ้งความฝันไปเสียก่อน

ตลอดเวลาที่ฉันเรียนในมหาวิทยาลัย ฉันยังจับปากกาเขียนและคีย์บอร์ดพิมพ์ เรื่องราวที่ฉันจินตนาการอยู่ตลอดเวลาที่ว่างหลังจากเตะบอลกับเพื่อน หลังจากสังสรรค์กับเพื่อน ฉันมักจะรู้จักกับรุ่นน้องที่เป็นคนประเภทเดียวกับฉัน อ่านหนังสือหลากหลาย ดูหนังหลากหลาย ฟังเพลงหลากหลาย มีความฝันเหมือนๆ คล้ายๆ กัน ฉันได้อยู่ในทีมเขียนบทละครของมหาวิทยาลัย ฉันได้ทำงานในตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสารของมหาวิทยาลัย ซึ่งพอฉันออกก็ไม่มีใครทำมันต่อ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ฉันได้ทำ ฉันทำหนังสั้นกับรุ่นน้อง ฉันเอาหนังสือทำมือของฉันไปวางขายที่งาน Indy festival จนมันกลายเป็นงานประจำปีของฉัน หนึ่งปีของฉัน จะต้องมีหนังสือทำมือที่ฉันกลั่นมาจากความคิดตลอดหนึ่งปีออกมาอย่างน้อยหนึ่งเล่ม ฉันตั้งใจตั้งแต่แรกเข้าเรียนแล้วว่า หลังจากที่เรียนจบฉันจะออกไปทำงานอย่างที่ฉันใฝ่ฝันถึงมาตลอด โดยไม่เสียเวลากับงานของวิศวกรเลยแม้สักวัน

ในเส้นทางในความฝันที่ฉันกำลังเดินอยู่ อาจเรียกว่าเป็นความฝันที่ตกกระไดพลอยโจนมาหาฉัน มันไม่เคยอยู่ในความคิดของฉัน ไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดฝันไว้เลยแม้แต่น้อย แต่แล้วมันก็เข้ามาหาฉันแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว ฉันบอกได้เลยว่าสิ่งแวดล้อมในช่วงวัยของการค้นหาตัวเองของฉันนั้น เป็นช่วงชีวิตที่กำหนดทางเดินชีวิตของฉันทั้งชีวิตเลยทีเดียว


วรวิช ทรัพย์ทวีแสง

อายุ 24 ปี


Sent: Saturday, December 15, 2007 6:36:34 PM

To: projectdreams@hotmail.com



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter