“การเมืองใหม่-จินตนาการใหม่”
CHANGE ของโอบามา จะเปลี่ยนวิถีอเมริกันชนสู่ศตวรรษใหม่ได้หรือไม่ นั่นไม่สำคัญเท่า เวลานี้ เป็นช่วงดื่มด่ำกับ “จินตนาการใหม่” ร่วมกัน ระหว่างโอบามากับผองอเมริกัน ถึงแม้คนที่ไม่ได้เลือกเขา
แต่ถึงวินาทีนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ถึงไม่ได้เลือก แต่ก็คาดหมายในความเป็น New President New Politic New Economic จากตัวเขา!
มาตามดาวเป็นอย่างไร ก็ดูตัวอย่างจาก “นายบารัก โอบามา” นี่แหละ เพราะในความเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ อันมีความหมายถึง “ประธานาธิบดีโลก” ของเขา ทุกอย่างมาถูกที่-ถูกเวลาเป๊ะๆ
เศรษฐกิจ-สังคม-การเมืองสหรัฐ “อันหมายถึงของโลก กำลังจบวงรอบ” แห่งศรัทธาและอหังการมนุษย์ พร้อมลื่นไหลลงสู่จุดต่ำสุด
แล้วนายโอบามาก็โผล่ขึ้นมาพร้อมคำว่า Change ในขณะที่อเมริกันชนกำลังแสวงหา “ดวงดาวแห่งศรัทธา” จากฟ้าใหม่ และในขณะที่ “คนผิวสี” จากทุกมุมโลกกำลังไหลรวมเป็น “อเมริกันชนส่วนใหญ่” แทนคนผิวขาวในแผ่นดินเสรีสหรัฐ
และก็ตรงรอบแห่งการหมุนเวียนจักรวาลของ “ดาวพลูโต” พอดี โลกสู่ศตวรรษเปลี่ยน และวันนี้ สังคมอเมริกันก็เปลี่ยนจากรีพับลิก คือพลังประชาชน ไปเป็นเดโมแครต คือประชาธิปัตย์
๔+๔ ปี ของโอบามา-เดโมแครต จะสามารถนำสหรัฐอเมริกาสู่ “จินตนาการใหม่” ภายใต้คำว่า Change ได้สำเร็จหรือไม่ และรูปร่างหน้าตาของสังคมโลกภายใต้จินตนาการใหม่ จะเป็นแบบไหน?
ไม่เพียงอเมริกันชนโหยหา คนทั้งโลกก็ “ตั้งตารอ”!
สหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีมาแล้ว ๓๔ คน นายโอบามาเป็นคนที่ ๔๔ และเป็น “คนผิวสี” คนแรกที่ขึ้นสู่ฐานะ “ประธานาธิบดีสหรัฐ-ประธานาธิบดีโลก”
ตอนนี้ที่ห่วงกันมาก ไม่ใช่ห่วงว่า “บารัก” จะทำได้อย่างที่หาเสียงไว้หรือไม่ แต่ห่วงกันว่า ในความเป็นประธานาธิบดีผิวสี นับจากประธานาธิบดี “เคนเนดี” ถูกลอบสังหารเมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๖
นายบารัก โอบามา ดวงชะตาจะตกที่เดียวกัน!?
สหรัฐเห็นฉากหน้าว่าเป็น “ประชาธิปไตยจ๋า” อย่างนั้นเถอะ แต่ฉากหลัง ทั้งเศรษฐกิจ-การเมือง มีขบวนการ “มาเฟียโลก” ควบคุมกลไก และชักใยอยู่อีกชั้น เป็นอย่างนี้คู่มากับกำเนิดสหรัฐ
ขั้วการเมืองทำแยกเป็น รีพับลิก-เดโมแครต ไปงั้นแหละ แต่กลไกควบคุม-ชักใยนโยบายนำโลก ตกอยู่ใต้ขบวนการ “มาเฟียโลก” กลุ่มเดียวกัน
เริ่มมาจากสมาคม Freemasons ในยุโรป เข้าสหรัฐ แตกขยายเป็น “สมาคมหัวกะโหลกกระดูกไขว้” หรือ Skull and Bones ที่ก่อตั้งขึ้นที่มหาวิทยาลัย Yale
Council on Foreign Relations หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ CFR อันเป็นองค์กรใหญ่ของโลกเวลานี้ “คาร์ลไลส์กรุ๊ป” ที่เป็นสถาบันเงินทุนใหญ่สหรัฐ มีเครือข่ายสยายคลุมโลก รวมทั้งในไทย
ก็ล้วนเป็นองค์กรที่สมาคม “หัวกะโหลกไขว้” ตั้งขึ้นเป็นมือขยายระบบทุน ทั้งนายจอร์จ โซรอส กระทั่งอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ล้วนเป็นฟันเฟืองในขบวนการ CFR นี้ทั้งนั้น!
และถ้าไปรื้อปูมดูกันจริงๆ ก็จะพบว่า ตระกูลใหญ่ๆ ดังๆ ของยุโรป ของสหรัฐ ผู้ทรงอิทธิพลการค้า การเงิน ผู้ว่าการรัฐ ผู้พิพากษา วุฒิสมาชิก รัฐมนตรี กระทั่งประธานาธิบดีตั้งสิบกว่าคน
ล้วนเป็นสมาชิกสมาคมลับที่คุมกลไกโลกผ่าน “ทำเนียบขาว” นี้ทั้งนั้น!
เบื้องหลังลึกๆ แล้ว ประชาธิปไตยสหรัฐไม่ใช่ประชาธิปไตย “พญาอินทรีขาว” หากแต่เป็นประชาธิปไตย “พญาอินทรีดำ” น่าสะพรึงกลัว ซับซ้อน และฝังรากลึกอยู่ใต้กรงเล็บเหยี่ยว
อำนาจเดียวหวังคุมโลก New World Order!
เป็นอำนาจเพื่อความอิ่มหมีพีมันของชนชาติตะวันตก “ยุโรป-สหรัฐ” บนการกอบโกยผลประโยชน์ และทรัพยากร ไปจากนานาประเทศที่ด้อยกว่าในวิทยาการพัฒนาเพื่อสนองตัณหามนุษย์
ไหนๆ พูดถึงเรื่องการสังหารประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้ว ก็พูดให้จบความไปเลยว่า ในจำนวน ๓๔ คนที่ผ่านมา ที่ถูกลอบฆ่าตายคาตำแหน่งมี ๔ คน คือ คนที่ ๑๖ อับราฮัม ลินคอร์น-รีพับลิก คนที่ ๒๐ เจมส์ เอ. การ์ฟิลด์-รีพับลิก คนที่ ๒๕ วิลเลียม แมคคินลีย์-รีพับลิก และคนที่ ๓๔ จอห์น เอฟ. เคนเนดี-เดโมแครต
เนี่ยะ..ตอนนี้ คนเขากลัวประวัติศาสตร์ประเทศเสรีประชาธิปไตยเถื่อนจะซ้ำรอย เพราะโอบามาชนะเลือกตั้งได้มาชนิด “คว่ำเมือง-เทคะแนน” คนผิวสีกลายเป็นศูนย์รวม “จินตนาการใหม่” ของคนสหรัฐอเมริกา
แบบนี้ “อเมริกันขาว” เขาก็กลัวกันว่า Change ของโอบามา จะไม่ Change แค่ลีลาหาเสียง แต่จะ Change สหรัฐอเมริกาให้คนผิวขาวต้องกลายเป็น “ชนส่วนน้อย” ในรอยแผ่นดินเดิมของเขาน่ะซี!
บารัก โอบามา เกิดวันที่ ๔ สิงหา เป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ ๔๔ จากการเลือกตั้งวันที่ ๔ พ.ย.ด้วยอายุ ๔๗ ปี จะสังเกตเห็นว่า เลข ๔ จะมีความสัมพันธ์นัวเนียอยู่กับตัวเขามาก
ขนาดว่าเป็นวุฒิสมาชิก รัฐอิลลินอยส์ เขายังเป็นในเขตที่ ๑๓ คือ ๑+๓ = ๔ อีกเหมือนกัน
ดาวพุธ กับดาวราหู ในตัวนายโอบามา และในความหมาย Change ตามดาวพลูโต ซึ่งสหรัฐอเมริกาลัคนาอยู่ราศีธนู และตอนนี้พลูโตที่เปลี่ยนโลกโยกเข้าสู่ธนูทับธนูเป็นการถาวร ๒๐ ปีขึ้นไป
อย่างนี้ ใครจะอดใจไหวว่า “จินตนาการใหม่” ของนายโอบามาจะไม่เปลี่ยนโลกได้ เขาถึงได้กลัวกันอย่างไรล่ะ
กลัวว่า “นายโอบามา” จะเป็นประธานาธิบดีเดโมแครตคนที่ ๒ ต่อจาก “เคนเนดี”!?
ผมเคยคุยเล่นๆ ไว้ตรงนี้เป็นการเสี่ยงทายว่า ถ้าการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐได้ Change ก็หมายความว่า สังคมบ้านการเมืองไทยก็จะต้องเปลี่ยนไปตามสไตล์ Change เหมือนกัน
การเมืองใหม่ ของไทย กับ จินตนาการใหม่ ของสหรัฐ ก็คงไม่ไกลจากกันในความหมายที่ “สังคมชน-สังคมชาติ” จะก้าวเดินสู่ศตวรรษใหม่ ภายในวงกรอบ ๒๐-๒๓ ปี นับจากนี้ไป!
สหรัฐเปลี่ยนโดย “คนผิวสี”
แต่ไทยจะเปลี่ยนโดย “คนเสื้อสี”
??
จะสีไหนก็เถอะ ผมว่ายึด “ทฤษฎีสี” ของเติ้งเสี่ยวผิง ไว้เป็นการดีที่สุด นั่นคือ แมวสีไหนไม่สำคัญ ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน!
ก็เห็นจะต้องจบการคุย “นอกกรอบวิชาการ” ว่าด้วยการเห่อตามกระแสเรื่อง “โอบามา” ไว้แค่นี้นะครับ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๒ คือต้นปีหน้าโน่น จึงจะถึงเวลาที่นายโอบามารับตำแหน่งประธานาธิบดี เข้านั่งว่าการที่ทำเนียบขาว
แหม..พูดถึง “โอบามา” แล้วต้องกลับมาพูดถึง “โอสมชาย” มันให้รู้สึกสากลิ้น ระคายคออย่างไรก็ไม่รู้ มีผู้นำผิด ก็ต้องคิดจนผู้นำตายอย่างนี้แหละ
เฮ้อ..สงสัยต้องทำใจ จนกว่า “ผู้นำใหม่” จะจุติ!?
ทุกวันนี้ ผมไม่อยากให้มีวันอังคารเลย เพราะถึงวันอังคารทีไร “ใจหายแว้บๆ” คือไม่รู้ว่า “คณะรัฐมนตรี” ชุดผีลูกกรอกทักษิณ มันจะออกมติ “กินบ้าน-กินเมือง” อะไรกันบ้าง
นี่ก็ล่อไปอีก “แสนกว่าล้าน” เอาไปแจกรากหญ้าหาเสียง เป็นค่าเสื้อแดง ค่ากิน ค่ารถ ไปตามเรื่องตามราว ต้องหล่อเลี้ยงเอาไว้ เผื่อ “นักโทษหนีคุก” เขาสั่งระดมพล “กองกำลังทักษิณ” วันไหน
จะได้แดงพรึ่บ “กลบเหลือง” ไปทั้งบ้าน-ทั้งเมืองไงล่ะ!
ใครต้องการอะไรเดี๋ยวนี้ง่าย ด้วยระบบ “หมื่นชื่อ” คือประชาธิปไตย รัฐบาลสมชายจะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ หรือจะนิรโทษกรรมให้ทักษิณ จะเอาหมื่นชื่อ หรือห้าหมื่นชื่อ บอกเนวิน บอกยงยุทธ บอกรัฐมนตรีตามโควตา บอกเจ๊เค้า เอาเมื่อไหร่เป็นได้เมื่อนั้น
นี่คือสังคม “ประชาธิปไตยปริมาณ” ในบ้านเมืองที่หว่านเงินรากหญ้า แทนการปลูกปัญญาผ่านระบบศึกษาประชาชาติ ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่ “การเมืองใหม่” ต้องแก้ไขด้วยความเข้าใจวิถีรากหญ้า
ไม่ใช่ไปโกรธ ไปลงโทษ หรือไปตำหนิรากหญ้า เพราะต้องไม่ลืมว่า ถ้าไม่มีหญ้า แล้วเราจะหาอะไรไป “ไหว้ครู”!?
การที่ พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ตรวจสอบโฟนอินทักษิณแล้วแถลงว่า “ไม่มีตรงไหนเข้าข่ายหมิ่นฯ สถาบัน” ก็ดี การที่ ส.ส.พลังประชาชน ล่าชื่อพี่น้องอีสาน ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทักษิณต่อรัฐสภาก็ดี
การที่ ๖ พรรครัฐบาล ยืนยัน-ยืนกรานจะแก้รัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ เพื่อเปิดทางตั้ง ส.ส.ร.๓ และจะฉวยโอกาสใกล้วันงานพระราชทานเพลิงพระศพ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ” นำร่างฯ แก้ไขเข้าสภาฯ วันที่ ๑๒ พ.ย.นี้ก็ดี
เหล่านี้ อย่ามองด้วยความโกรธ เพราะความโกรธมันจะกลบปัญญา ต้องเข้าใจว่า “เพราะมีชั่วสิ่งนี้ ความดีจากสิ่งนั้นจึงเกิด” อย่างสหรัฐเหมือนกัน ถ้าไม่ล่มสลายให้เห็น แล้ว Change ของโอบามาจะมีความหมายอะไร “การเมืองใหม่” ก็เช่นนั้น ถ้ารัฐบาลสมชายไม่ลากหางแดง แล้วแสงแห่งศรัทธาใหม่จะประกายออกจากพันธมิตรฯ ได้อย่างไรกัน จงใช้ปัญญาอันประกอบด้วยสติแก้ไข อย่าใช้อารมณ์ด่ากราดไปสิบทิศ.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551



