Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


สมชาย “นายกฯที่สุดของประเทศไทย”

คงพะว้า-พะวังเรื่องบ้านเมืองกันพอสมควรนะครับ เอาอย่างนี้ ผมขอบอก “จะไม่มีทหารเอารถถังออกมายึดบ้าน-ยึดเมือง” ก็แล้วกัน ที่เห็นกองกำลังทักษิณออกมา “กร่างเมือง” กันมากแก๊ง-มาก๊กขณะนี้ ผมว่าเป็นเรื่องดีนะ คือเราจะได้รู้ว่า “เต็มที่” แล้ว พวกขี้ครอกทักษิณมีอยู่เท่าไหร่ และเป็นพวกไหนกันบ้าง?

ถ้าจะว่าไปแล้ว สังคมอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน และปรับสภาพสู่ “สภาวะสังคมใหม่” มันก็อย่างนี้แหละครับ

ปลูกต้นไม้ เห็นต้นไม้แตกใบ เราดีใจ เช่นเดียวกัน ในเมื่อเราอยากเห็นประเทศไทยเติบโต

แล้วจะทุกข์ทำไมกับ “สังคมที่แตกตัว”!?

บ้านเมืองขณะนี้ เหมือนเตาหลอมด้วยความร้อน ๑๐,๐๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ คือ “หลอมทหาร” ให้แกร่งในกรอบอำนาจ-หน้าที่ ไม่วอกแวก ไม่จิตอ่อนต่อการยั่วยุให้ “ลุแก่อำนาจ”

ปี ๔๙ ทหารปฏิวัติ เว้น ปี ๕๐ พอถึงปี ๕๑ จะปฏิวัติอีก อย่างนี้มันก็บ้าแล้ว ถ้าลองปฏิวัติปีเว้นปี ถึงจะมีเหตุผลเป็นคำตอบขนาดไหน ก็จะไม่มีใครรับฟัง เครดิตประเทศชาติป่นปี้ไม่มีเหลือ

เพราะเหตุนี้ ผมจึงประเมินว่า คนในกองทัพชุดนี้น่าจะมี “วิสัยทัศน์” สูงกว่าคนในสังคมที่กำลังจมอยู่กับปัญหา ว่าด้วยเรื่อง “รักชาติ” ขณะนี้ แล้วก็ใช้วิธีการแสดงออกประหลาดๆ อย่างที่เห็น!?

คนมีการศึกษาร้อยละ ๗๐-๘๐ ที่สร้างปัญหาวันนี้ เหตุที่สร้างปัญหา เพราะการศึกษาสูงที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา ดังนั้น ปัญหาที่มาจากคนมีการศึกษาสูงแต่ไม่มีปัญญา จึงแก้ไขยากขึ้นไปอีกขั้น

พวกนี้มีทั้ง ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักการเมือง นักวิชาการ กระทั่งคนห่มเหลือง ถ้าใครคิดจะแก้ปัญหาสังคมขณะนี้ ต้องแก้ “อัสมิมานะ” คือการหลงตัว-ยึดตัวจากคนจำพวกเหล่านี้ให้ได้ก่อน!

ผมอยากให้ตั้งสติ แล้วทำความเข้าใจให้ตรงว่า เวลานี้ บ้านเมืองหมดเงื่อนไขที่ต้องใช้วิธีการ “ทหารปฏิวัติ” เข้าแก้แล้ว

และบ้านเมืองกำลังเข้าสู่เงื่อนไขใหม่ ที่ต้องใช้วิธีการ “ปฏิวัติ-ด้วยวิสัยทัศน์” เข้าแก้!

นั่นคือ บ้านเมืองไทยเรา-ในภาพรวม ถึงเวลาต้องปรับสภาพ “สังคมชีวิต-สังคมเศรษฐกิจ” ใหม่ และต้องปรับให้ทันเงื่อนไขเวลา เงื่อนไขสถานการณ์ของโลกที่ถึงรอบเปลี่ยนนี้ด้วย

ระบบ “เศรษฐกิจทุนเสรี” ยังใช้ได้ และต้องใช้ แต่นโยบายสังคมที่ต้องใช้ควบคู่ภายใต้ระบบทุน นั่นคือแนวทางตามทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” เสริมเข้าแทนที่ประชานิยม!

โดยเฉพาะในภาคเหนือ และอีสาน!

สร้าง “ภายใน” คือสร้างสังคมประชาชาติให้รวยสุขก่อน แล้วสังคมภายในที่รวยสุขแล้ว ก็จะพัฒนาไปสู่ความรวยทรัพย์จาก “ภายนอก” มาเสริมสุขใน ด้วยทรัพยากรในความลงตัวของ ดิน-ฟ้า-อากาศ บนภูมิศาสตร์ที่ตั้งของไทยอันอุดมทุกด้าน

อนาคตใหม่ของไทย ถ้าสามารถปรับสมดุลด้วยการค้นหาตัวเองได้พบ จะเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ประชาชน จะรวยทั้งทรัพย์ รวยทั้งสุข กว่าประเทศไหนๆ และใครๆ ในโลกก็จะหลั่งไหลมาพึ่งสุข

มีที่น่าเสียดายอยู่นิดเดียว คือ วันนี้คนไทยมี ๖๓ ล้านคน

แต่เผอิญ “ยังขาด” ไปคนนึง

นั่นคือ “ผู้นำ” ของคน ๖๓ ล้านคน!?

สังคมบริหารที่ขาดผู้นำ ก็เหมือนงูขาดหัว ถ้าเราพบตัว “คนคนนั้น” วันไหน ก็เหมือน “พบทางไป” ทุกอย่างก็จะค่อยๆ เรียงตัว แล้วลื่นไหลไปในทิศทางเดียวกัน

ถ้าถามว่า “คนคนนั้นเกิดหรือยัง และอยู่ที่ไหน?”

ก็ตอบได้ว่า เกิดแล้ว..และโตแล้ว แถมอยู่ไม่ใกล้-ไม่ไกล เพียงแต่ “ใจ” ยังไม่ถึงรอบเท่านั้นเอง!?

“ทักษิณ” มีความหมายเป็นแค่ “ขยะก้อนใหญ่” ที่ไหลมาอุดตันทางน้ำไหลของประเทศเท่านั้น อย่าไปคิดสำคัญผิดว่าขยะทักษิณที่อุดตันคือ “แผ่นดินงอกใหม่” แล้วกระหายแย่งจับจอง

ปล่อยให้ “พวกหนอน” มันหลงชอนไชหากินกันไปตามประสา “ชีวิตชะตาหนอน” กันไปเถอะ!

คุยเรื่องของเรากันเองคลายเครียดบ้างดีกว่า คือเมื่อวันงานครบรอบ ๑๒ ปีไทยโพสต์ ผมก็หมุนไป-หมุนมาอยู่บนเล่าเต๊งจนค่ำ เลยไม่ได้ลงมาวันทาท่านทั้งหลายที่ข้างล่าง

ก็ต้องกราบขอบคุณทุกท่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวตรงนี้ด้วยนะครับ ที่นำความปรารถนาดีๆ มามอบให้บ้าง ขนมบ้าง ดอกไม้บ้าง อาหารบ้าง เงินทองบ้าง เป็นก่าย-เป็นกอง ถึงวันนี้ก็ยังตื้นตัน และของรับประทาน ก็ยังมีเหลือเป็นตันให้เก็บรับประทานกันไปถึงสิ้นปี

ปีนี้ “คุณผ่องพรรณ” ที่บางคล้า ไม่ได้มา แต่เหมือนเดิม คือส่งผ้าอาบน้ำพระ หรือผ้าจีวรก็ไม่ทราบ เพราะห่อกระดาษทองสวยงามไว้เรียบร้อย พร้อมธูปเทียน ๑๐ ชุด สำหรับถวายพระ

ลืมไปอีกเจ้า คือ “คุณหมอสวรรค์” จากนครศรีธรรมราช โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทมา ๕,๐๐๐ บาท ผมเพิ่งนึกได้ เลยรีบมาบอก วันนี้ผมก็จะไปทวงกับฝ่ายบัญชี

ถ้าไม่ทวง เขาก็คงไม่ให้ผม เพราะเขาก็คงอ้างว่า..ไม่รู้เงินใคร?

สรุปรวมกับที่ผมรายงานไปแล้ววันก่อน ๖๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็เป็น ๖๕,๐๐๐ บาท ท่านบอกว่า “ร่วมทำบุญ” ใจท่านที่อิ่มตอนมอบให้ผมนั่นแหละ “บุญสำเร็จแล้ว” ฉะนั้น เงินส่วนนี้คือบุญส่วนเกินของท่าน

ผมก็เก็บส่วนเกินนี้ไว้นะครับ เอาไปทำอะไร แล้วจะรายงานให้ท่านทราบเป็นระยะ รวมกับของคุณราตรีที่นำมามอบไว้ ๕๐,๐๐๐ บาทเมื่อเดือนก่อนโน้น ก็เป็นแสนแล้วนะนี่!

แบ่งร่วมทอดกฐินไป ๓-๔ วัด และแจกเด็กช่วยงาน ก็ยังเหลืออีกหลายหรอก!

แต่กระบวนคน “ใจใหญ่” เห็นจะไม่มีใครเกินคนแม่กลอง “คุณจงจิตต์” ข้างวัดธรรมนิมิต เมื่อวันงานปรุงอาหารทะเลชนิด “ดีเยี่ยม”บรรจงบรรจุถาดเงินมาเรียบร้อยหลากหลาย แถมนึ่งก้ามปูทะเลมาฝากผมตะหากอีกถาด

ผมก็เห็นว่า ก้ามปูโตขนาดแขนเด็กถาดนี้เป็นอาหารประณีตนัก ของประณีตย่อมคู่ควรกับผู้มีศีลบริสุทธิ์ ส่วนผมนั้นเป็นผู้ทุศีล ย่อมไม่คู่ควรกับอาหารประณีต จึงถวายเป็นอาหารเพลพระทั้งถาด

เมื่อวันศุกร์ คุณจงจิตต์เลยจัดอาหารประณีตชุดใหญ่เหมือนอย่างวันนั้น ส่งจากแม่กลอง สมุทรสงคราม มาให้คนทุศีลใหม่อีกชุด พร้อมมีข้อความแนบจานข้าวผัดที่”นัก กิน”เห็นแล้วร้อง”นี่จากร้านแดงนี่”แล้วก็พรึ่บเดียวเกลี้ยงว่า

“สาเหตุจากข้อเขียนกล่าวหาว่าปูทะเลก้ามเท่ามือเด็ก แสดงว่าก้ามเล็ก ตอนนี้ปูก้ามใหญ่เท่าแขนผู้ใหญ่ไม่มีค่ะ วันนี้ก็คัดได้ใหญ่แค่นี้เอง จึงส่งมายืนยันว่าปูทะเลตัวใหญ่แค่นี้จริงๆ ขอติดหนี้ปูทะเลก้ามใหญ่ไว้ก่อนก็แล้วกันค่ะ”

เจอลูกประชดนี้เข้า ทำเอาก้ามปูแทบติดคอ จำได้ว่าตอนเป็นเด็กไปขุดปูตามป่าจากขายได้กิโลละ ๒ บาท กิโลหนึ่งก็ ๓-๔ ตัว แต่ปูก้ามขนาดนี้ผมไม่เคยเห็นในบ้านเรา ตัวละคงกิโลกว่า

และ ๒ บาท คงซื้อตีนปูได้ปล้องเดียว เพราะเดี๋ยวนี้ กิโลละเป็นพันขึ้นไปแล้ว กินปูคำหนึ่ง ก็เหมือนกลืน”ทองคำ”ไปไว้ในท้อง..เฮ้อ!

สำหรับหลวงพ่อ”พระนอน”วัดธรรมนิมิตที่มอบให้ผมกล่องใหญ่นั้น สวยจริงๆ แต่ผมยังไม่แจกใคร เก็บเอาไว้ ใครที่บุญถึง-บารมีถึง เขาก็คงจะมาถามหากันเอง

อันที่จริงนั้น อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลย ต่อให้คนแม่กลองก็เถอะ น้อยคนนักที่จะทราบว่า”วัดธรรมนิมิต”อันเป็นวัดฝ่ายธรรมยุติในสมุทรสงคราม จะมีพระนอนที่สวยด้วยพุทธศิลป์ และพุทธคุณขนาดนี้

เมื่อวันเสาร์ ผมเข้าสำนักงานตอนบ่าย ยังไม่ได้ทานข้าวตั้งแต่เช้า มาถึงก็ได้กลิ่นหอมเอกลักษณ์”ขนมเค้กเมืองตรัง”มาเตะจมูก แม่บ้านรายงานว่า มีคนบรรทุกรถมามอบให้หลายชนิด และหลายลัง โดยส่งทางรถไฟมาจากจังหวัดตรังโน่น

“เขาบอกเพียงว่าที่เป็นเค้กมะพร้าวให้รีบทานก่อน ตั้งใจส่งมาให้ทันงานวันเกิดที่ ๒๑ ตุลา.แต่เกิดเหตุขัดข้องทางรถไฟ เลยค้างแหงกอยู่ในรถตั้ง ๔ วัน เพิ่งมาถึงไทยโพสต์เอาวันเสาร์นี้เอง”

มีทั้งเค้กสด ทั้งคุ๊กกี้ ทั้งแบบมีไส้ หลากหลายขนาดและชนิด ผมเลยรีบกระจายแจกจ่ายพี่ๆน้องนักข่าว และพนักงานได้รับประทานกันถ้วนหน้าเป็นที่อิ่มหมีพีมัน โชคดีนะนี่..ที่เพิ่งมาถึงหลังงาน ๔ วัน ทำให้ได้แย่งกันกินฉันท์พี่-ฉันท์น้อง

ถ้ามาตรงวัน ด้วยของอื่นที่มากมายคงทำให้ต้อง”เลือกทาน”ไม่ถึงแย่งกันเหมือนที่เริ่มเข้าสู่”โซนอดหยาก”อย่างตอนนี้ นี่ผมยังแอบจิ๊กกลับไปกินกับกาแฟที่บ้านด้วยเลย!

เป็นเค้ก เป็นคุ้กกี้ RICHY ขึ้นชื่อลือชาสัญลักษณฺ์อย่างหนึ่งของจังหวัดตรัง ก็ต้องขอบคุณ”คุณสุธีรา ภูพิชญ์พงษ์”มากครับ ที่ส่งไปให้ ถ้าท่านใดอิจฉา หรืออ่านแล้วเห็นเค้ก RICHY เมืองตรังลอยอยู่ตรงหน้า ลองสั่งตรงก็น่าจะได้นะครับ E mail:richytrang@hotmail.com หรือเบอรโทร 081-5974545

แน่ะ..บริการหลังการได้รับประทานให้เสร็จสรรพซะด้วย!

ครับ..วันนี้ นึกได้เท่านี้ ก็ขอรายงานไว้เท่านี้ก่อน ถ้าวันไหน นึกอะไร และท่านใด ในตอนวันนั้นได้ ผมก็จะคุยของผมไปตามเรื่องตามราว คุยแต่เรื่องตึงบ้าน-ตึงเมืองทุกวัน มันก็พานจะเครียดกันไปหมด บ้านเมืองที่มีผู้นำอย่าง”นายสมชาย”อันที่จริง มันก็สบายใจไปอย่างหนึ่ง เพราะต่อไปข้างหน้า ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯถือว่า”ดีกว่า”ทั้งนั้น เพราะนี่มันถึงยุค”ต่ำสุด”ของประเทศไทยในรอบ ๒๒๖ ปีแล้ว.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 27 ตุลาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter