ในภาวะอำนาจแห่ง “สากกะเบือ”

ดูเหมือนจะว้าวุ่นกันมากนะครับ ว้าวุ่นที่ได้ยิน นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจักรภพ เพ็ญแข นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายอดิศร เพียงเกษ ตัวแทนรัฐบาลสมชาย ประกาศให้วันที่ ๑ พฤศจิกายน เป็นวันแสดง “แสนยานุภาพกองกำลังทักษิณ” โดยจะระดมคนนับแสนคนให้ปรากฏ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน!

จะเป็นการบังเอิญ หรือเป็นการจงใจของ “รัฐบาลสมชาย” ก็มิทราบได้ แต่เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า รัฐบาลนี้ตั้งใจ ใช้ศักยภาพความเป็นข้า-ราชะ-การ ทั้งมวลของไทย ให้เป็นไปเพื่อ

สนองตอบ-พินอบ-เชิดชูบารมี “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อย่างบัดซบที่สุด!

ที่ผมว่าบังเอิญ หรือจงใจ ก็เพราะว่า ในวันที่ ๓ ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันราชวัลลภ” หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกกันว่า “วันสวนสนาม”

คือวันที่ “ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์” ทุกเหล่า ทำพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระพักตร์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กับพระราชวงศ์ทุกพระองค์ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า

วันนั้นเราจะได้ยินทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ แต่งกายในชุดหลากสีสวยงาม น่าตื่นตา ละลานใจ เปล่งวาจา “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” ต่อหน้าธงชัยเฉลิมพล

เป็นพิธีที่ขลังนัก ศักดิ์สิทธิ์นัก สืบเนื่องต่อกันมาตั้งแต่รัชสมัยพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕

แล้วท่านตรองดูซีครับ รัฐบาลนายสมชาย จะปฏิเสธได้หรือว่า ไม่รู้เห็นเป็นใจกับวันประกาศ “แสนยานุภาพกองกำลังทักษิณ” ในวันที่ ๑ พฤศจิกา.ให้เกิดภาพเปรียบเทียบ ประหนึ่งว่า

นี่คือการโชว์ความยิ่งใหญ่ “ตัดหน้า” ด้วยลีลาของอสัตย์ชนผู้มีใจสามานย์!?

เพราะการณ์นี้ทั้งหมด เกิดขึ้นจากคนรัฐบาล คนพรรครัฐบาล คือพลังประชาชน และทั้งใช้สถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ “อันเป็นของรัฐ” เป็นฐานประกาศโฆษณา เผยแพร่กิจกรรม ป่าวร้องให้ประชาชนทั่วประเทศ

เดินทางมาร่วมแสดงแสนยานุภาพที่ “สนามราชมังคลากีฬาสถาน” เพื่อการประกาศศักดานุภาพเกรียงไกรแห่ง

“กองกำลังพิทักษ์-ทักษิณ”!

ทักษิณผู้ประกาศตัวต่อชาวโลกเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบ ต่อสถาบันอำนาจบริหารของประเทศไทย

ดังความแจ้งชัดอยู่แล้วใน “แถลงการณ์เซอร์เรย์” เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๑!

คำเดียวในเชิงห้าม-คำเดียวในเชิงไม่เห็นด้วย ไม่ปรากฏจากปากของ “นายสมชาย” ผู้เป็นนายกฯ ไปสู่ผู้หากินอยู่ใต้อำนาจ!

ผมไม่ตำหนิทักษิณ และผมก็ไม่ตำหนิพวกกเฬวรากใต้สากนรกตำทั้งหลาย ที่กระทำการหยาบช้าต่อชาติ-ต่อแผ่นดิน เพียงเพื่อ “ทักษิณ” พ่อของพวกมัน

เพราะการณ์ทั้งหลายนั้น ลำพังทักษิณ ลำพังเหลือบไรในหว่างขาทักษิณ อย่างจาตุรนต์ อย่างวีระ อย่างจักรภพ ฯลฯ จะทำกิจกรรมแตกแยกแผ่นดินเช่นนี้ให้เกิดขึ้นไม่ได้

ถ้าหัวหน้า รัฐบาล คือนายกฯ มีความคิดเป็นผู้-เป็นคน อย่างที่มนุษย์ระดับนายกรัฐมนตรีจะพึงมี เขาก็จะไม่ยอมให้ใครมาใช้ “ประเทศเป็นฐาน” เพื่อแสดงการปลุกปั่น ยุยง โน้มน้าว ซ่องสุมผู้คน

เป็นการอาศัยหรือดึงมวลชนในอำนาจบริหารตัวเอง ไปเป็นฐานอำนาจ “ซ้อนอำนาจ” ขึ้นในประเทศ!!

ถ้าจะบอกว่า “นายสมชายเป็นนายกฯ ซื่อ บริสุทธิ์ และไร้เดียงสา”

ความซื่อ ความบริสุทธิ์ ความไร้เดียงสานี้ ก็คงเปรียบได้ว่าเหมือน “สากกะเบือ” ที่ไม่เคยรู้รสอะไรเลย!

แล้วเรายังจะยกสากกะเบือไว้เป็น “นาย” เหนือหัว เพื่อให้นำประเทศต่อไปอีกอย่างนั้นหรือ?

ใต้ธงรบแม่ทัพที่เข้มแข็ง ย่อมไม่มีทหารเลว!

พลเอกทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. และ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร.ท่านลองตอบซิครับว่า

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้นำประเทศ และผู้นำกองทัพในฐานะรัฐมนตรีกลาโหมคนนี้

ใช่แม่ทัพที่เข้มแข็ง!?

นายสมชาย..คุณเป็นน้องเขยทักษิณ ย่อมไม่ผิด นายสมชาย..คุณมีทักษิณอยู่ในหัวใจ ย่อมไม่ผิด นายสมชาย..คุณจะเดินตามรอยทักษิณบางเรื่อง..ย่อมไม่ผิด

แต่..นายสมชายเอ๋ย!

การที่คุณเป็นนายกฯ แล้ว “ยกทักษิณ” ขึ้นชูเหนือหัว เหมือนยั่วยุ “ให้แยกประเทศ” ยักคิ้วให้ขี้ข้าก่อทุราจาร ปลุกปั่นให้ผู้คนมาห้ำหั่น ด้วยการประจันหน้ากันแบบนี้

อัปรีย์ และบัดซบที่สุด! คนจัดงานก็ของคุณ สถานที่จัดก็ของคุณ กรมกระชาสัมพันธ์ก็ของคุณ กระทั่งระบบสื่อสารที่จะให้ทักษิณโฟนอินเข้ามาก็ของคุณ

คือของรัฐบาล ของในการควบคุมดูแลรัฐบาล ของภายใต้การอนุมัติของรัฐบาล

ถ้ารัฐบาลคือ “นายสมชาย” ไม่โอเคซะอย่าง

พฤติกรรม “กระด้างเมือง” ในวันที่ ๑ พฤศจิกา.ก็เกิดขึ้นไม่ได้!

แต่ที่เกิดขึ้นได้ ก็ต้องโทษนายสมชายคนเดียว และพูดถึงการโฟนอิน คือการให้ทักษิณโทรศัพท์จากอังกฤษมาปราศรัยกับ “กองกำลัง” นับแสนในสนามราชมังคลาฯ นั้น

สำหรับผมไม่เคยให้ราคากับวาจา มนุษย์อย่างทักษิณที่ใส่ครกตำสักพันปี ก็ยังไม่มีซึ่งยางอาย อยากปราศรัย ก็ให้เขาปราศรัยไป จะได้เปิดไต๋-รู้กันไปจะจะ และคงนึกว่าเป็นวาจาพ่อมด สามารถสกัดคนทั้งประเทศให้เอนราบกราบกรานมันได้

คิดผิดมากไปแล้ว ทักษิณ นายจะคิดอะไรก็ย่อมคิดได้ แต่การเหิมเกริม “คิดเป็นใหญ่” หวังจะใช้พี่น้องอีสาน-เหนือ เป็นฐานศรัทธาแห่ง “อำนาจสถาปนา” นั้น

นายกำลังคิดไปสู่ที่ตายด้วยตัวเอง..รู้มั้ย!?

การจัดงานโชว์ “แสนยานุภาพกองกำลังทักษิณ” วันที่ ๑ พฤศจิกา.นี้ ชาวบ้านเขาไม่รู้อะไรมากหรอก มีหัวคะแนน-หน้าม้ากองกำลังไปชักชวนให้มาเที่ยวกรุงเทพฯ กินฟรี-อยู่ฟรี-รถฟรี มีเสื้อแดงแจกแถมเงินติดกระเป๋า

เขาก็มา!

เพราะ ดีกว่านอนอยู่กะบ้านเฉยๆ อย่าว่าแสนคนเลย ถ้ามีปัญญาจ้างรถ จัดหาที่กิน-ที่นอนให้พอ เพราะแค่วัดธรรมกายคงไม่พอ จะเอาซักล้าน-สองล้านคนก็ยังได้ สบายมาก!

แต่ถ้าพี่น้องอีสาน -เหนือส่วนใหญ่ที่มา ทราบว่าขณะนี้มีคนคิดไม่ซื่อต่อชาติ ต่อสถาบันเบื้องสูง หวังใช้ “จำนวนคนมากๆ” โชว์เป็นปริมาณสนับสนุนพฤติกรรมชั่วร้ายใต้ดิน-บนดิน

ผมเชื่อ.. ชาวบ้านส่วนหนึ่ง จะไม่ยอมให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ “สร้างภาพปริมาณ” เพื่อให้ตัวก่อการ ๕-๖ ตัว นำไปเป็นหลักฐาน “ขึ้นเงิน” ที่ลอนดอนหรอก!

ผมบอกแล้ว ไม่โทษทักษิณ ไม่โทษขี้ข้าทักษิณ แต่โทษ “นายสมชาย” ในฐานะผู้นำทิศทางประเทศ ทุกอย่างที่ไม่เป็นประโยชน์เพื่อสงบสุข เพื่อความเป็นปึกแผ่นของประเทศชาติ

คุณต้องยอมให้มันเกิดขึ้นไม่ได้!

แต่การที่มันเกิดขึ้นได้ นั่นก็มองได้ทางเดียวคือ มันเป็นความประสงค์ของคุณ!

เพื่อให้ทักษิณคืนแผ่นดิน และเพื่อให้ทักษิณ “กลืน” แผ่นดิน!?

เมื่อประเทศถึงครา “ชะตาตกต่ำสุด” ทุรชนชั่วช้าเฉิดฉันครองชาติ แล้วใครล่ะจะทำหน้าที่อันพึงกระทำตามหน้าที่?

ก็ฝากถามตามลม-ตามแล้งไปอย่างนั้น ก็ไม่แน่ เพราะนี่ก็ใกล้วัน “ถวายสัตย์ปฏิญาณ” ของเหล่าทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เข้ามาแล้ว

การชุมนุมเพื่อแสดงแสนยานุภาพนับแสนคนของทักษิณในวันที่ ๑ พฤศจิกา.ถึงอย่างไร ผมก็ยังมั่นใจ จะไม่มีใครยอมให้มาใช้กลบคำถวายสัตย์ปฏิญาณไปได้แน่นอน

“ข้าพเจ้าจักยอมตายเพื่ออิสรภาพและส่วนรวมแห่งชาติ

ข้าพเจ้าจักรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ

แห่งพระราชอาณาจักรไทย

ข้าพเจ้าจักอยู่ในศีลธรรมของศาสนา

ข้าพเจ้าจักเชิดชูและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ

แห่งพระมหากษัตริย์

ข้าพเจ้าจักเชื่อถือผู้บังคับบัญชา และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด

ทั้งจักปกครองแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยยุติธรรม

ข้าพเจ้าจักไม่แพร่งพรายความลับของทางราชการทหาร

เป็นอันขาด”

รัฐบาลโดยนายสมชาย ไม่ปรากฏว่าใช้สื่อโทรทัศน์ของรัฐ อย่างเช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ที่ถูกนำไปแปลงเป็นสัตว์สื่อต่างพันธุ์ในชื่อ NBT เป็นที่พูดจา เผยแพร่ ในสิ่งอันพึงกระทำ เพื่อตอกย้ำ “จิตสำนึก” ของคนในชาติให้ชุ่มฉ่ำอยู่ในยางธรรมตามกาลอันควรเลย

ตรงกันข้าม นายสมชายกลับปล่อยให้โฆษกของรัฐบาล และคณะพรรคในกองกำลังทักษิณที่แฝงกินอยู่ในรัฐ ใช้สื่อโทรทัศน์ของรัฐช่อง ๑๑ หักล้าง-โค่นล้มองค์กรอำนาจรัฐ พร้อมโฆษณา ปลูกฝัง สร้างศรัทธา ฟูมฟัก “ทักษิณ” อันเป็นนักโทษหนีคดีของแผ่นดิน

ชูให้เป็นคนเหนือแผ่นดิน อยู่ตลอดวัน และตลอดเวลา!?

กระทั่งนายสมชายเอง แต่ละตีนที่ก้าวอันเรียกว่างาน ก็ยังต้องพร่ำกล่าว “สรรเสริญคุณทักษิณ” นำหน้า ดังได้ยินวาจาที่เชียงใหม่กันแล้ววานซืนนี้

แล้วเราจะปล่อยให้ประเทศตกเป็นเครื่องเซ่นผีห่าซาตานกันไปอย่างนี้ได้อย่างไรกัน

มีผู้นำแทนที่จะเป็นหน้า-เป็นตาประเทศ

แต่กลับทำให้ “เสียหน้า-เสียตา” ประเทศ!

การเมือง กำลังนำไปสู่การ “แยกบ้าน-แยกเมือง” การเศรษฐกิจ เป็นพิษพินาศโลก-ระบาดโลกแล้ว แต่ประเทศไทยภายใต้การนำด้วยวิสัยทัศน์สัมผัสสากกะเบือ

ยังไม่รู้ร้อน-รู้หนาวอะไรเลย!

หายนะ รอบด้านทั้ง “การเมือง-การเศรษฐกิจ” แผ่ซ่านจากตะวันตก มาปกคลุมภูมิตะวันออก และไหลเป็นระลอกมาถึงไทยเราแล้ว “ตลาดทุน” เข้าสู่ภาวะยืนแข็งตาย แต่สมชายยังคล้าย “สายัณห์ ดอกสะเดา” ไทยจะรอดวิกฤติในรอบนี้ได้อย่างไร และโดยใคร ก็บอกได้อย่างเดียวว่า “ไม่ใช่นักวิชาการ” ขาเดียว ก็แล้วกัน.

 

ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 ตุลาคม 2551