Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


พันธมิตรฯ กับสถานการณ์ศึกประชิดแดน

ทหารไทยปะทะทหารเขมรวานนี้ (๑๕ ต.ค.๕๑) ที่เชิงเขาพระวิหาร บริเวณภูมะเขือ ถือเสียว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ คนไทยกับคนไทยจะได้ไม่ต้องฆ่ากันเองไงล่ะ ถึงอย่างไร “สงครามไทย-เขมร” ไม่มีแน่ จะมีก็แต่ ซ่า..เข้ามา ก็จะถูกเตะสั่งสอนกลับไปบ้างเท่านั้น

สาเหตุที่เขมรเหิมเกริมกับไทยเรา ก็อย่างที่รู้กันอยู่ ประเด็นแรกก็คือ “สันดาน” เป็นอย่างนี้มาตลอด ประเด็นที่สอง เห็นรัฐบาลไทยอ่อนแอ และคนไทยแตกแยกกันเอง สันดานจึงสำแดง

ประเด็นที่สาม เพราะต้องการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารอันเป็นของไทย ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ผนวกเข้าไปเป็นส่วนเดียวกับตัวปราสาทที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกไปแล้ว

แต่คณะกรรมการมรดกโลกเขามีเงื่อนไขไว้ว่า การขึ้นทะเบียนนั้นจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อ “ตัวปราสาทพระวิหาร” ต้องมีอาณาบริเวณรอบๆ เป็นภูมิทัศน์ด้วย เมื่อยังไม่ได้ จึงต้องดิ้นรน!

พูดง่ายๆ คือ มีแต่ตัวปราสาทโด่ๆ เป็นมรดกโลกไม่ได้ ต้องมีที่ดินรอบๆ ให้เขาทำมาค้าขายด้วย ทำเป็นที่ปลูกสร้างอาคารทำการด้วย ปราสาทพระวิหารจึงจะได้เป็น “มรดกโลก” สมบูรณ์ตามเงื่อนไข

นี่ก็ใกล้กำหนดเวลาที่คณะกรรมการเขาให้ไว้แล้ว แต่เขมรยังมีแค่ตัวปราสาทโด่ๆ ลอยอยู่ในอากาศอย่างว่า ไม่มีที่ดินรอบๆ พัฒนาเพื่อการพาณิชย์อย่างที่พวก “ประเทศกลุ่มทุน” หนุนหลังเขามีแผนไว้แล้ว

กระทั่งที่จะขึ้นไปตัวปราสาท และที่จะทำส้วมให้นักท่องเที่ยวขี้-เยี่ยวก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ!

ถึงจะมีการตั้ง ๖-๗ ประเทศขึ้นเป็นกรรมการ หวังจะเข้ามาไกล่เกลี่ย “หักคอ” เอาที่ดินของไทยรอบๆ ปราสาทพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตรไปผนวกเข้ากับปราสาทพระวิหาร

แต่ “พระสยามเทวาธิราช” ท่านไม่ยอมให้ครับ!?

คือแผนงุบงิบ “ยกดินแดนไทยให้เขมร” ของไอ้รัฐบาลนอมินีทักษิณแตกเสียก่อน เพราะพันธมิตรฯ โวยวายขึ้น ศาลปกครองบอกว่าแถลงการณ์ไทย-กัมพูชา ที่นายนพดล ปัทมะ ไปเซ็นไว้นั้น “ผิดกฎหมาย” มติ ครม.ที่อนุมัติก็ผิดด้วย

ประกอบกับทหารไทยเรา และข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศไทยของเรา ในยามที่ฝ่ายอำนาจบริหารล้มเหลว และมีส่วนคิดไม่ซื่อต่อแผ่นดิน ท่านก็ทำหน้าที่คัดท้าย

“รักษาประเทศ” ทั้งในพื้นที่ และทั้งในเวทีโลกได้ดีที่ต้อง “ชมเชย” กันไว้ และคนไทยเราควรต้อง “ขอบใจ” ท่านทั้งหลายในส่วนนี้ไว้ด้วย!

ฮุน เซน ถึงร้อนใจไงล่ะ เพราะผิดแผนที่คงเคยตกลงกันไว้กับทักษิณ และนอมินีทักษิณ

เมื่อผนวกรวมเอาที่ดินรอบๆ ของไทยไม่ได้ เส้นตายตามเงื่อนไขก็ใกล้เข้ามา กลัวที่จดทะเบียนเป็นมรดกโลกไว้จะเป็นโมฆะ

เลยหน้ามืด กล้า “สร้างเหตุ” จะทำสงครามกับเรา?

“กองทัพไทย” เรา หนักแน่นในประเด็น ในหน้าที่ และในเป้าหมายที่เขมรสร้างเหตุเพื่อลากไปสู่จุดนั้นดี ฉะนั้น การรับมือกับ “สันดานเขมร” ครั้งนี้ จึงไม่มีอะไรที่ “แนวหลัง” อย่างพวกเราต้องวิตก

ประเด็นคือ จะยอมให้เขมร หรือประเทศที่คณะกรรมการมรดกโลกตั้งมา มาฮุบเอาที่ดินรอบปราสาท ๔.๖ ตารางกิโลเมตรไปไม่ได้ ถึงจะอ้างว่า “รวยด้วยกัน” ก็ไม่ได้

ไทยจะปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาที่ “ไทย-เขมร” ตกลงกันไว้เมื่อปี ๒๕๔๓ ทุกอย่าง จนกว่าจะมีการปักปันเขตแดนพื้นที่บริเวณนี้ให้แจ่มชัด ต่อจากนั้น ไทย-เขมรจะเป็น “หุ้นส่วนแห่งความรวย” ในการเป็นมรดกโลกร่วมกันอย่างไร?

ก็ค่อยมาคุยกัน!

เขมรมีตัวปราสาท ไทยมีพื้นที่รอบปราสาท มีโบราณสถานอันเป็นส่วนประกอบปราสาท มีทางขึ้น-ลงปราสาท

เอามากองรวมกัน แล้วคุยกัน เป็นมรดกโลกร่วมกัน ตกลงผลประโยชน์ทางท่องเที่ยวร่วมกัน จบแล้วค่อยพูดคำว่า “รวยด้วยกัน”

ส่วนตอนนี้ ถ้าผิดจากข้อที่ตกลงกันไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ และแหยมล้ำดินแดนเข้ามา

ถล่มกะแม่งมันเลย!

ข้อสำคัญในเรื่องนี้ “งานการทูต” ต้องแข็ง ต้องไว และไวแค่ทันไม่พอ จะต้องไวชนิดให้ข้อมูลแต่ละประเทศได้รู้ ได้เข้าใจต่อปัญหาเป็นวัคซีนไว้ก่อนที่ “โรคบ้า-พูดจาพกลม” ของฮุน เซน จะระบาดไปถึง

เขมรเขาคงลำพองว่า “นายฮอร์ นัมฮง” รัฐมนตรีต่างประเทศของเขา “เก๋า” ยิ่งเมื่อเทียบกับ “นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เหมือนเด็กฝึกงาน

เลยซ่าใหญ่ คงคิดว่าจะเดินแต้มการเมืองในเวทีโลกได้ “เหนือชั้นกว่า” ว่างั้นเถอะ!

แต่ “ดอน ปรมัตถวินัย” เอกอัครราชทูตไทยถาวรประจำสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก จะไม่ปล่อยให้เขมรทำอย่างนั้นได้ง่ายๆ แน่ ป่านนี้คงประสานข้อมูลกับทางปลัดฯ “วีระศักดิ์ ฟูตระกูล”

ทำหน้าที่ใน UN ได้ดีอย่างที่เคยทำในครั้งก่อนแล้ว!

และทางกระทรวงต่างประเทศเอง คิดว่า “นายธฤต จรุงวัฒน์” อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คงจะแถลงข่าวสารสู่สังคมโลกรักษาบุคลิกภาพ และท่าทีไทยได้ชนิด “ไม่เสียรังวัด” เพราะทันงาน ทันสันดานเขมรดีมิใช่หรือ?

ถึงอย่างไร ผมก็ยังแปลกใจอยู่ดีที่นายฮุน เซน กล้าเอาสถานภาพเขมรทั้งประเทศมาเป็นศัตรูกับไทย เพียงเพื่อพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลมตร

หรือรับจ้างวาน “ใครบางคน” รบไทย ก่อนวันที่ ๒๑ ตุลา เป็นการเฉลิมฉลองวันครบรอบปีที่ ๑๒ ของไทยโพสต์?

ข่าวเขมรซ่า มันมาพร้อมกับข่าวตัดสินคดีทักษิณวันที่ ๒๑ มาพร้อมกับข่าวทักษิณจะไปเป็นพลเมืองบาฮามาส มาพร้อมกับข่าว “ทุ่มทุนสร้าง” เช่าสนามกีฬาระดมพลคนเสื้อแดงนับแสนสำแดงพลัง

และมาพร้อมกับข่าว “ปราการด่านสุดท้าย” รัฐบาลน้องเขยกำลังแพ้พ่าย อาจเป็นอีกรายที่ต้องหอบครอบครัวไปสมทบเป็นพลเมืองบาฮามาสด้วย!

“เหตุ” เหล่านี้ไม่ต้องตกใจครับ มันเกิดขึ้นเพราะ “ต้องเกิด” ตามเส้นทางประเทศที่กำลังจะก้าวไป การลอกคราบครั้งยิ่งใหญ่ มันก็ต้องมีอะไรให้ตื่นเต้น แปลก-ใหม่ ไปอย่างนี้แหละ

ผมอยากจะบอกพี่น้องไทย ไทยเสื้อเหลือง-ไทยเสื้อแดง ล้วนหินผาปูลาดรองพระบาทพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวกัน การณ์อันใดควรกระทำ-การณ์อันใดควรระงับยับยั้งไว้

ชั่งใจ ชั่งสถานการณ์ และเห็นแก่บ้าน-แก่เมือง ในภาวะ “ศึกรุมเร้า” เข้ามาทุกด้านกันไว้บ้าง

พันธมิตรฯ นั้น ผมอยากบอกด้วยเกรงใจว่า อย่าเพิ่งดาวกระจายไปทางไหนเลย และในการพูดจาบนเวที ไม่ควรจะหยามย่ำยีกองทัพพร่ำเพรื่อ อย่าลืมว่าการด่าคนเป็นเรื่องหนึ่ง

แต่การ “หยามกองทัพ” ทำกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ยันดึก ไปชนเช้า ไม่เกิดประโยชน์อะไร การหยามสถาบันอันเป็นส่วนรวมนั้น เอาใจเขา-ใส่ใจเรา นิดหน่อย ครั้ง-สองครั้งก็พอเข้าใจกันได้

แต่ถ้า “มากไป” และทั้งมันไม่มีอะไรเป็นจริงเข้าข่ายตามนั้น มันจะเกิดเรื่องน่าเสียใจ ฉะนั้น ควรใคร่ครวญ และยับยั้งชั่งใจด้วยวุฒิภาวะกันไว้ด้วย

ผมว่า บ้านเมืองว่าด้วยเรื่อง “การเปลี่ยนแปลง” มันเดินมาถึงจุดเข้าสู่กระบวนการของมันแล้ว คนที่จะทำเรื่องใหญ่-เรื่องใหม่ให้กับสังคมชาติได้

จะต้องไม่เป็นคนฉาบฉวย ไม่คิดอะไร-ทำอะไร เพียงเพื่อสนองความสะใจชั่วมื้อ ชั่วคราวของตัวเอง

พันธมิตรฯ ก็เช่นกัน ผมคิดว่า บรรดาแกนนำก็ต้องคิดคือ “มันใช่หรือที่ต้องจิ้มไชกองทัพตลอดไป ด้วยน้อยใจแค่ไม่ออกมาห้ามตำรวจฆ่าประชาชนในวันนั้น”?

ทำงานใหญ่ ต้องเป็นผู้ใหญ่ ที่สำคัญ “ต้องยกใจเหนือ” รัก-เกลียด-พยาบาท-ชิงชัง ซึ่งล้วนเป็นอารมณ์คลั่งที่จะทำให้ทุกอย่างพังด้วยโมหาคติ!

ชีวิตอยู่ด้วยลมหายใจ กองทัพคือ “ลมหายใจ” ของชาติ งานกู้ชาติที่เหล่าท่านหวังต่อจากนี้ ต้องใช้วุฒิภาวะ และวิสัยทัศน์ที่เหนือเข้าตั้งรับปัญหา ให้สมกับที่บอกกับผู้มาร่วมชุมนุมว่า “พวกเราพัฒนามาอีกขั้นหนึ่งแล้ว”!

ผมขอย้ำ กองทัพกับกระทรวงต่างประเทศ ในภาวะที่รัฐบาลไร้ภาวะผู้นำบริหารอย่างนี้ เราต้องให้กำลังใจ และเป็นกองหนุนให้เขาทำงาน อย่าง “พลโทวิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล” แม่ทัพภาค ๒ เราได้เห็นแล้วว่า “สถานการณ์พิสูจน์คน” ท่านเป็นแม่ทัพครบเครื่องทั้งเรื่องบู๊ เรื่องบุ๋น และเรื่องนักเลง ในขณะมีศึกนอก พักศึกในเอาไว้ชั่วขณะ ก็น่าจะสวยนะ..พวกเราพันธมิตรฯ?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพืไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 16 ตุลาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter