ยุทธการพิชิต “หักด่านหมารอด”
เข้าสู่วันที่ ๓ แล้ว ที่นายกฯ ทรราช “ผู้สั่งฆ่าประชาชน” ยังลอยนวลอยู่ “นายสมชาย” จงสูดอากาศเมืองไทยหล่อเลี้ยงหัวใจให้มากเข้าไว้เถิด เพราะเวลาสำหรับท่านกระชั้นเข้ามาทุกขณะแล้ว “ตำรวจ” เป็นแค่ฆาตกรตามใบสั่งเท่านั้น สำหรับ “ตัวการใหญ่” จงเตรียมตัว-เตรียมใจ รอรับการพิพากษาจากประชาชน!
“เด็ดตัว-หัวไม่ตาย”
ฉะนั้น...
“เด็ดหัว” เท่านั้น ตัวถึงจะตายตาม!
ผมเชื่อ ยิ่ง “ตำรวจฆาตกร” ปากแข็ง ดิ้นรนป้ายความผิดไปที่มวลชนพันธมิตรฯ มือเปล่ามากเท่าไหร่
โทษสมควรตาย ยิ่งนับวันสังคมจะต้องยิ่งไล่เรียงจากตำรวจเล็กขึ้นไปหาใหญ่มากขึ้น ไม่เพียง พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการฆ่าประชาชนเท่านั้น
ไล่ขึ้นไป พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.ด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ด้วย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ด้วย และ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีผู้มีอำนาจสั่งการ “สูงสุด” แต่เพียงผู้เดียว..
ทั้งหมดนี้ “ต้องมีคำตอบ” ให้ประชาชน
คนไหน..ออกคำสั่งฆ่า
และคนไหน “รับใบสั่ง” ไปฆ่าประชาชน?
อันชาติสุนัขนั้น ถ้าเจ้าของไม่ถอดปลอกคอให้ออกจากรั้ว ย่อมไม่ไปกัดคน ฉันใด ที่ตำรวจออกไปไล่ฆ่าประชาชนได้ ก็ฉันนั้น
ก็ใครล่ะ..ใคร..คนไหน เป็นคนถอดปลอกคอ?
ตำรวจขณะนี้ก็เหมือนฆาตกรทั่วไป ถ้าไม่คาหนังคาเขาจะยืนกราน “ผมเปล่าฆ่า?” แถมซัดทอดไปยังประชาชนพันธมิตรฯ เสียอีกในทำนองว่า “พกระเบิดมาฆ่าตัวเอง” ครั้นถูกยันด้วยหลักฐานประจานหน้า ก็เฉไฉไปข้างๆ คูๆ ว่า
“ประชาชนพันธมิตรฯ มีอาวุธจะมาทำร้ายตำรวจ”!?
เอาหละ..เหมาเสียว่าประชาชนพกอาวุธสงครามร้ายแรงมา เช่น ขวดน้ำ ก้อนอิฐ ก้อนหิน หนังสติ๊ก ต่อให้ระเบิดปิงปองตามที่กล่าวหาด้วย..เอ้า
ตำรวจก็จงตอบซิว่า แล้ว “มีสิทธิ์ฆ่า” ประชาชนได้อย่างนั้นหรือ?
โดยทั่วไปอันเป็นที่ประจักษ์ชัดตลอดมา ในการชุมนุมทุกครั้ง ไม่ว่าในทศวรรษไหน ไม่ปรากฏว่าต่อให้ยืนประจันหน้า แล้วผู้ชุมนุมจะบ้าคลั่งทำร้ายตำรวจก่อน
การชุมนุมของพันธมิตรฯ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผู้ชุมนุมกับตำรวจตั้งแถวประจันหน้าชนิดขนจมูกแลบมาชนกัน ขนาด นปช.บ้าคลั่งยกขบวนจากสนามหลวงมาล้อมตีพันธมิตรฯ จนปะทะกันถึงตายที่มัฆวานฯ
ตำรวจที่อยู่ตรงกลาง (ข้าง นปช.ด้วยซ้ำ) ก็ยังไม่มีผู้ชุมนุมฝ่ายไหนไปทำร้ายตำรวจ!
ฉะนั้น ความจริงด้วยตรรกะก็มีสถานเดียวคือ ผู้ชุมนุมจะไม่กล้าทำร้ายตำรวจหรือทหาร ต่อให้ตำรวจ-ทหารทำร้ายผู้ชุมนุม ก็ยังไม่มีใครกล้าอยู่ดี จนกว่าจะถูกกระทืบจนตรอก-ปางตาย-ป่าเถื่อน
และนั่น การป้องกันตัวตามสัญชาตญาณไม่ว่าสัตว์เดรัจฉาน หรือสัตว์มนุษย์ จะเป็นปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นมาเอง!
เป็นเพียงสัญชาตญาณ ไม่ใช่ความจงใจหมายสังหารฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ผิดกับตำรวจ ซึ่งเห็นกันแล้วทั่วไปใช่ไหม ประทับปืนยิงแก๊สน้ำตา บรรจงเล็งเป้าใส่กลุ่มคน เหมือนเห็นเป็นฝูงสัตว์
ตูม..ตูม..ตูม เป็นสิบ-เป็นร้อยนัด มันมือ สะใจ ที่ได้เข่นฆ่าประชาชนเสียจริงๆ
เป็นผลงานเข้าตา “นายกฯ ฆาตกรสมชาย” และเป็นผลงานประทับใจ “นายใหญ่ลอนดอน” ไหนจะมีเหมือน!
อ้างว่าการยิงนั้นเป็นมาตรฐานสากล ช่างบัดซบสิ้นดี ไม่มีสากลที่ไหนเขายิงด้วยวิธีจัญไรเช่นนี้ คือการเล็งยิงแก๊สน้ำตาให้ตกใส่ตัวคน หรือการใช้ระเบิดแก๊สน้ำตา “เล็ง” แล้วปาใส่ตัวคน ยังกะในหนังสงคราม
นั่นมัน “ฆ่าฝูงชน” ชัดๆ ไม่ใช่การสกัดฝูงชน!
อ้างว่าเกาหลีใต้ก็ใช้ประจำ แต่ตำรวจเกาหลีใต้เขาไม่ทำระยำเช่นนี้ เขายิงตามกรรมวิธี คือถ้าไม่ยิงตามวิถีโค้ง ก็จะยิงใส่พื้นห่างจากตัวคน เพียงให้ควันกระจายเป็นเครื่องขับไล่ฝูงชน
ไม่ใช่ฆ่าฝูงชน ด้วยการเล็งแล้วยิงให้ลูกกระสุนพุ่งใส่ตัวคนอย่างที่ตำรวจสมุนทรราชทาสทักษิณมันทำ ถึงยืนยันว่ากระสุนแก๊สน้ำตาไม่ทำให้ตาย...
ก็ให้นายกฯ สมชาย พล.ต.อ.พัชรวาท พล.ต.ท.สุชาติ พล.ต.ต.อำนวย และสมุนตำรวจมายืนเรียงแถวซิ แล้วให้ประชาชนเอาปืนแก๊สน้ำตามาเล็งระดมยิงใส่ในระยะประชิดดูซักร้อย-สองร้อยนัดดูบ้างเป็นไร จะได้รู้ว่าถึงไม่ตาย มันจะเจ็บปวดขนาดไหน?
ถูกต้องแล้วที่แพทย์หลายสำนักประกาศ “ไม่รักษาตำรวจ”
ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ในองค์กรไหน ก็ไม่ต้องกางคัมภีร์จรรยาบรรณแพทย์ ทำวี้ดว้ายให้น่ารำคาญไปหรอก!
ประชาชนเข้าใจ ที่แพทย์ประกาศออกไปเช่นนั้น มันเป็นการระบายความอัดอั้นตันอกออกไป เป็นสัญลักษณ์ให้รับรู้ว่า “พวกกูเกลียดหน้ามึง..ไอ้ฆาตกรฆ่าประชาชน”
แต่ถ้ามีตำรวจเป็น-ตายหามมาถึงมือหมอเมื่อไหร่ ไม่มีหมอคนไหนจะไม่กระวีกระวาดรักษาหรอกครับ ไม่ต้องห่วงในประเด็นนี้ เพราะรับรู้กันได้โดยวิสัยมนุษย์ที่มิใช่ฆาตกร
ห่วงแต่ว่า นับวันกระแส “เกลียดตำรวจ” จะแผ่ขยายวงกว้างด้วยความหมาย “ตำรวจคือผู้ร้าย” ฝังจิตใต้สำนึก เป็นเกลียดตกผลึกเกาะถึงกระดูกดำ
หมอผ่าตัดจาก ๓ สถาบัน “จุฬาฯ-รามาฯ-วชิระฯ” สรุปความเห็นทางวิชาการเป็นทางเดียวกันว่า บาดแผลพี่น้องพันธมิตรฯ แขน-ขาขาด ไม่ใช่เพราะแก๊สน้ำตา หากแต่ว่าน่าจะมาจาก “ระเบิด” ด้วย!
คำถามคือ:-
๑.ในหมู่ตำรวจ นอกจากยิงแก๊สน้ำตาแล้ว มีการปาระเบิด และใช้อาวุธอื่นใดแซมผสมด้วยหรือไม่? และ
๒.มี “แนวร่วมขบวนการทักษิณ” ถูกปล่อยให้ฉวยโอกาสปะปนเข้าไปใช้อาวุธอื่นอันมิใช่แก๊สน้ำตาด้วยหรือไม่?
ที่ตั้งข้อสังเกตเช่นนี้ เพราะเขารู้กันทั้งเมืองว่า ตำรวจกับขบวนการระบอบทักษิณ “ขยิบตา-เคียงบ่าเคียงไหล่” กันมาตลอด หลักฐานชัดล่าสุด คืนที่ นปช.ยกกำลังจากสนามหลวงไปตีพันธมิตรฯ
วิทยุชมรมแท็กซี่เครือข่ายระบอบทักษิณ “ออกอากาศ” ระดมพลรถแท็กซี่ให้ไปล้อมตีพันธมิตรฯ ที่มัฆวานฯ และทำเนียบรัฐบาล ด้วยคำว่า
“ตำรวจพวกเรา..ตำรวจอยู่ข้างเรา ไม่ต้องกลัว..ไม่ต้องกลัว”!?
และวานนี้ เมื่อไล่ฆ่าประชาชนเสร็จ ตำรวจ บช.น.นำขบวนโดย พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ก็ตั้งแถวรับบำเหน็จ “ช่อดอกไม้” เป็นกำลังใจจากขบวนการระบอบทักษิณ
และเมื่อ “ชาวจุฬาฯ” นับพันแต่งดำเดินเท้าไปชูป้ายประณาม “ตำรวจฆาตกร” ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช้าวานนี้ ก็ปรากฏว่า “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” มีกองกำลังอารักขาเข้มแข็ง
คือกองกำลัง นปช.!
เฮอะ..ตำรวจคุ้มครองตัวเองไม่ได้แล้ว ตำรวจทรราชต้องอาศัย นปช.เป็นกระดอง พัชรวาทจะประดับยศให้พวกเขาเมื่อไหร่ อย่าลืมเปลี่ยนป้ายริมถนนเป็น “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใน นปช.ภิบาล” เสียด้วย
พลตรีจำลอง ศรีเมือง และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พ้นข้อหากบฏออกมาแล้ว ประชาชนพันธมิตรฯ อย่าพออก-พอใจแต่เพียงแค่นี้ ผมอยากจะบอกว่า ระวัง..นายกฯ ทรราชมันจะ
ชิง “ยุบสภาฯ” เพื่อฉวยโอกาสเป็นรัฐบาลรักษาการที่ใครก็จะ “ขับไล่ออกไปไม่ได้” เพราะกฎหมายบังคับให้ต้องอยู่
การชิง “ยุบสภาฯ” เท่ากับสายพันธุ์ทรราชชิงได้เส้นชัย “เลือกตั้งใหม่” ก็สามารถใช้งบประมาณ และความเป็นรัฐบาลรักษาการ “หว่านรากหญ้า” สถาปนาระบอบทักษิณขึ้นมาอีก
การปล่อยเสือเข้าป่าครานี้..พันธมิตรฯ จะไม่มีความชอบธรรมใดๆ เพื่ออ้างใช้ชุมนุมขับไล่ได้อีก!!
แต่ขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ “พร้อมใจ” ไล่ต้อนเพื่อจับ “ฆาตกรฆ่าประชาชน” แล้ว ประตูหนีรอดของรัฐบาลทรราชตีบตันเข้าทุกขณะ
เข้าคุก-ในฐานะฆาตกร
หรือลี้ภัย-ฉวยโอกาสหนีออกนอกประเทศไปก่อน?
ฆาตกรถูกไล่ต้อนมาทาง ๒ ประตูนี้แล้ว แต่ถ้าจะหนีรอดได้จริงๆ ก็ยังมี “ช่องหมารอด” คือยุบสภาฯ อย่างว่านั่นแหละ!
อย่างเร็ว ๒๐ ตุลา อย่างช้าก็ไม่น่าเกิน ๒๗ พฤศจิกา ทรราชจะจนตรอก ฉะนั้น ถ้าพันธมิตรฯ “ไม่ปิดทาง” ยุบสภาฯ เฮอะฮะ-เฮฮา ขับไล่กันแต่ว่า “ยุบสภาฯ-ลาออก” มันก็ยิ่งจะเข้าทางทรราช
ตอบกันซิว่า ถ้าปล่อยให้ “ยุบสภาฯ-ลาออก” แล้วกระบวนการกอบกู้สังคมชาติให้พ้นจากทรราชระบอบทักษิณครอบงำ จะทำได้อย่างไรต่อ?
เพราะปล่อยให้ยุบสภาฯ ก็คือยอมให้เขาเป็นฝ่าย “ยึดเงื่อนไข” จะจับผู้ร้ายก็ยังจับเขาไม่ได้ แถมยังต้องปล่อยให้เขาจูงประเทศไทยลากไปลอนดอนได้อีก!
แค้นนั้น-แค้นได้ แต่แค้นที่ไม่คับแค้น ต้องเป็นแค้นที่มีแผนเป็น “จั่นดักเสือ” เงื่อนไขกาล เงื่อนไขบุคคล เงื่อนไขสถานที่ และเงื่อนไขไพร่พล เป็นเรื่องที่ฝ่าย “คนนำ” ต้องมี “พิมพ์เขียว” เป็นขั้นบันไดใส่กระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้ว เขาฝ่าด่าน-เราหักด่าน ต้องรู้จักเล่นหมากรุก ๒ ด้านในกระดานเดียวแล้วครับ.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2551



