Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


เคลื่อนไหวที่ทำลาย “นิ่มไร้สาระ”

กบฏจำลอง-กบฏไชยวัฒน์ “เข้าคุก” สมัคร-เลือดสีน้ำเงิน เข้าโรงพยาบาลด้วยโรคร้าย ทำท่าหมอไทยจะรักษาไม่หาย ต้องไปรักษา “เมืองนอก” ทักษิณ-พจมาน คนที่แสนดีของสมชาย ได้ยื่น “ขอลี้ภัย” อยู่ในอังกฤษ ส่วนนายกฯ น้องเขยคนที่ไม่เคยรู้อะไร ตอบเรื่องพาสปอร์ตแดงว่า..เป็นหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ!

นี่คือ “หัวข้อสรุป” ของเหตุที่เกิดประจำวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านที่เป็น “คอข่าวสาร” ก็คงทราบกันแล้ว เรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวขอลี้ภัยในอังกฤษ

เอาปูนคาดหัวกันไว้ตั้งแต่สมัยทักษิณยังเป็นนายกฯ อยู่ด้วยซ้ำว่า ด้วยพฤติกรรมที่ไม่สุจริตต่อสถาบันชาติ ซักวัน..คนพรรค์อย่างนี้จะไม่มีแผ่นดินอยู่ แล้วก็ไม่มีจริงๆ เสียด้วย

ต้องไปขอลี้ภัย “อยู่เกาะ”!?

เกาะอังกฤษที่ “นางเบนาซีร์ บุตโต” แห่งปากีสถานเคยไปลี้ภัย และพอกลับไปก็ “ตาย” คาสนามบินนั่นแหละ ดูกันไว้เป็นมรณานุสติบ้างก็ดี สำหรับใครที่คิดมักใหญ่-ใฝ่สูง ซ้ำไม่ซื่อต่อชาติ และอสัตย์ต่อแผ่นดิน

ถ้าไม่นับ “นายปิ่น จักกะพาก” ซึ่งไม่ใช่นักการเมืองแล้ว นักการเมืองไทยที่เคยลี้ภัยอยู่ในอังกฤษก็มี “ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์” จากเหตุการณ์ ๖ ตุลา

แต่มีอยู่ตระกูลหนึ่งที่เคย “ใหญ่คับประเทศ” ไปขอลี้ภัยอังกฤษ ปรากฏว่า “อังกฤษไม่ให้” ต้องซัดเซไปอยู่ไต้หวัน นั่นก็คือ “พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร” และครอบครัว

ความจริงแล้ว การขอลี้ภัยของ พ.อ.ณรงค์ จากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ถือว่าถูกต้องตามอนุสัญญาสหประชาชาติ พ.ศ.๒๔๙๔ และเข้าหลักการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมถึงกฎ-กติกาของอังกฤษ

แต่ด้วย “เหตุผลที่เหนือเหตุผล” เมื่อรับเรื่องขอลี้ภัย กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ โต้ตอบหนังสือกับเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยกลับไป-กลับมาอยู่หลายยก

อังกฤษตัดสินใจไม่ให้ ทั้งที่ลูกๆ ของ พ.อ.ณรงค์เรียนหนังสืออยู่ที่นั่นก็ตาม!

นี่ก็ต้องจับตาอังกฤษแหละครับว่า จะใช้มาตรฐานไหนในการพิจารณาคำร้องขอของ พ.ต.ท.ทักษิณ?

สมมุติว่าให้ทักษิณลี้ภัย อังกฤษก็ต้องตอบคำถามว่า “แล้วทำไมกับ พ.อ.ณรงค์จึงไม่ให้ รวยน้อยกว่าทักษิณงั้นหรือ?”

ผมว่าตอนนี้ “เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย” งานเข้าแล้ว คงมีการเล่น ๒๐ คำถามกับกระทรวงการต่างประเทศของเขาประกอบการตัดสินใจ “ให้-ไม่ให้” ทักษิณลี้ภัย

ยังไงๆ อังกฤษก็ต้องไม่ลืมว่า “ความลับไม่มีในโลก” เอกสารโต้ตอบกรณี พ.อ.ณรงค์ที่เคยเป็นเอกสาร “ลับที่สุด” ตอนนี้กลายเป็นเอกสาร “เปิดเผยทั่วไป” แล้วตามเงื่อนไขเวลา ซึ่งหาอ่านได้ทั่ว

ฉะนั้น อังกฤษยึด “เหตุผลใด” ที่ไม่ให้ พ.อ.ณรงค์กับครอบครัวลี้ภัย ก็ควรยึด “เหตุผลนั้น” เป็นมาตรฐานในการพิจารณาคำขอลี้ภัยของ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวด้วย!

นายกฯ สมชาย ท่านเป็นนักกฎหมาย เคยเป็นผู้พิพากษา เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่านต้องทราบใช่ไหมครับว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของประชาชน

ท่านต้องพิทักษ์ ศักดิ์ และเกียรติ ของสถาบันประเทศ ด้วยการมอบนโยบายให้ “อัยการสูงสุด” เตรียมขอให้อังกฤษ “ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน” ทันที

ถ้าในวันที่ ๒๑ ตุลาคม นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองตัดสินว่า “ทักษิณ-พจมาน” ผิด!

และเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว เหยียดหยามประเทศชาติตัวเองว่า “อนารยะ อยู่ไม่ได้ กฎระเบียบ ผู้คนป่าถื่อน ชีวิตไม่ปลอดภัย ต้องขอลี้ภัยอยู่ในต่างแดน”

เมื่อเมืองไทย “ไม่มีค่า” และถูกหยามด่าประมาณนี้แล้ว นายกฯ สมชายรู้สึกเจ็บแสบแทนประชาชนคนไทยบ้างมั้ย ถ้ารู้สึก แล้วยังจะโยนกันไป-โยนกันมาเรื่อง “ถอนพาสปอร์ตแดง” อยู่ทำไม?

สั่งการไปเลยครับ..เจ้านาย!

เมื่อเมืองไทยไม่ดี ก็ไม่ต้องใช้สัญลักษณ์ประเทศไทยคุ้มหัว (ซีวะ) นายสมชายต้องแสดงภาวะผู้นำให้ประชาชนเห็นเดี๋ยวนี้ สั่งให้เต็มปาก-เต็มคำ อย่าอู้อี้อึมอำเป็นตุ๊ดตู่

กรอบกติว่าด้วยการถอนพาสปอร์ตแดงมีอยู่แล้ว ไม่ยากเย็นตรงไหน ถ้าใจไม่ฝากไว้ใต้ตีนพี่เมีย!?

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ท่านก็บอกแล้วว่า “ถ้านายกฯ ไม่สั่งเองก็รีบๆ ส่งเรื่องมา จะจัดการให้”

ก็ขอให้จริงเหอะ แต่ถ้าสมชายส่งเรื่องมาให้สมพงษ์ แล้วสมพงษ์ยังกลัวสมษิณ

ส่งมาให้ “สมเปลว” นี่ จะสั่งให้เอง!

นายสมชายนี่ จะต้องเรียนรู้อีกมากระหว่าง ตำแหน่งแลกเปลี่ยนได้มา กับกึ๋นเป็นบารมีส่งให้มาสู่ตำแหน่ง ท่านยังแยกแยะไม่ออกว่า การพูดต่อสาธารณะ นั่นคือ “นายกฯ พูด”

ฉะนั้น การไปกราบบรรพบุรุษข้างเมียที่เชียงใหม่ แล้วไปพูดสรรเสริญคุณทักษิณที่ “ทิ้งแผ่นดิน” หนีคดีอาญาว่าเป็นคนดีต่อที่สาธารณะ ซึ่งนั่นไม่ใช่ “เขยในตระกูล” พูด หากแต่เป็น

ประมุขฝ่ายอำนาจบริหารประเทศไทยพูด!!

มันท้าทายต่อ “สังคมจริยธรรม-คุณธรรม” ขนาดไหน คนเป็นนายกฯ ต้องแยกได้ ระหว่างความรู้สึกส่วนตัว กับความรู้สึกของผู้คุมกฎกติกา ว่าอย่างไหนควรพูดจากับใคร ตอนไหน?

เมื่อยังแยกไม่ได้ ก็แสดงว่า “วิสัยทัศน์” ยังไม่จัดเจนคู่ควรตำแหน่ง!

๗-๘-๙ ตุลา.ดูเหมือนว่า “นายกฯ สมชาย” จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

และวันนี้ ๗ ตุลา. ก็ดูเหมือนว่า “มวลชนพันธมิตร” จะบุกล้อมรัฐสภา ไม่ยอมให้นายสมชายประกอบพิธีกรรม “ชุบรัฐบาลสมชาย” ให้เป็นรัฐบาลไทยที่ถูกต้องตามกฎหมายได้

วันที่ ๗ ตุลา.ผมบอกแล้วว่า “ไม่น่าสนใจเท่า” วันที่ ๙ ตุลา. ก็หวังว่า “๔ แกนนำพันธมิตรฯ” สนธิ-สมเกียรติ-พิภพ-สมศักดิ์ จะมีแผนที่แห่งการเดินทาง และเข็มชี้ทิศที่ทรงประสิทธิภาพ “ตกผลึก” แล้ว?

“น้ำนิ่ง” เผินๆ จะดูเหมือนน้ำใส แต่ถ้าปล่อยให้นิ่งนานไป น้ำใสจะกลายเป็น “น้ำเน่า”

สูตรของมวลชนชุมนุมก็เช่นกัน ๑๔ ตุลา ในความดูเหมือนว่าแพ้ แต่จริงๆ แล้วชนะ เพราะอะไร?

๖ ตุลา ในความดูเหมือนชนะ แต่เอาเข้าจริงแล้วแพ้ เพราะอะไร?

พฤษภาทมิฬ ในความดูเหมือนว่าแพ้ เพราะพังพ่าย “ตาย-ถูกขัง” แต่หัวใจประชาชนยังบอกว่า..ประชาชนชนะ เพราะอะไร?

๑๔ ตุลา-พฤษภาทมิฬ ฝ่ายอำนาจแพ้เพราะเงื่อนไขแรก “จับแกนนำเข้าคุก” เงื่อนไขที่สอง ฝ่าย “ปฏิวัติสังคม” ทำครบถ้วนตามสูตร เคล็ดลับการชุมนุมคือ

“การไม่นิ่งอยู่กับที่”

การยึดสถานที่ “ยึดได้” แต่จะปักหลัก-ตั้งค่ายอยู่นานไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่ามวลชน ต้องเคลื่อนไหว ต้องให้เลื่อนไหลไปตามเงื่อนไขของมัน ผึ้งที่จับรังยังต้องบินไป-บินมา ไม่ใช่หาอาหารอย่างเดียว หากแต่ว่า จับอยู่กับรังนานไป

รังที่ตัวผึ้งไม่เคลื่อนไหวจะอ่อนแอ “อุดรังตาย” ด้วยตัวมันเอง!

กองทัพ “แฮหัวตุ้น” ก็ไม่เพราะพาลูกทัพนับแสนเข้าไปอยู่ในทางแคบช่องเขาอีสัน ด้วยคิดว่าเป็นทางลัด-ทางสบายดอกหรือ จึงถูกเผาตายเรียบเหมือนมดปลวกในศึก “ทุ่งพกบ๋อง”?

โจหยิน ก็ไม่เพราะผลีผลามเข้าไปยึดเมือง “ซินเอี๋ย” ดอกหรือ จึงถูกขงเบ้งเผาซ้ำตายเรียบ และก็ไม่เพราะปฏิบัติ “ผิดกฎการเดินทัพ” ดอกหรือ จึงเป็นผลแพ้ต่อเนื่อง

เมื่อแตกพ่าย ทัพโจโฉอันเป็นใหญ่จึงต้องถูก “กวนอู” พังเขื่อนแปะโหให้น้ำกวาดทหารไปเรียบ!?

๑๔ ตุลา-พฤษภาทมิฬ จะเห็นว่านิสิต-นักศึกษา-ประชาคน “คลาคล่ำ” เหมือนกระแสน้ำไหลไปทั่วท้องถนน เป็นภาพสาธารณะ “ถูกระบบสื่อ” ถ่ายทอดไปแพร่หลาย กลายเป็นไต้ฝุ่น-เป็นไซโคลน

กระแทกใจคนทั้งโลกให้ “ไหลไปทางเดียวกัน!”

ส่วน ๖ ตุลา ภาพที่เผยแพร่ให้สังคมโลกรับรู้ เป็นภาพจากผลที่แพ้พ่ายแล้ว นิสิต-นักศึกษา “ตาย” นั่นเพราะอะไร?

เหตุหนึ่งมาจาก การชุมนุม ๖ ตุลา นั้น นิสิต-นักศึกษา ยึดสนามหลวงด้านธรรมศาสตร์กั้นเต็นท์เป็นสถานที่ชุมนุมอยู่กับที่ และส่วนหนึ่งอยู่ในธรรมศาสตร์ “ลานโพธิ์”

เป็นการเดินรูปแบบชุมนุม “ไม่เคลื่อนไหว” ผิดไปจากตอน ๑๔ ตุลา!

การชุมนุมอยู่กับที่ การไม่เลื่อนไหลให้เกิด “ภาพใหญ่” เป็นคลื่นมหาประชาชนโหมพัดซัดกระแทกใจผ่านภาพที่ถูกเผยแพร่ไป จึงเท่ากับว่า การชุมนุมนั้นไม่สามารถแผ่กระแสดูดใจคนทั้งโลกให้ไหลมา “เข้าใจ” รวมกันได้

ยุคนี้เป็นยุค “สื่อสารครองโลก” ถ้าทำให้การชุมนุมกลายเป็น “กองทุนปิด” ชุมนุมกันเหมือนมานั่ง-นอนดูคอนเสิร์ต เหมือนยึดทำเนียบฯ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศชุมนุมคลุมด้วยหลังคาเฮฮามือตบ

หรือยึดเพื่อย้อนยุค นำทำเนียบฯ กลับไปสู่ดินแดนยูโทเปียเมื่อ ๓๐๐ กว่าปี อันมีในฝันก่อนคริสตกาลโน้น

ชุมนุมไม่เคลื่อนไหว แถมสบายๆ ในการอยู่กินเช่นนี้ ภาพที่ออกไป “ไม่กระแทกใจ” ให้ใครเข้าถึงในเจตนาไปทางเดียวกัน ฉะนั้น สังคมภายนอกจึงไม่มีปฏิกิริยา “บีบเข้ามา” ให้เป็นพายุไซโคลนได้อย่างที่ควรจะเป็น!

ขนาดประธานาธิบดีจอร์จ บุช ผู้นิยมเสรีประชาธิปไตย ยังโทร.มาหานายกฯ ทายาทแม้ว ออกปากว่า “ไอเป็นฝ่ายยู”

แสดงว่า ภาพและบทบาทการชุมนุมที่เผยแพร่ออกไป ไม่สามารถทำให้ “สังคมโลก” มองเห็นเนื้อในสังคมประชาธิปไตยไทยวันนี้ว่า มันเป็น “ประชาธิปไตยจอมปลอม”

การชุมนุม ต้องเหมือนน้ำไหล และขณะนี้ดูเหมือนว่า น้ำไหลบ่าออกมาจากทำเนียบฯ แล้ว และกำลังเอิบอาบซาบซ่านไปด้วยปรัชญา “ภูเขาขวางหน้า-น้ำผ่าภูเขา” ทำเนียบฯ ไม่ใช่เครื่องหมายแห่งเป้าหมาย ถ้าเข้าใจ ทั้งน้ำป่า-น้ำเมืองที่ไหลบ่ามารวม อย่าว่าแต่เขื่อนแปะโหเลยครับ ถ้าชุมนุมถูกยุทธวิธี ต่อให้ “แยงซี” ขวางกั้น มวลชนพันธมิตรฯ สะบั้นทีเดียว..


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 7 ตุลาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter