อืมมม..จะตั้งชื่อว่าอะไรดีล่ะ หักเหลี่ยมโหด-เพชรตัดเพชร-แผนซ้อนแผน? สำหรับเหตุการณ์ที่ "พลตรีจำลอง ศรีเมือง" ๑ ใน ๕ แกนนำพันธมิตรฯ ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้วตำรวจจับตามหมายจับไปขังไว้ที่ "กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค ๑ ที่ปทุมธานี เมื่อวานนี้ (๕ ต.ค.๕๑)
ผมอยากจะบอกว่า "ติดคุกน่ะไม่ตายหรอกครับ"!
แต่ถ้าคนอยู่นอกคุกพลุ่งพล่าน รักจำลอง รักไชยวัฒน์ กันไปแบบ "ขาดสติ" เป็นตัวนำ ต่อให้มาชุมนุมกันจนล้นทะลักทำเนียบฯ ไหลออกไปถึงราชดำเนินนอก-ราชดำเนินใน
ก็แค่ "มากันด้วยใจ" แต่เป้ามายสูงสุดคืออะไร อยู่ตรงไหน แล้วทำอย่างไรจะไปกันให้ถึง ตรงนี้ตะหากที่ต้องคิดกัน?
อย่าเป็นแบบ "สุมถ่าน" เอาแค่ไฟโชน แต่ไม่รู้ว่าจะ ต้ม แกง ปิ้ง ย่าง อะไร หันซ้าย-หันขวา หันกลับมาอีกที ไฟกินถ่านเหลือแต่..เถ้า!
พลตรีจำลองนั้น ท่านตัดสินใจที่จะใช้ตัวเองเป็น "ถ่านก้อนสุดท้าย" เพิ่มแรงไฟฮือโหมโชนประกายให้มวลหมู่พันธมิตรฯ พิชิต "ยอดพีระมิด-เป้าหมาย" แทนที่จะร้องรำทำเพลงอยู่ในทำเนียบฯ ให้ยาวนานออกไปอีก
ไม่ต้องไปอาลัยกับการอยู่ในคุก-ในตะรางของท่านหรอก นอนอยู่ในนั้นเบาใจกว่าเป็นผู้บัญชการ "หมู่บ้านทำเนียบฯ" นอกคุกเสียด้วยซ้ำ ถ้ามิตรสหายขืนหลงทิศ-ผิดทาง" เวียนเทียนไมโครโฟน "ควานหากันอยู่แต่ว่า
"ใครสั่งจับจำลอง-ใครวางยาใคร-เอาตัวพี่ลองออกมาได้อย่างไร-นายสมชายหักหลังใช่ไหม?"
ไม่ได้ประโยชน์อะไร ซ้ำสูญเปล่ากับการเสียสละ "เดินออกไปให้จับ" ครั้งนี้ของพลตรีจำลอง
และผมคิดว่า ถ้ามิตรสหายที่อยู่ข้างหลังไม่ "ตั้งสติ" ตีเหล็กท่อนที่ร้อนฉ่าแปลงรูปเป็นศาตราให้สำเร็จแล้วละก็จะประทับตรา "ผู้นำชุมนุม" ให้อายหน้าอยู่ทำไม?
ผมอยากจะบอกว่า เจตนาการชุมนุมของพันธมิตรฯ ไม่ผิด แต่การกรำศึกที่ต้องยืดเยื้อเข้าทำนอง ดูเหมือนแพ้-แต่ชนะ, ดูเหมือนชนะ-แต่แพ้ มายาวนานกว่า ๔ เดือนนั้น
พลาดด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ
๑.ใช้สูตรประชาชนลุกฮือ แต่ปฏิบัติ "ผิดสูตร" และ "ไม่ครบ" ตามสูตร
๒.เป้าหมายชุมนุมเป็น "นามธรรม" ยากจับต้องได้ และเปลี่ยนไปเรื่อย
เมื่อค่ายกลยักย้ายเปลี่ยนรูปแบบไปเช่นนี้ แกนนำที่เหลืออีก ๔ "สนธิ-พิภพ-สมเกียรติ-สมศักดิ์" จะต้องหารือให้เบ็ดเสร็จเป็น "รูปธรรมเป้าหมาย" ออกมาให้ "จับต้องได้" เพื่อการนำไป "สู่จุดหมาย" ที่ผู้ตามทั้งมวลเข้าใจได้-ด้วยมองเห็น และเป็นได้จริงตามนั้น!
แค่เรียกระดมพล แล้วเข้าเวร-เวียนไมค์พูดกันไป-พูดกันมา "มันเลยเวลา" นั้นแล้ว ถึงเวลาต้องสรุปให้เห็นชัดเสียทีว่า ที่ชุมนุมพูดกันมา ๓-๔ เดือนนั้น "เป้าหมายสำคัญ" มัน "อยู่ตรงนี้"!
ตรงนี้ "คือตรงไหน และคืออะไร?"
นี่เป็นภารกิจแห่งกึ๋นสุดท้ายที่ "๔ แกนนำ" ต้องชูให้เห็น "เป็นรูปธรรม" เพื่อการนำมวลชนที่ล้นจนหลามทำเนียบฯ อยู่เวลานี้ และต้องระวังด้วยว่า ไฟร้อนจะลามมาลวก
มือ ถ้าถือไว้นาน!
และถ้าแกนนำกำหนดเป้าหมายได้ตรงเป้า ปฏิบัติตามสูตรประชาชนชุมนุมได้ "ครบถ้วนตามสูตร" ผลที่ปรากฏจะเป็นอย่างที่พูดปลุกใจกันอยู่นั่นแหละว่า
"ประชาชนไม่ได้มีไว้แพ้"!
๑๔ ตุลา ๑๖. เป้าหมายนักศึกษา "จับต้องได้" เอาประชาธิปไตยจากเผด็จการ "ถนอม-ประภาส" คืนมาให้ประชาชนชาวไทย
๖ ตุลา.๑๙ เป้าหมายนักศึกษาลุกฮือชุมนุม "จับต้องได้" คือขับไล่สามเณรถนอมออกไป
แต่ฝ่ายขวาเป็นฝ่ายออกมาไล่ฆ่านิสิต-นักศึกษา-ประชาชน แล้วเป็นฝ่าย "ปฏิรูปการเมืองไทย" ยึดอำนาจกลับไปอีก
๑๗ พฤษา.๓๕ เป้าหมายพลตรีจำลอง "จับต้องได้" คือขับไล่รัฐบาลสุจินดามิให้สืบต่ออำนาจ รสช. พลตรีจำลองถูกจับ พลเอกสุจินดาลาออก แต่จลาจล-คนตาย เผา
บ้านเมืองวุ่นวายไฟโชน
แลกกับ "ล้มระบอบ" เผด็จการ รสช.!
คิดแล้วน่าขำ มวลชนร่วมสมัย "พฤษภาทมิฬ" วันนี้ยังเห็นหน้าอยู่มากมาย แยกย้ายไปเป็นทาสอยู่ในระบอบทักษิณบ้าง มาทำหน้าที่ขับไล่ทรราชพันธุ์ใหม่อยู่ในเวลานี้บ้าง นำหน้ายึดจอ-ยึดเวทีราวีกับพันธมิตรฯ ชนิดเอาเป็น-เอาตายบ้าง ก็ล้วนสหายร่วมพฤษภา.มาก่อนทั้งนั้น
และที่กลับมาเป็น "เสนาบดี" แถมรับหน้าที่ "ท้าวมาลีวราช" คือ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นี่ก็น่าขัน เพราะ "พฤษภาทมิฬ" นั้น หลังจากที่พลตรีจำลองถูกทหารจับ
ตอนกลางวัน ครั้นตกเย็นที่ ๑๗ พฤษภา
สถานการณ์ก็พลิกผัน...ควันไฟโขมงเมือง
"ถ้าไม่ช่วย ไอ้ลองมันตายแน่"?!
ใครคือเจ้าของคำพูดประโยคนี้ และใช่คนที่เคร่งครัด"ปฏิบัติตามสูตร"ใช่หรือไม่ ก็ยังหาคำตอบกันได้ไม่ยาก
แต่ วันนี้ ๖ ตุลาคม ปีพ.ศ.๒๕๕๑ ห่างจาก ๖ ตุลา.๑๙ เป็นเวลา ๓๒ ปี ห่างจากพฤษาทมิฬ เป็นเวลา ๑๖ ปี และวันนี้ ยัง..ยังหรอกครับ ยังไม่มีอะไร แต่ใครล่ะ จะห้ามมิให้อะไรมันเกิด!?
เป้าหมายของ ๔ แกนนำพันธมิตรฯในการนำมวลชนปฏิบัติการ"แทนคุณแผ่นดิน"ตามคำสั่งเสียพลตรีจำลองวันนี้ คืออะไร?
ต้องคิด และนำมาชิ้ทิศเพื่อการนำให้"จับต้องได้" สถานการณ์ ณ พ.ศ.๒๕๕๑ นี้ ไม่เหมือนพ.ศ.๒๕๑๖ ไม่เหมือนพ.ศ.๒๕๑๙ และไม่เหมือนพ.ศ.๒๕๓๕ ก็จริง
แต่ก็ใช่ว่าไม่สามารถนำ"ตัวอย่างข้อสอบ"เหล่านั้นมาศึกษา เพื่อดูลีลา ดูแนวข้อสอบเพื่อตอบครั้งนี้ให้ติดเอ็นฯ
วันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีชวด ตามกาลโยคบอกว่าเป็น "วันโลกาวินาศ" จันทร์ร่วมราหูตรีโกณพุธ มวลชน กับ คำพูด-คำจาเพื่อการสื่อสารถึงกัน ทั้งทหาร-ตำรวจ ดูน่าห่วงนัก
สำหรับพันธิตรฯ"มากมวลชน"ไม่สำคัญเท่า"มากสติปัญญา" ในการนำด้วยความสุขุม-ลุ่มลึก อย่านึกว่า"นายกฯสมชายหน่อมแน้ม"เป็นอันขาด นิ่มอย่างนี้ เป็นนิ่มนอก แต่กรอกกลิ้งข้างใน
และอะไรก็ไม่สำคัญเท่า"นายกฯสมชาย"มีอำนาจคุมทำเนียบดอนเมือง แต่ไม่มีอำนาจคุมพลังประชาชน คุมคนที่บ้าน และด้วยสถานการณ์จำเพาะอังคารที่ ๒๑ ตุลาคม ที่จะถึงนี้
ไม่เพียงเป็นวัน"ครบรอบปีที่ ๑๒ ไทยโพสต์"เท่านั้น!
แต่เป็นวันที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองนัดอ่าน"คำพิพากษา"ทักษิณ-พจมาน ในคดีทุจริตที่ดินรัชดาด้วย!!
ฉะนั้น เป็นไปได้ทั้งนั้น รัฐบาลลอนดอน รัฐบาลเบเวอรี่ฮิลล์ และแก๊งทั้งหลายที่แย่งกัน"ชักใบให้เรือเสีย"อาศัยมือตำรวจจับพลตรีจำลอง เพื่อสร้างเงื่อนไข-ล้มเงื่อนไขสมานไมตรี
และสร้าง"เงื่อนไขใหม่"นำไปสู่การเผชิญหน้าแตกหัก"อำนาจรัฐ-มวลชนพันธมิตร
"เพื่อเปิดทางให้"การใช้กำลัง"เป็นสิ่งเลี่ยงไม่ได้ สู่เป้าหมายคือรัฐบาลไหนก็ได้ ที่ใช้รัฐธรรมนูญแบบไม่ให้มีอำนาจคตส.ติดอยู่?!
ทั้งการจับ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ พลตรีจำลอง ศรีเมือง จะเห็นว่า"ตำรวจนครบาล"เป็นผู้จับ และจับปั๊บก็นำตัวไปขังไว้ปุ๊บที่"ตำรวจตชด."
ตชด.กับนครบาล นั้น เป็นคนละหน่วยงาน คนละภารกิจกัน และไม่มีงานอะไร
สัมพันธ์กันโดยตรงเลย จะอ้างว่านำไปขังไว้ที่ตชด.ปทุมธานี ให้ห่างไกลผู้ชุมนุม ก็พอฟังได้
แต่ถ้าลำพังการตัดสินใจของ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.คนใหม่
"สหายทักษิณ"คงไม่ข้ามหน่วยไปอย่างนั้น แต่ที่เป็นเช่นนี้เหมือนมีแผนอยู่ก่อนแล้ว ก็น่าคิดว่าผู้มีอำนาจเหนือในการสั่งการเรื่องนี้ น่าจะมีความสัมพันธ์ตรงกับหน่วย"ตระ
เวณชายแดน"?
ความจริง ถ้าต้องการจับ ๙ แกนนำตามหมายจับจริงๆแล้ว ตำรวจจับไปนานแล้ว เพราะตามประกบ ๙ แกนนำและรู้อยู่ตลอดว่า"ใครไปไหน-เวลาไหน"อยู่ตลอดเวลา
และทั้งรัฐบาล ทั้งทุกคน-ทุกฝ่าย ล้วนรู้ดีว่า ถ้าจับเท่ากับ"เอาน้ำมันราดไฟ"
แต่ทำไม เพิ่งมาจับกันตอนนี้ ตอนจะมีส.ส.ร.ตอนชวลิตจะจูบปากจำลอง ตอนประธานชัยยัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับหมอเหวงเข้าสภา?
และนับแต่วันแรก ยันวันนี้ ฝ่ายตำรวจที่เผยบทบาทออกมาก็มีแค่"พล.ต.ท.สุชาติ"กับพล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง ในฐานะโฆษกตำรวจเท่านั้น
แล้วพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ไปไหน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.ผู้เกี่ยวพันกับเรื่องนี้โดยตรง หายหน้าไปไหน เพราะไม่ยอมปรากฏออกมา"แสดงบท"ให้เห็นทิศทางแต่อย่างใด?
พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ และพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาด
ไทย ทำไมหายเงียบไป ปล่อยให้"นายกฯสมชาย"ท่องคัมภีร์"ไม่มีใครสั่ง เป็นการทำหน้าที่ของตำรวจตามหมายศาล"ซึ่งเป็นแค่อาขยานประถม ๔ เท่านั้น
สถานการณ์นี้ เป็นสถานการณ์ที่ต้อง"มีเลือดเซ่น"ผมขอย้ำว่า เป็นสงครามครั้งสุดท้ายอย่างที่" ๔ แกนนำพันธมิตร"ประกาศไว้ โดยทั่วไป
การชุมนุม มวลชนจะเป็นฝ่ายจุดไฟ แต่ครั้งนี้"มือที่มองเห็น"แอบราดน้ำมันใส่ ด้วยประเมินว่า"ฝ่ายพันธมิตร"หมดไม้ตาย ยึดได้แค่ทำเนียบก็"ไปไม่เป็น"แล้ว เกมนี้มี"อนาคตใหม่"ของสังคมไทยเป็นเดิมพัน ถ้าครั้งนี้พลาด"ชาติหน้า"เท่านั้น..
พันธมิตรเอ๋ย.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 6 ตุลาคม 2551

