The West Wing 2008: สำรวจสนามเลือกตั้งโค้งสุดท้าย

เมื่อการประชุมใหญ่ระดับชาติของทั้งสองพรรคจบลง ศึกชิงทำเนียบขาวก็ก้าวเข้าสู่เทศกาลหาเสียงช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งเป็นการแข่งขันช่วงโค้งสุดท้าย โอบามา-ไบเดน และ แม็คเคน-เพลิน มีเวลาประมาณสองเดือนเต็มในการดึงดูดใจผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ ช่วงต้นเดือนกันยายน คาดว่ามีอยู่ประมาณ 10-15% ของผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด

สถานการณ์การเลือกตั้งในช่วงคล้อยหลังการประชุมใหญ่ ต้นเดือนกันยายน พบว่า โอบามาและแม็คเคนได้รับคะแนนนิยมจากผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศสูสีกันมาก ตัวอย่างเช่น โพลล์ของ CBS News ซึ่งเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน ชี้ว่า โอบามาได้คะแนนนิยม 42% เท่ากับแม็คเคน โดยมีกลุ่มไม่ตัดสินใจ 16% (มี margin of error +/- 4%) ผลดังกล่าวใกล้เคียงกับโพลล์ของ CNN / Opinion Research Corporation ซึ่งเก็บข้อมูลช่วง 5-7 กันยายน พบว่า โอบามากับแม็คเคนได้คะแนนนิยมเท่ากันที่ 48% โดยมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจ 4% (มี margin of error +/- 3%) หรือโพลล์ของ American Research Group เก็บข้อมูลระหว่าง 30 สิงหาคม – 1 กันยายน แสดงให้เห็นว่า โอบามานำแม็คเคนอยู่ 49% ต่อ 43% เหลือกลุ่มไม่ตัดสินใจอีก 8% (มี margin of error +/- 3%) เป็นต้น

แน่นอนว่า ผลของโพลล์แต่ละสำนักมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบวิธีที่ใช้และโครงสร้างของกลุ่มตัวอย่าง เป็นต้น แต่หากไล่ดูผลโพลล์ส่วนใหญ่จะพอมองเห็นทิศทางค่อนข้างคล้ายกันคือ คะแนนนิยมของโอบามาซึ่งเคยพุ่งสูงมีแนวโน้มตกลง ขณะที่คะแนนนิยมของแม็คเคนมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น จนคะแนนนิยมของทั้งคู่กลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน บางโพลล์ชี้ว่าโอบามานำอยู่เล็กน้อย บางโพลล์ชี้ว่าแม็คเคนนำอยู่เล็กน้อย เรียกได้ว่า เวลานี้ สถานะความนิยมทั่วประเทศของทั้งคู่สูสีกันมาก ทำให้ยุทธศาสตร์การหาเสียงในช่วง 2 เดือนสุดท้ายมีความสำคัญมาก รวมถึงผลงานการโต้วาทีระหว่างทั้งคู่ ซึ่งมักจะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้งที่มีความสูสีสูง

กระนั้น ต้องไม่ลืมว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาไม่ได้ตัดสินกันด้วยคะแนนเสียงของผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศ แต่ตัดสินกันด้วยคะแนนเสียงข้างมากของคณะผู้แทนเลือกตั้ง (Electoral College – EC) ซึ่งแต่ละมลรัฐมี EC ไม่เท่ากันตามขนาดจำนวนประชากร กติกาคือ ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดในมลรัฐนั้น จะได้ EC ของมลรัฐนั้นไปทั้งหมด ผู้สมัครที่จะชนะเลือกตั้งได้เป็น ‘ว่าที่ประธานาธิบดี’ ต้องได้คะแนนเสียงจาก EC จำนวน 270 เสียงขึ้นไป จากทั้งหมด 538 เสียง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ตัวเลขคะแนนนิยมทั่วประเทศในโพลล์อาจจะไม่ได้สะท้อน ‘สถานะแท้จริง’ หรือโอกาสชนะเลือกตั้งที่แท้จริงของผู้สมัครแต่ละคนในศึกชิงทำเนียบขาว

ในศึกชิงทำเนียบขาวจะมีสนามเลือกตั้งทั้งสิ้น 51 สนาม (50 มลรัฐ + เมืองหลวง กรุงวอชิงตันดีซี) ซึ่งอาจแยกได้เป็น (1) มลรัฐที่เป็น ‘ของตาย’ ของแต่ละพรรค (2) มลรัฐที่ถึงแม้จะยังไม่ถึงกับเรียกว่าเป็น ‘ของตาย’ ได้เต็มปาก แต่พรรคใดพรรคหนึ่ง ‘มีโอกาสสูง’ ที่จะชนะเลือกตั้ง และ (3) มลรัฐ ที่ยังไม่อาจตัดสินได้ง่ายๆ ว่าพรรคใดจะชนะเลือกตั้ง ประตูแห่งชัยชนะยังเปิดกว้างให้ทั้งสองพรรคช่วงชิงกัน หรือที่เรียกกันว่า Swing State หรือ Battleground State นั่นเอง

ในช่วงโค้งสุดท้าย ผู้สมัครทั้งสองพรรคจะเน้นการทุ่มทรัพยากรลงไปหาเสียงใน ‘มลรัฐสนามรบ’ ดังกล่าวเป็นหลัก ซึ่งผลการเลือกตั้งใน Swing State จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เพราะคะแนนเสียงจากมลรัฐประเภท ‘ของตาย’ บวกกับประเภท ‘มีโอกาสสูง’ รวมกันยังไม่ถึง ‘ตัวเลขมหัศจรรย์’ 270 เสียงที่ผู้สมัครต้องการ ผู้สมัครจึงต้องอาศัยคะแนนเสียงจาก Swing State มาช่วยเข้าเส้นชัย

ในการเลือกตั้งปี 2000 สนามฟลอริดา (25 เสียงในขณะนั้น) คือสนามตัดสินผล ส่วนการเลือกตั้งในปี 2004 สนามโอไฮโอ (20 เสียง) คือสนามตัดสินผล ทั้งสองสนามแพ้ชนะกันเฉียดฉิวน้อยกว่า 5% ของคะแนนเสียงทั้งหมด หากผู้แพ้ในสองสนามดังกล่าวพลิกชนะได้ จะเปลี่ยนผลการเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีทันที

การสำรวจสถานการณ์การแข่งขันในแง่การเก็บคะแนน EC ระหว่างโอบามาและแม็คเคน โดยผู้เขียน ในช่วงวันที่ 10 กันยายน เกือบ 60 วันก่อนการเลือกตั้ง พบว่า โอบามามีแต้มต่อเหนือแม็คเคนในศึกชิงทำเนียบขาว

จากการประเมินโดยผู้เขียน พบว่า มลรัฐ ‘ของตาย’ สำหรับโอบามา ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย (55 เสียง) คอนเนตทิคัต (7 เสียง) เดลาแวร์ (7 เสียง) วอชิงตันดีซี (3 เสียง) ฮาวาย (4 เสียง) อิลลินอยส์ (21 เสียง) แมริแลนด์ (10 เสียง) แมสซาชูเชตส์ (12 เสียง) นิวยอร์ก (31 เสียง) โรดไอแลนด์ (4 เสียง) เวอร์มอนต์ (3 เสียง) รวมทั้งสิ้น 153 เสียง

มลรัฐ ‘โอกาสสูง’ สำหรับโอบามา ได้แก่ เมน (4 เสียง) นิวเจอร์ซีย์ (15 เสียง) มินนิโซตา (10 เสียง) ออริกอน (7 เสียง) วอชิงตัน (11 เสียง) วิสคอนซิน (10 เสียง) รวมทั้งสิ้น 57 เสียง

ดังนั้น คาดว่า โอบามาจะมีคะแนนเสียงจาก EC ที่ค่อนข้าง ‘ปลอดภัย’ ตุนอยู่ 210 เสียง (ในจำนวนนี้มี 153 เสียง ที่ถือว่าเป็น ‘ของตาย’) ยังไม่นับเสียงจาก Swing State ที่ต้องช่วงชิงกัน

ทางด้านแม็คเคนมีมลรัฐ ‘ของตาย’ ได้แก่ แอละแบมา (9 เสียง) อะแลสกา (3 เสียง) แอริโซนา (10 เสียง) อาร์คันซอ (6 เสียง) ไอดาโฮ (4 เสียง) แคนซัส (6 เสียง) เคนทักกี (8 เสียง) มิสซิสซิปปี (6 เสียง) เนแบรสกา (5 เสียง) โอคลาโฮมา (7 เสียง) เซาท์แคโรไลนา (8 เสียง) เซาท์ดาโคตา (3 เสียง) เทนเนสซี (11 เสียง) เทกซัส (34 เสียง) ยูทาห์ (5 เสียง) เวสต์เวอร์จิเนีย (5 เสียง) และไวโอมิง (3 เสียง) รวมทั้งสิ้น 133 เสียง

ส่วนมลรัฐ ‘โอกาสสูง’ สำหรับแม็คเคน ได้แก่ จอร์เจีย (15 เสียง) อินดีแอนา (11 เสียง) ลุยเซียนา (9 เสียง) มอนแทนา (3 เสียง) นอร์ทแคโรไลนา (15 เสียง) และนอร์ทดาโคตา (3 เสียง) รวมทั้งสิ้น 56 เสียง

ดังนั้น คาดว่า แม็คเคนจะมีคะแนนเสียงจาก EC ที่ค่อนข้าง ‘ปลอดภัย’ อยู่ในกระเป๋าทั้งสิ้น 189 เสียง (ในจำนวนนี้มี 133 เสียง ที่ถือว่าเป็น ‘ของตาย’) ทั้งนี้ไม่นับเสียงจาก Swing State

สรุปได้ว่า ในกลุ่มมลรัฐที่คาดว่าจะเป็น ‘ของตาย’ โอบามา มี EC นำแม็คเคนอยู่ 153 ต่อ 133 เสียง และในกลุ่มมลรัฐที่คาดว่าผู้สมัคร ‘มีโอกาสสูง’ ที่จะชนะ โอบามานำอยู่ 57 ต่อ 56 เสียง รวมทั้งสองกลุ่ม โอบามานำแม็คเคนอยู่ 210 ต่อ 189 เสียง ต่างกัน 21 เสียง โดยที่ทั้งคู่ยังไม่มีใครเก็บคะแนนเสียงได้ถึง ‘ตัวเลขมหัศจรรย์’ ทั้งนี้ ยังมี EC ใน Swing State ให้แย่งชิงกันอีกถึง 139 เสียง

Swing State ทั้ง 11 มลรัฐ เหล่านั้น ได้แก่ โคโลราโด (9 เสียง) ฟลอริดา (27 เสียง) ไอโอวา (7 เสียง) มิชิแกน (17 เสียง) มิสซูรี (11 เสียง) เนวาดา (5 เสียง) นิวแฮมป์เชียร์ (4 เสียง) นิวเม็กซิโก (5 เสียง) โอไฮโอ (20 เสียง) เพนซิลเวเนีย (21 เสียง) และเวอร์จิเนีย (13 เสียง) ซึ่งผลการเลือกตั้งในมลรัฐเหล่านี้มีโอกาสออกได้ทั้งหน้าโอบามาและแม็คเคน

จากการประเมินคะแนนนิยมใน ‘มลรัฐสนามรบ’ เหล่านั้นในเบื้องต้น ณ วันที่ 10 กันยายน 2551 พบว่า Swing State ที่แม็คเคนมีโอกาสชนะโอบามามากกว่า ได้แก่ ฟลอริดา มิสซูรี เนวาดา (รวม 43 เสียง) ส่วน Swing State ที่โอบามามีโอกาสชนะแม็คเคนมากกว่า ได้แก่ โคโลราโด ไอโอวา มิชิแกน นิวแฮมป์เชียร์ นิวเม็กซิโก เพนซิลเวเนีย (รวม 63 เสียง)

หากผลเลือกตั้งเป็นเช่นนี้จริง โอบามาคือประธานาธิบดีคนต่อไป แม้ว่าจะยังไม่รวมผลการเลือกตั้งในมลรัฐโอไฮโอและเวอร์จิเนีย (รวมมี EC 33 เสียง) ก็ตาม เพราะโอบามาจะได้คะแนน EC ทะลุ ‘ตัวเลขมหัศจรรย์’ กล่าวคือ รวมทั้งสิ้น 153+57+63 = 273 เสียง ขณะที่แม็คเคนได้คะแนน EC รวมทั้งสิ้น 133+56+43 = 232 เสียง ถึงรวม EC อีก 33 เสียงของโอไฮโอและเวอร์จิเนีย ก็จะไม่ถึง 270 เสียงอยู่ดี

เหตุที่ผู้เขียนยังไม่นับรวมคะแนนของโอไฮโอและเวอร์จิเนีย เพราะว่า ผลการเลือกตั้งในมลรัฐทั้งสองยากที่จะคาดเดา เพราะมีโอกาสสูงที่จะเป็น ‘เซอร์ไพรส์’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่าในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลัง โอไฮโอและเวอร์จิเนียจะตกเป็นของพรรครีพับลิกัน แต่พรรคเดโมแครตก็มีสิทธิลุ้นทุกครั้ง ที่โอไฮโอ คะแนนสองพรรคห่างกันน้อยกว่า 5% ส่วนที่เวอร์จิเนีย คะแนนสองพรรคห่างกันน้อยกว่า 10%

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่โอบามาจะช่วงชิงพื้นที่ได้ โดยเฉพาะในมลรัฐเวอร์จิเนีย แม้ว่าจะเป็นฐานเสียงของรีพับลิกัน เป็นมลรัฐทางใต้ และมีลักษณะอนุรักษ์นิยมสูง แต่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ผิวดำเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนสูงมาก และโอบามาได้รับคะแนนนิยมสูงมากในการเลือกตั้งขั้นต้น หากโอบามาปักธงได้ โอกาสชนะเลือกตั้งยิ่งสูง ส่วนที่โอไฮโอ ผลงานในการเลือกตั้งขั้นต้นของโอบามาไม่น่าประทับใจ อาจจะต้องอาศัยพลังของคลินตันเข้ามาช่วย หากต้องการชัยชนะ

นอกจากจะมุ่งทำศึกแย่งคะแนนใน ‘มลรัฐสนามรบ’ แล้ว ผู้สมัครทั้งสองยังแอบหวังที่จะดึงคะแนนมาจากมลรัฐ ‘โอกาสสูง’ ของคู่แข่งด้วย เช่น โอบามาทุ่มหาเสียงที่จอร์เจีย และแม็คเคนเน้นการหาเสียงที่นิวเจอร์ซีย์ เป็นต้น ซึ่งหากทำได้สำเร็จ ดุลยภาพของการแข่งขันก็จะเปลี่ยนแปลงไป

การประเมินผลการเลือกตั้งทั้งหมดนี้เป็นการประเมินในช่วงวันที่ 10 กันยายน ร่วมสองเดือนก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งคงมีความคลาดเคลื่อนสูง เพราะการเลือกตั้งมีลักษณะลื่นไหลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้ง ยังเป็นการประเมินคะแนนนิยมก่อนหน้าดีเบตระหว่างสองผู้สมัคร นอกจากนั้น จากวันนี้ถึงวันเลือกตั้งอาจมี ‘อุบัติเหตุ’ หรือมีเหตุการณ์หรือปัจจัยทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เข้ามากระทบการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์ ผู้ติดตามการเมืองมายาวนานคงทราบดีว่า สิ่งเดียวที่แน่นอนสำหรับการเมืองคือความไม่แน่นอน

คำทำนายผลการเลือกตั้งดังกล่าวจะถูกหรือผิดมากน้อยเพียงใด หาคำตอบได้ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายนนี้ !