"สมชาย" ชีวิตนี้มีเพื่อใครกันแน่?

พูดถึงเรื่องหนี้สิน ถ้าเป็นหนี้น้อยๆ "ลูกหนี้" จะต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก แต่ถ้าเป็นหนี้มากๆ คนที่ต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผากคือ "เจ้าหนี้" เพราะกลัวลูกหนี้จะชักดาบ หรือชักแหง็กๆ ไปเสียก่อน อย่างเหตุการณ์ "วิกฤติการเงิน" ในสหรัฐตอนนี้ คนที่นอนสะดุ้งจนเรือนไหวไม่ใช่สหรัฐหรอกครับ แต่เป็น ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้-ไต้หวัน!

ประเทศเหล่านี้แหละเป็น "มหาเศรษฐี" ตัวจริงของโลก ค้าขายร่ำรวยจนมีดอลลาร์มากกว่าสหรัฐที่พิมพ์ดอลลาร์ได้เองแท้ๆ ก็ยังมีกิน-มีเก็บไม่เท่า

รวยมากเท่าไหร่ ก็เอากลับไปให้สหรัฐกู้มากเท่านั้น เอาไปลงทุน เอาไปซื้อทรัพย์สิน เอาไปซื้อพันธบัตร จนได้ชื่อ "คู่ค้า" ที่พัฒนาขึ้นเป็น "เจ้าหนี้รายใหญ่" ของสหรัฐ

พอสหรัฐเจ๊ง ลูกหนี้ไม่เดือดร้อนเท่าบรรดาเจ้าหนี้ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ในขณะที่คองเกรสเล่นเกม "แบล็กเมล์เจ้าหนี้" ก็ต้องควักเงินเลี้ยงระบบเกือบทุกวัน ผิดกับจีนที่ "เก็บอาการ" เก่งกว่า!

นี่ถ้าผมมีเงินเหลือใช้ซักแสน-สองแสนล้านเหรียญยูเอส จะไล่ซื้อกิจการเลห์แมน บราเธอร์ส เจ.พี.มอร์แกน โกลด์แมน แซคส์ มอร์แกน สแตนเลย์ เก็บเอาไว้ดูเล่นโก้ๆ

เพราะอะไรน่ะหรือครับ? ก็เพราะผมวัดใจได้น้ำหนักลงตัวแล้วว่า หัวเด็ด-ตีนกุดอย่างไร สหรัฐต้องไม่ยอมให้สถาบันการเงินเหล่านี้ล้มหายตายจากแน่นอน

ถ้าปล่อยให้สถาบันการเงินเหล่านี้ล้ม ก็เท่ากับ

เฟด หรือ "ธนาคารกลางสหรัฐ" ล้ม!!

เพราะทั้ง เจ.พี.มอร์แกน ทั้ง โกลด์แมน แซคส์ ทั้งเลห์แมน บราเธอร์ส ล้วนเป็นผู้ก่อตั้ง และผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับ ๑-๑๐ ของเฟด หรือ Federal Reserve Bank มาตั้งแต่ ค.ศ.1907 โน่นทั้งนั้น

และถ้าเฟดล้ม ทั้งรีพับลิกัน ทั้งเดโมแครต ก็ต้องล้มด้วยแน่ๆ เพราะเอี่ยวมาตลอด!?

เมื่อเป็นอย่างนี้ จะหมดตูดซักแสน-สองแสนล้านเหรียญ-ก็ยอมละ (วะ) ที่ "ครั้งหนึ่งในชีวิต" ได้ชื่อว่าเป็นผู้ถือหุ้น "ธนาคารกลางสหรัฐ" หรือพูดอีกทีก็คือ "ธนาคารกลางของโลก"

เท่ออกจะตายไป!

สหรัฐไม่ใช่แค่ประเทศของอเมริกันเท่านั้น แต่มีความหมายเป็น "ตลาดใหญ่" ในการค้าขายของโลกด้วย ใหญ่กว่า "บองมาร์เช" หน้าบ้านผมซะอีก ฉะนั้น ใจเย็นๆ กันไว้ ทุกอย่างเหมือน "ชิงช้าสวรรค์"

เมื่อ "เศรษฐกิจโลก" หมุนถึงจุดสูงสุด ก็เป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเดินหน้า หรือถอยหลัง มันล้วนหมุนลงไปให้จุดที่อยู่ต่ำสุด ขึ้นมาอยู่สูงสุด แล้วที่เคยสูงสุดก็ลงไปอยู่ในจุดต่ำสุด แล้วก็หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปอย่างนี้ตลอด

เรียกว่า "วัฏจักร" ไงล่ะครับ ตราบใดที่ "โลก" ยังไม่ตายกลายเป็นดาวเคราะห์แคระ เราก็จะเจอสภาพอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนจนจะได้มีความหวังว่าจะรวย คนรวยก็มีความหวังว่าจะจนไงล่ะ!

จะได้ "ผยอง" กันแบบมีเหตุ-มีผลหน่อย!

กลับมาคุยเรื่อง "นายกฯ ผู้อาภัพ" ของเราบ้าง คือนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เท่าที่ผมสังเกต มีเรื่องเดียวที่ท่านไม่อาภัพคือ "เมีย" นอกเหนือจากความไม่อาภัพเมียแล้ว

อย่างอื่นดูจะอาภัพไปเสียแทบทุกอย่าง!

เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมก็อาภัพ เป็นได้แค่ ๖ ปี ก็ต้องมาเป็นรองนายกฯ

เป็นรองนายกฯ ก็อาภัพ เป็นได้แค่ ๗ เดือน ก็ต้องลำบาก-ลำบนมาเป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นถึงนายกรัฐมนตรี กลับไปบ้านก็ยังไม่วายถูก "ครูใหญ่" เอ็ดเอาว่า "ถ้าไม่กลัวเมียแล้วจะเจริญ"

และก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ "ไม่มีทำเนียบฯ อยู่" ต้องระเหเร่ร่อนไปอาศัยกระท่อมเป็นทำเนียบฯ อยู่ปลายไร่-ปลายนาถึงทุ่งดอนเมืองโน่น!

และก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกอีกเหมือนกัน ที่เป็นนายกฯ แล้วต้องไปไหว้กระดูกบรรพบุรุษ "ข้างเมีย" คือพ่อตา-แม่ยายที่เชียงใหม่ ให้เป็น "ภารกิจนายกฯ"

อ้อ..ที่ว่า "อ้อ" นี่ ไม่ได้หมายถึงเมียของพี่เมียนะครับ แต่หมายถึงว่า ยังมีอีกเรื่องที่นายกฯ สมชายไม่อาภัพ คือ เมื่อเป็นนายกฯ แล้วมีโอกาสได้เข้าสนทนาคารวะกับท่านประธานองคมนตรี "พลเอกเปรม ติณสูลานนท์" ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์!

นายกฯ คนที่แล้วคือ "นายสมัคร สุนทรเวช" บอกว่า "ทำไมต้องไป?" เมื่อถูกนักข่าวถามว่า "จะไปคารวะท่านพลเอกเปรมมั้ย?"

อานิสงส์ของการ "ขาดมรรยาท-ขาดธรรมเนียม" แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อพลเอกเปรม ทำให้นายสมัครมีบุญเป็นนายกฯ อยู่ได้แค่ ๗ เดือน ก็กระเด้งเพราะรับจ๊อบ "ชิมไป-บ่นไป"

เย็นวานนี้ (๑ ต.ค.๕๑) พลเอกเปรมก็เปิดบ้านสี่เสาฯ ให้นายกฯ สมชายได้เข้าคารวะ ก็ลองดูกันต่อไปซิว่า นายกฯ ผู้นอบน้อมถ่อมตน จะได้รับความเมตตาจากป๋าประสิทธิ์ประสาทวิชา "นายกฯ ก้นติดกาว" ได้ซักปี หรือกี่เดือนกันแน่?

นายสมชายนั้น แววตาหักเห หน้าเศร้า เวลายิ้มยิ่งเศร้า คุณนายแดงตอนเป็นสาวคงเพราะ "ลูกเศร้า" ของนายกฯ สมชายนี่แหละกระเส่าใจ ผมก็อยากให้ลองพิสูจน์ดูอีกซักตั้งเป็นไงครับ..ท่านนายกฯ?

ไม่เข้าถ้ำคุณนายแดง มีหรือจะได้ภรรยาที่เคารพ?

ไม่เข้าถ้ำสี่เสาฯ มีหรือจะได้เงาร่างรัฐบุรุษบังแดด?

แล้วถ้า..

ไม่เข้าถ้ำพันธมิตรฯ มีหรือจะได้พิชิตหัวใจ ๕ นรชนกู้ชาติ?

ด้วยศักดิ์ศรีนายกรัฐมนตรี "ทำเนียบรัฐบาล" คือบ้านของท่านอันถูกต้อง-ชอบธรรม ฉะนั้น วันศุกร์-เสาร์นี้ก็ได้ พอตะวันบ่ายชายคล้อย ท่านซื้อ "มือตบ" ติดมือเดินถือเข้าไปซักอัน

เดินเข้าไปที่ทำเนียบฯ พันธมิตรบ้านท่าน แล้วเอิ้นถามพี่น้องพันธมิตรฯ ของผมว่า "สนธิ-จำลอง-สมศักดิ์-สมเกียรติ-พิภพ" อยู่ไหม หรือมีใครอยู่บ้าง ผมมาด้วยรักและห่วงใย อยู่สุข หรือทุกข์กันไฉน วันนี้ ในฐานะมิตรสหายผมเอาใจมาสู่ถ้ามีใครอยู่ โปรดออกมาเปิดอกสนทนาให้ชื่นใจกันสักมื้อเถิด..สหายเอ๋ย"

โถ..ถ้าใจซื่อ รักชาติ-บ้านเมือง เหมือนกันซะอย่าง เพียงต่างความคิด-ต่างเส้นทาง หาใช่ศัตรูที่ต้องจองล้างกันไปตลอดชาติไม่ ในฐานะที่ท่านเป็น "นายกรัฐมนตรี" ถ้าลองเป็น "ไม้ใหญ่โน้มยอด" ละก็

ใครจะใจไม้-ไส้ระกำ จะใจจืด-ใจดำ ไม่ออกจากถ้ำมาปฏิสันถารได้ล่ะ!?

อะไรที่มันง่าย ก็ไม่ใช่ "สมชายทำ" น่ะซี ฉะนั้น เรื่องนี้ถ้าต้องการจะเป็นนายกฯ ผู้มีบารมีจริงๆ ละก็ งานยากนี้..ท่านควรทำ

ไปทั้งเชิญ ทั้งหารือร่วมกับ ๕ แกนนำพันธมิตรฯ ว่า ในวาระงาน "ออกพระเมรุ" สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตอนกลางเดือนพฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

ในวาระนี้ เราควรจะตกแต่ง "ทำเนียบรัฐบาล" และใช้ไปเพื่อการนี้ด้วยรูปแบบไหน อย่างไร?

เป็นงานที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมการมากพอสมควร ฉะนั้น ท่านนายกฯ ควรจะหาเวลา หาโอกาสไปสนทนากับ ๕ แกนนำพันธมิตรฯ อย่างเปิดเผยกลางวงชมุนุมที่ในทำเนียบฯ นั้นแต่เนิ่นๆ นี่เลย

ผมก็เชื่อว่า ถึงตอนนี้แล้ว เมื่อทางพันธมิตรฯ ดู "โปรแกรมกฎหมาย" เหมือนดงขวากหนามที่นายกฯ ต้องลุย ก็คงเห็นว่า "ไยจำเป็นต้องให้ดาบเปื้อนเลือด" เพราะไหนจะเรื่องข้อหาสินบนที่นายวีระ สมความคิด ไปแจ้งความที่กองปราบฯ

ไหนจะเรื่องที่ ส.ว.เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ไปแจ้ง ป.ป.ช.ให้สอบเรื่องบ้านหลังที่ ๒ ที่บางบัวทอง ว่าไม่ได้แจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สิน และยังจะเรื่องหาว่าถือครองหุ้นในธุรกิจสัมปทานรัฐอีก

แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะ "ฝ่าด่านนรก" รอดไปได้หรือเปล่า แต่จะได้หรือไม่ได้ ในอนาคตไม่ไกล เมื่อคดี "ยุบพรรค" พลังประชาชนถึงศาลรัฐธรรมนูญ

การถูก "แขวนต่องแต่ง" ๕ ปี ในฐานะกรรมการบริหาร รำไรอยู่แล้ว!

แต่ที่รำไร ชนิดไม่รู้ว่าจะคว่ำวันนี้-วันพรุ่งก็ที่ "สภาฯ" อันเป็นผลมาจาก "กรรม" ที่ร่วมก่อกันไว้นั่นแหละ

พรรคพลังประชาชน ขณะนี้ เหมือนเศษอิฐ-เศษปูนปะกาว!

ก็ "แก๊งออฟทรี" "ยงยุทธ-แดง-หน่อย" ไปหัก "แก๊งออฟโฟร์" สมัคร-สุรพงษ์-เนวิน-ธีรพล" เค้า เขี่ยสมัครตกเก้าอี้นายกฯ ไป แล้วดันก้นสมชายขึ้นมาแทนอย่างนี้ พวก "แก๊งออฟโฟร์" เขาต้องตามราวีเป็นธรรมดา

ประชุมสภาฯ ทีไร ท่านประธานชัยกดออดจนตาเหล่-ตาเหลือก แล้วยัง (เสือก) จะสร้างรัฐสภาใหม่ เพราะกดเท่าไหร่-เท่าไหร่ ก็ไม่มีใครมาประชุมปล่อยให้สภาฯ ล่มซ้ำไป-ซ้ำมา

อย่างวานนี้ ปฏิบัติการ "ทีเอ็งกูไม่ว่า-ทีข้ามึงอย่าโวย" ก็เกิดขึ้นอีก พูดได้เลยว่าสภาผู้แทนฯ สมัยนี้ ๗ เดือนผ่านไป ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นมรรคเป็นผลอะไรเลย นอกจากใช้ประกอบพิธีกรรมตามธรรมเนียมบางครั้ง-บางคราวเท่านั้น!

นี่คือสัญญาณที่นายกฯ สมชายต้องเตรียมตัวไว้ วันประชุมสภาฯ "แถลงนโยบาย" สัปดาห์หน้า มีความเป็นไปได้สูงในตอนลงมติ รับ หรือ ไม่รับ ร่างนโยบาย จะเจอสภาฯ ล่ม-ในฐานกรุณา

ถ้าไม่กรุณา เลิกคบเป็น "คนพรรคเดียวกัน" อาจจะเจอโหวต "ไม่รับ" จาก ส.ส.พรรคเดียวกัน ในซีก "แก๊งออฟโฟร์"

นายกฯ สมชายจะถูกเพื่อน "ล้มรัฐบาล"?

หรือนายกฯ สมชายจะ...

"ล้มสภาฯ" ก่อนที่จะถูกเพื่อน "ล้มรัฐบาล"?

นี่..เหล่านี้ ล้วนเป็นสถานการณ์ที่ "นายกฯ คนเศร้า" จะฝ่าด่านไปได้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนหรือเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจ ผมเห็นอย่างนี้แล้ว ก็เลยไม่อยากให้พันธมิตรฯ ต้องบาป-ต้องกรรมอะไรมาก

"พักผ่อนสบายๆ เดี๋ยวเขาก็ตายเอง"!?

ถั่วต้องถูกต้มด้วยเถาถั่ว ต้นกล้วยก็ต้องตายด้วยลูกกล้วย ไผ่ทั้งกอก็ต้องม้วยด้วยหน่อไม้ มนุษย์ก็ล้วนเป็นไปตามปัจจัยกรรม พลังประชาชน "ไม่ใช่โจร" แต่ยามนี้เหมือนตกอยู่ในภาวะ "โจรปล้นโจร" ส่วนนายกฯ สมชาย ก็ถึงคราวต้องเสี่ยงทายแล้วว่า จะฝ่าด่านไปจนถึง "เพื่อไทย" หรือจะต้อง "ตายเพื่อใคร" ในระหว่างทางนี้ก่อน?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2551