"สมัคร-ดุสิต" กับพิพากษาศาลสังคม

ผมคงขอร้องใครไม่ได้ แต่ขอน้อมนำธรรมตามเส้นทางพุทธโอษฐ์มาบอกคงได้กระมังว่า "จงใคร่ครวญทุกปัญหาด้วยสติ แล้วพึงกระทำตามสิ่งที่ใคร่ครวญแล้วนั้นด้วยปัญญา" การปิดสนามบิน ปิดเส้นทางคมนาคม การขัดขวางนายกฯ-รัฐมนตรี ลงไปในพื้นที่ใด-พื้นที่หนึ่งนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ประกอบด้วยสติและปัญญา อันบุคคลและชาติที่เจริญแล้ว เขาไม่กระทำกัน

ก็หวังด้วยใจจริงนะครับ อย่าเร่งให้ประเทศไทยต้องถึงกาล "แบ่งประเทศ" กันอยู่เร็วขึ้นนักเลย ขอให้เหตุการณ์ที่สนามบินสุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช และหาดใหญ่

เป็นเหตุการณ์ "ครั้งสุดท้าย" เถอะ!

จะเป็นนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จะเป็นอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร หรือจะเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในอนาคต หรือใครก็ตาม

ทุกตารางนิ้วแผ่นดินไทย เขาต้องได้รับสิทธิพื้นฐานที่จะไปไหน-มาไหนได้ครับ ส่วนการประท้วง-ไม่มีใครว่า แต่การปิดพื้นที่ไม่ยอมให้เขาไปนั้น-ต้องว่ากันหน่อย!

นี่ก็ย่างเข้าเดือนตุลาคมแล้ว ผมอยากจะบอกว่า

ด้านพันธมิตรฯ:-

ในการนำ-๕ แกนนำพันธมิตรฯ "สนธิ-จำลอง-พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ" สูงสุด ก็แค่ได้นำคนมาชุมนุมนานเป็นเดือนๆ

ในการยึด-๕ แกนนำพันธมิตรฯ "สนธิ-จำลอง-พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ" สูงสุด ก็แค่ได้ยึดทำเนียบรัฐบาลมาเป็นแปลงนา อันมิใช่แก่นสารของการชุมนุม

ด้านรัฐบาล:-

ในการนำ-นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สูงสุด ก็แค่ได้เมียนำ ส.ส.ในพรรคพลังประชาชนที่แตกยับ "ซีกหนึ่ง" มาหนุนก้นให้ได้ขึ้นเป็นนายกฯ น้องเขย

ในการยึด-นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็แค่ได้ยึด "ตึกสนามบินร้าง" มาสร้างเป็น "ทำเนียบรัฐบาลดอนเมือง" ให้ไทยเกิดเป็น ๑ เมืองบริหาร ๒ ทำเนียบอำนาจ

สรุปแล้ว ณ ขณะนี้ บ้านเมืองไทยเราอยู่ในภาวะ "ไร้ผู้นำ" และ "ไร้ผู้ยึด" อำนาจประเทศตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อบริหารให้เป็นไปตามกระบวนการ "ประชาชนสามัคคี-มั่งคั่ง ประเทศชาติยั่งยืน-มั่นคง"

อำนาจนำ อำนาจบริหารประเทศ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่สุญญากาศทางกฎหมายก็จริง แต่ในทางปฏิบัติ "สุญญากาศอำนาจ" มันปรากฏชัดแล้ว!

เป็นรัฐบาล แล้วทำอะไรได้?

เป็นพันธมิตรฯ แล้วแก้อะไรได้?

เป็นประชาชน แล้วอยู่กันอย่างไรได้?

แต่ก็ใช่ว่าปรากฏการณ์สังคมการเมืองปัจจุบันนี้ จะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ผมขอย้ำว่า "คุณูปการมากล้น" ต่อแผนภูมิใหม่ชาติ เพราะการแยกขั้วทางสังคมด้วย "คิดต่าง-เห็นต่าง" เช่นนี้ คือ...

ปฏิกิริยา "แตกตัว" ไปสู่ผลึกเพื่อ "ร่วมขั้ว" ของสังคมชาติในอนาคต!

ระบอบทักษิณก็ดี พันธมิตรฯ ก็ดี รัฐบาลก็ดี ความคิดนักวิชาการก็ดี นักการทหาร และสื่อก็ดี เวลานี้ต่างล้วนมีค่าเป็น "ขยะอินทรีย์" ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการหมักบ่ม เปลี่ยนสภาพจากสารอินทรีย์ไปเป็น "ก๊าซชีวภาพ"

ให้ "ค่าใหม่" ทางพลังงงาน เป็นค่า "ขับเคลื่อน-เขยื้อนประเทศ" ที่จะเห็นเป็นรูปธรรมจริงจัง อย่างช้า "กลางปีหน้า" พบหน้า-พบตา, พบตัว-พบตน ในความเป็น "คนเป็นๆ" เพื่อการนำแน่นอน!

ประเด็นที่ชอบนำมาขู่กันว่า "แบบนี้..ต่างชาติจะไม่มาลงทุน" นั้น อย่าไปสนใจครับ เมืองไทยนั้น นักลงทุนต่างชาติศึกษาลึก จนรู้ดี-เข้าใจดีกว่าคนไทยเราเสียอีก นั่นคือ..เขารู้ว่า

ทางยาวเป็นอนาคตนั้น ไม่มีที่ไหนน่าขนเงินมาลงทุนเท่าในประเทศไทย สิ่งที่เราควรสนใจคือ ระมัดระวัง เข้มงวดอย่างไร ที่จะไม่ให้ทุนนอกชาติแย่งกันเข้ามายึดครองประเทศไทยเรา?

เอ้า..ก็เข้าสู่เรื่อง "สมัคร-ดุสิต" ที่ใกล้จะติดคุกจริงๆ เสียทีนะครับ คือ ผมใช้ความรู้สึกจากตัวผมเองจริงๆ อันมีต่อนายสมัคร "หยั่งกระแส" สังคมมา ๒ วันแล้ว วันนี้ก็มาสรุปกันเสียทีว่า "สังคมส่วนใหญ่" มีความคิดเห็น-ต้องการอย่างไร กับนายสมัคร?

เท้าความนิดหนึ่ง คือที่ผมบอกตามลม-ตามแล้งไปถึง "นายสามารถ ราชพลสิทธิ์" ผู้เป็นโจทก์ว่า "โปรดให้อภัยนายสมัคร" ด้วยการ "ถอนฟ้อง" ท่านเสียเถอะ นั้น ปรากฏว่า เกิดเสียงอื้ออึงตามเว็บเป็นมติพอสมควร นำบางส่วนมาให้ดูนะครับ

Cherub Rock

ที่จริงผมพอจะเข้าใจความรู้สึกเถ้าแก่เปลวนะ การที่คนวัยตะบันน้ำหมากอย่างนายสมัครเดินคอตกเข้าไปอยู่ในคุก ครอบครัวไม่รู้ว่าจะได้กลับออกมาหรือจะ "ตายคาคุก" ก็ไม่แน่ มันออกจะสะเทือนใจอยู่ไม่ใช่น้อย

แต่ขอโหวต ไม่ถอน ด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่กรรมใครก็กรรมมัน ขอแผ่เมตตาให้ก็แล้วกัน

"ถ้าผมผิด ก็ขอให้ผมฉิบหายวายวอด..." แล้วคำสาบานของ "นายเสนียด สมุนทรราช ก็เป็นจริง"

Almondflaver

ตอนมันใส่ร้ายป้ายสีเขา เคยคิดไหมว่า คำพูดของมันจะทำร้ายเขายังไงบ้าง ครอบครัวเขา พ่อแม่พี่น้องลูกเขาต้องโดนประณามว่าเป็นญาติคนขี้โกง กี่ปีล่ะที่กว่าเขาจะได้ชีวิตเขากลับคืนมา มันควรจะได้รับผลกรรมจากสิ่งที่มันทำไว้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวหรอก ไหนมันจะฆ่าคนอีกล่ะ

อนัตตา (ไร้สี ไร้กลิ่น ไร้ฝ่าย)

อย่าไปยอม ต้องสั่งสอนพวกลิ่วล้อทักษิณให้มันสำนึก กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย มันโกหกมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ โกหกจนได้เป็นนายกฯ เป็นนายกฯ ยังโกหก ต้องลงโทษให้มันสาสม

นู๋เจ๋ง

ทำไมไม่คิดเมตตาประชาชนบ้าง ที่ต้องอดทนกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ..หมัก แบบนี้ทั้งหน้าด้าน หน้าทน...ต้องขอบคุณ คุณสามารถ คุณเรืองไกร เป็นที่สุดด้วยค่ะ

See-u

ที่ลุงเปลวแกว่าไว้..มันก็จริงอยู่หรอกเรื่องการให้อภัย เพราะดูยังไงๆ มันก็เป็นที่น่าสมเพชเวทนา ที่คนแก่อายุ ๗๐ กว่าๆ ต้องมาเข้าคุก มันดูอนาถายังไงก็ไม่รู้

แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีใครโดนใส่ร้ายด้วยบุคคลที่พอจะมีชื่อเสียงในสังคม ถ้าไม่มีการสู้คดีกัน ตัวคนที่โดนกล่าวร้ายก็จะถูกมองไปในทางที่ผิด กลายเป็นชนักติดหลังในเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ทำ ตรงนี้ "ลุงหมัก" แกเคยสำนึกบ้างไหม???

แล้วนี่อยู่ๆ ลุงเปลวจะให้คุณสามารถให้อภัย...ทั้งๆ ที่ไม่มีแม้แต่คำ "ขอโทษ" ออกมาจากปากลุงหมัก มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ????

"I will unforgive you to do the bad thing like this."

The fox changes his skin but not his habits.

มารุจัง

มารุไม่เห็นด้วยกับคุณเปลวค่ะ เพราะว่ากรณีของคุณสมัครมิใช่การกระทำผิดครั้งแรก หากแต่เป็นการทำผิดซ้ำซาก และพฤติกรรมของคุณสมัครไม่เคยแสดงความสำนึกผิด กลับแสดงท่ายโสโอหัง เพราะคิดว่าศาลท่านจะตัดสินให้แค่ลงอาญาเหมือนที่แล้วๆ มา แต่คราวนี้ศาลท่านตัดสินให้เด็ดขาด หลาบจำ

จึงคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่นักการเมืองทั้งหลาย รวมถึงประชาชนคนทั่วไป และนักท่องเว็บทุกท่านจะได้เรียนรู้เสียทีว่า การหมิ่นประมาท หรือการใส่ร้ายผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน ต้องเข้าคุก

Omega

จากหัวข้อกระทู้ ไม่เห็นควรที่จะให้เมตตาธรรมนายสมัครเป็นอย่างยิ่ง มิฉะนั้นกฎหมายจะเป็นกฎหมายได้อย่างไร..โดยยังมิต้องพูดถึงกระบวนการมากมายที่นายสมัครใช้วิธีการนอกกฎหมายรู้เห็นเป็นใจเข้าเข่นฆ่านักศึกษา ประชาชน ผู้บริสุทธิ์ เพียงเพราะเขาคิดต่าง

หลายต่อหลายชีวิตก้มลงคุกเข่าขอชีวิต กลับถูกเข่นฆ่าราวสัตว์ป่า ราวมิใช่มนุษย์ร่วมโลก มิเคยมีเลยที่นายสมัครจะกลับใจคิดเมตตา เมื่อกลับไปมองเหตุการณ์ครั้งนั้น กลับโป้ปดตอแหลตามสันดานเรื่อยมา เชื่อว่าดวงวิญญานเหล่านั้นกำลังรอคอยความเป็นธรรมจากนายสมัครเช่นกัน

ไม่ต้องพูดถึงกรรมชั่วอื่นๆ หรอกครับ มากมายจริงๆ ผมรับไม่ได้...ไปตายซะ ตามกรรม...กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ชดใช้กรรมแล้วในทุกประเด็นค่อยมาพูดถึงเมตตาธรรมกันครับ

1 ktip

เห็นใจลุงหมัก แต่ไม่เห็นด้วยกับลุงเปลว เมืองไทยที่เละเทะมาถึงทุกวันนี้เพราะความใจอ่อนนี่แหละครับ คนทำผิดไม่ได้รับโทษกรรมที่ก่อไว้ ผิดนิดผิดหน่อยปล่อยผ่าน สงสารเห็นใจ ลดโทษ ทำให้ไม่มีใครยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง

Prach

ลุงเปลวขา คนสมควรได้รับการอภัยก็ต่อเมื่อเขาผู้นั้นสำนึกผิดต่อการกระทำ แต่กรณีสมัครกับดุสิตนี้ ได้เคยแสดงอะไรให้ประจักษ์หรือไม่ว่าทั้งสองได้สำนึกแล้วว่าตนกระทำผิด อ.สามารถเองก็ได้บอกแล้วว่าไม่เคยได้รับการติดต่อจากทั้งสองเลยในเรื่องการขอโทษ หรือสำนึกผิด มีแต่ติดต่อมาเพื่อใช้เงินมากมายให้ อ.สามารถยุติคดี

นี่หรือคะสำนึกผิด

หนูเชื่อว่าถ้า อ.สามารถยอมหยุดจริง มันก็คงออกมาเห่าหอนแหละว่า เห็นมั้ย ผมไม่ผิด ผมไม่ผิด ถ้าผมผิดต้องติดคุกไปแล้ว ลุงเปลวเห็นคนคนนี้มาสามสิบปี น่าจะรู้นะคะว่าเป็นอย่างไร

ความร่วงโรยของสังขาร ก็ไม่ได้แปลว่าคนคนนั้นจะกลับใจเปลี่ยนนิสัยถาวรของตนเองได้นะคะ น่าสงสารเฉพาะสังขารที่ยักแย่ยักยัน แต่ถ้ามองลึกเข้าไปในใจ วิเคราะห์จากพฤติกรรมของเขาแล้ว เขาน่าสงสารหรือคะ?

จริงอยู่ที่ครอบครัว-ลูกเมียเขาน่าสงสาร แต่..ถ้าเจ้าตัวเขารักครอบครัว รักลูกเมียจริงๆ แล้ว เขาควรจะประพฤติตัวให้ดี จะทำอะไรควรนึกถึงคนข้างหลังว่าเขาเหล่านั้นจะได้รับผลสะท้อนกลับจากสังคมจากการกระทำของตนอย่างไร ไม่ใช่ทำเพื่อความสะใจของตัวเองแต่ผู้เดียวมิใช่หรือคะ

ไม่ใช่ว่าเราสงสารครอบครัวเขา แล้วปล่อยให้คนผิดลอยนวลโดยไม่ต้องรับผลกรรมของตนที่ไม่ได้มีใครบังคับให้ทำ หนูว่าไม่ถูกนะคะ

ครับ..เอาเท่านี้พอเห็นแนวนะครับ ถ้าลงหมดคงต้องทั้งสัปดาห์ สรุปมติเอกฉันท์

คว่ำหัวนิ้วโป้งลงให้ "สมัคร-ดุสิต" ร้อยละ ๙๙.๙๙

ยกหัวนิ้วโป้งขึ้นให้เพียง ๐.๐๑ คือ "ผม" คนเดียวเท่านั้น!

ผมเคารพทุกความเห็น ด้วยเข้าใจในแต่ละเหตุผล ที่แต่ละท่านแสดงมา ซึ่งล้วน "เป็นเหตุ-เป็นผล" รับฟังขึ้นทั้งสิ้น ท่านอดีตนายกฯ สมัคร และคุณดุสิต ก็รับทราบ "พิพากษาสังคม" อันมีต่อตัวท่านตามนี้นะครับ ถ้าจะว่าเป็น "ทัศนคติหน้าม้า" ท่านยิ่งจะต้องเสียใจ เพราะ "ไม่มีหน้าม้าของท่าน" เข้าเว็บมาเลยซักคน.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 29 กันยายน 2551