ยุคสุดท้าย "รัฐบาลเพื่อไทย" ทักษิณ

ดูเหมือนจะเป็น ครม.แรกที่ "สังคมไม่เกรงใจ" เพราะพลันที่รายชื่อ ๓๕ รัฐมนตรีประกาศออกมา ทั้งนักวิชาการ และทั้งพ่อค้าวาณิชย์ ประสานเสียงหยามหน้า-ปรามาสเรียงตัว

โดยเฉพาะ "ทีมเศรษฐกิจ" ทั้งที่โดยปกติแล้ว ระดับบริหารในสภาอุตสาหกรรม และหอการค้าไทย เขาจะ "ปากอย่างหนึ่ง-ใจอย่างหนึ่ง" แต่ครั้งนี้คงรับกันไม่ไหวจริงๆ ปากกับใจเลย "ตรงกัน"!

ผมก็เห็นใจท่านนายกฯ สมชาย แต่ดูรายชื่อแล้ว มันไม่ไหวอย่างที่เขาหยามหน้า-ด่าประจานนั่นแหละ คนทั้งประเทศไทย ท่านคั้นเอา "ดีที่สุด" มาเป็นคณะรัฐบาลบริหารประเทศได้เท่านี้

ก็เห็นที "ประเทศไทย" จะถึงครา!?

ปกติคนในวงการค้า-การขาย พอมีรัฐบาลใหม่ นักข่าวไปสัมภาษณ์ ถึงไม่พอใจเขาก็จะเก็บกลั้นไว้ ให้ความเห็นไปแบบครึ่งๆ ตัว ถึงคนไหนจะทุ่มให้ทั้งตัวก็ไม่แปลกอะไร เพราะรู้ไต๋กันอยู่ว่า

การพูดจา "ประจบรัฐบาล" เป็นงานอย่างหนึ่งของพ่อค้า ที่ต้องหวังพึ่งพาอำนาจรัฐ!

แต่กับ ครม.ชุดนี้ เขาหยามหน้า-ปรามาส จาระไนด้วยไม่เชื่อในน้ำยาเป็นรายตัวไปเลย

ตั้งแต่ นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกฯ ที่ถูกวางตัวมาเป็น "หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ" นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.พาณิชย์ และรัฐมนตรีอุตสาหกรรมที่จับพลัดจับผลูเข้ามาใหม่ "พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก"

ผมฟังอยู่หน้าจอโทรทัศน์ยังขนลุก ลองเฉาะกันแบบ "ผีไม่เผา-เงาไม่เหยียบ" อย่างนี้แต่วินาทีแรกแล้ว มันจะไปไหวหรือท่าน?

ไม่ใช่นายกฯ สภาอุตสาหรรม และประธานหอการค้าไทย เขามีอคติต่อคนที่มาเป็น "ทีมเศรษฐกิจ" หรอก ผมฟังทางไหน ไปทางไหน ผู้คนเขาก็ด่ากันทั้งบ้าน-ทั้งเมืองตรงกัน เพราะผิดหวังรัฐบาลสมชาย

ถ้าท่านได้ดูข่าวโทรทัศน์ตอนเย็น ผมว่าท่านก็คงเซ็ง กินข้าวไม่ลงคอ ตอนค่ำ เข้าหอก็นอนห่อเหี่ยว หมดกะจิตกะใจไปเหมือนกัน

เพราะอย่างนี้ ผมก็เลยเห็นใจ ไม่งั้นก็จะซัดให้อีกซักพลั่ก-สองพลั่ก!

วันนี้ พฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๑ ตอน ๑๗.๐๐ น. ท่าน-ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องนำคณะรัฐมนตรีไปเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน

แต่ตอนเช้าวันเดียวกัน เวลา ๐๙.๐๐ น.ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ขณะนี้คนพลังประชาชนลืมไปหมดแล้วชื่อ "นายสมัคร สุนทรเวช"

จะพาชีวิตเหมือนเรือน้อย ลอยเท้งเต้งไปรอรับชะตากรรม "คำพิพากษาศาลอุทธรณ์"!

คิดๆ แล้วก็แปลก นี่แหละหนอที่เรียกว่า "ชะตาชีวิต" ในวันที่ ๒๕ กันยายน เดียวกัน คนในพรรคเดียวกัน ส่วนหนึ่งสดชื่น-หรรษา ไปเฮฮาด้วยโชควาสนาพลิกผัน พลันเป็นผู้นำประเทศ

ขณะเดียวกัน คนที่เคยเปล่งรัศมีด้วยบารมีผู้นำ วันนี้ต้องย่ำต๊อกคอตก แยกทางไปยืนเข้าคอกจำเลยโดดเดี่ยว เหลียวหน้าหา ส.ส.คนที่เคยห้อมหน้าตอมหลัง วันนี้-ก็อย่าหวังว่าจะเห็น

นี่นับว่ายังมีวาสนาในเคราะห์ เพราะถ้าศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตามชั้นต้น จำคุก ๒๔ เดือน ถึงจะฎีกาได้-ไม่ได้ ก็ยังอุ่นใจ เพราะใช้เอกสิทธิ ส.ส.อยู่ในสมัยประชุม ยังจับกุมคุมขังไม่ได้

ยืดอายุ "คุก" ไปได้ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดเลยจริงๆ!

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายนนี้ ดาวอังคารยกเข้าราศีตุลย์ร่วมดาวศุกร์-เกษตร และวันนี้เป็น "วันโลกาวินาศ" เส้นทางชีวิตระหว่างอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช กับเส้นทางชีวิต "นายกฯ สมชาย"

ในวันเดียวกัน อีกคนขึ้นสูงสุด แต่อีกคนลงต่ำสุด!

ผมอยากให้จำวันนี้กันไว้ แล้วดูต่อไปว่า "ภายในปีนี้" จากจุดวันที่ ๒๕ กันยายน ต่ำสุด-ของอดีตนายกฯ นอมินี และสูงสุด-ของนายกฯ น้องเขย ลงท้าย..ใครจะต่ำกว่าใคร หรือใครจะสูงกว่าใคร

หรือว่าจะต้อง "ตายต่ำ" ทั้งคู่!?

เก็บเอาไว้ดูเป็นสถิติแก้เครียดครับ อย่าคิดอะไรมาก ชีวิตเหมือนเรือน้อย อย่างเพลงที่นายสมัครใช้เปิด-ปิดรายการ "สนทนาประสาสมัคร" นั่นแหละ

มาพิเคราะห์-กะเทาะเปลือก "รัฐบาลสมชาย" กันบ้าง เมื่อดูรายชื่อ ครม.ทั้ง ๓๕+๑ แล้ว ผมอยากจะบอกให้ท่านทราบว่า นี่คือ "รัฐบาลพรรคเพื่อไทย" อันมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ แท้จริง!

ปิดฉาก "พรรคพลังประชาชน" เรียบร้อยแล้วครับ ที่เห็นเป็นฉากอยู่ตอนนี้ นี่เป็นเพียงกระดองพรางเท่านั้น

เพราะรัฐมนตรี ๒๐ กว่าคน ในส่วนของพรรคพลังประชาชนที่เห็นนี้ ไล่จี้ไปแล้ว ร้อยละ ๙๙ เป็นพลังประชาชน แก๊งเจ๊หน่อย แก๊งเจ๊แดง แก๊งยงยุทธ ผู้สวามิภักดิ์ "นายหญิง-นายใหญ่" โดยตรง และแก๊งแตกคอ-ไม่เอาเนวินอีกส่วน

ร้อยละร้อย เมื่อจบรัฐบาลนี้ ทั้งหมดก็จะย้ายไปลงกระดอง "พรรคเพื่อไทย" พร้อมๆ กับที่พลังประชาชนถ้าไม่ถูกยุบ ก็จะถูกปล่อยเป็นป่าช้าร้าง และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในวันนั้นจะชื่อ

"พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ" ที่ "คนลอนดอน" สั่งให้มาเป็น "รองนายกฯ" ทำหน้าที่พี่เลี้ยงสมชายอยู่ในขณะนี้!

ส่วนนายสมัคร นายกฯ นอมินี ที่วันนี้ยังเป็น "หัวหน้าพรรคพลังประชาชน" อยู่ ถือว่าเป็น "ขี้นอกไส้" เมื่อหลอกใช้จบแล้ว จะไปขึ้นช้าง-ลงม้าที่ไหน ก็ปล่อยให้ "รักษาประชาธิปไตย" อย่างที่พร่ำไว้ไปตามเรื่องตามราว

สภาพพลังประชาชนเวลานี้ แตกเป็นเสี่ยงชนิดประสานไม่ติด และไม่มีใครคิดจะประสานไปเพื่ออะไรด้วย?

ฉะนั้น ในความเป็นจริงที่ควรเข้าใจขณะนี้ คือ รัฐบาลนี้เป็น "รัฐบาลเพื่อไทย" ซ่อนรูป และรัฐบาลนี้ จะเป็น "รัฐบาลสุดท้าย" ของพรรคนอมินีทักษิณ จึงอย่าทำเป็นประมาทกันไป

เพราะด้วย "อำนาจรัฐ" ที่แต่ละคนได้ไปบนสัญญาณว่า "มีเวลาให้ไม่นาน"

ปฏิบัติการ "ทุบหม้อข้าว" ชิงเมือง จะถูกนำมาใช้แน่ๆ!

ครม.ที่ตั้งแบบไม่แคร์สังคมนี้ อย่าไปตีราคาว่า "หาคนดีมาตั้งไม่ได้" หากแต่คนลอนดอน "จงใจ" คัดคนประเภท "มือไว-ใจกล้า-หน้าด้าน" และอีกทั้งเป็นการเดินหมากข้ามช็อต คัตล็อต "เนวิน-สุรพงษ์" ให้เหลือแต่เชื้อวงศ์อสูรเทวัญขนานแท้

ฉะนั้น ถ้าแก้หมากไม่ถูกตา ปีหน้า-ถูกรุกฆาตแน่ๆ ในศึก "เลือกตั้งใหญ่" โปรดรู้ไว้ด้วย

อย่าลืม..ขณะนี้ ไพ่เหนือใบสุดท้ายคือ "ไพ่ยุบสภา" อยู่ในมือ "นายกฯ น้องเขย" หน้าจืด แต่ผู้เดียว!

โค้ช-คุมเกม รับสัญญาณมาคอยคอนโทรล ถูกส่งตรงจากลอนดอน หลังจากที่ไปนอนวางแผนกันมาร่วม ๒ เดือน ตอนนี้ก็ปรากฏให้เห็นหน้าแล้ว

"นายนพดล ปัทมะ" อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ทำปี้ป่นด้วยเรื่องปราสาทพระวิหาร นั่นแหละครับ รับงานมาร่างพิมพ์เขียวเป็นนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว และเผลอๆ อาจมาคุมบังเหียนในตำแหน่ง "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี" เอาด้วยซ้ำ!?

อืมมมม..อย่างที่ปรารภด้วยหวังดีกับนายกฯ สมชายไปแล้วนั่นแหละว่า ให้ระวัง..วาสนาจะมาในเคราะห์

เป็นนายกฯ ที่สังคมไม่ยอมรับ และยิ่งเอาคนที่ไม่เคยงานและความสัตย์ซื่อไม่ประจักษ์มาเป็นรัฐมนตรี "บารมี" จึงไม่เกิดเป็นศรัทธา

๒๗ พฤศจิกายน + - หน้าหลัง ๗ วัน กำหนดชะตาอนาคตรัฐบาลท่าน มีเท่านั้นแหละครับ!?

และในความสั้นของอายุรัฐบาล ผมขอบอกว่าท่านอย่าพยายามทำให้สั้นลงไปกว่านั้นอีกด้วยการดื้อด้าน ใช้รัฐบาลเสียงข้างมาก "แก้รัฐธรรมนูญ" ด้วยหวังใช้บางมาตราเป็นเงื่อนไขให้ "นายใหญ่" นำไปอ้าง "กฎหมายเป็นคุณ" ใช้ย้อนหลังได้ในการต่อสู้คดีในศาล

เพราะนั่นจะเป็น "วิบาก" ร้าวรานตัดรอนอนาคตที่สั้น ให้สะบั้นลงไปอีก!

อำนาจ "ยุบสภา" นั้น มองไปข้างหน้าที่ไม่ไกล ผมก็ไม่แน่ใจว่า "นายกฯ สมชาย" จะมีโอกาสได้ทันใช้ เท่าๆ กับที่รัฐบาลต่อจากนี้ จะคั่นด้วยรัฐบาลที่ไม่ใช่ "ประชาชนเลือกผมมา" หรือไม่ ในภาวะสังคมหมดศรัทธา "การเมืองเก่า" แสวงหา "การเมืองใหม่" ก็อย่าลืมว่า การเมืองระบอบประชาธิปไตย มิใช่มีประตูเดียว.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 25 กันยายน 2551