บ่วงที่ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” สลัดไม่หลุด
นอกจากสถานการณ์การเมืองที่เอื้ออำนวยแล้ว การที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ยังมีปัจจัยอื่นประกอบ เช่น ประวัติการทำงานที่เคยเป็นผู้พิพากษา และปลัดกระทรวงยุติธรรม
แต่ “จุดแข็ง” ที่สุดน่าจะเป็นเพราะนายสมชายเป็นน้องเขยและเป็นบุคคลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งยังคงมีบารมี (เงิน?) เต็มเปี่ยมในพรรคพลังประชาชน (พปช.) ไว้วางใจที่สุด
“จุดแข็ง” ดังกล่าวช่วยส่งเสริมให้นายสมชายก้าวหน้าและมั่นคงในหน้าที่ราชการในช่วง พ.ต.ท.ทักษิน เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่ “จุดแข็ง” ที่สุดก็กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่สุด เพราะทำให้นายสมชายถูกจับตามองจากฝ่ายต่างๆ และเกิดอคติว่า การปฏิบัติหน้าที่ของนายสมชายเป็นไปเพื่อสนองบุญคุณ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวชินวัตร
ดังนั้น เมื่อรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกคณะรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ทำให้นายสมชายต้องลาออกจากราชการก่อนเกษียณอายุและโดดเข้าเล่นการเมืองเต็มตัว
เป็นการตอกย้ำความเชื่อของคนทั่วไปว่า นายสมชายเป็นทายาททางการเมืองของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกคณะตุลาการรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี ในคดียุบพรรคไทยรักไทย
ด้วยเหตุนี้ “จุดแข็ง” ที่สุดซึ่งช่วยนายสมชายได้เป็นนายกฯทั้งๆ ที่เป็น ส.ส.ครั้งแรกและอ่อนพรรษาเพียง 7 เดือน จึงกลายเป็น “จุดอ่อน” ที่สุดเช่นเดียวกัน
เพราะทำให้หลายคนเชื่อว่า นายสมชายเป็น “นอมินี” ตัวจริงของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นเพียง “นอมินี” แบบลูกจ้างชั่วคราว เมื่อเริ่มแข็งข้อ ก็จำเป็นต้องเลิกจ้างจะได้กลับไปรับจ้าง (แรงงาน) ทำรายการ “ชิมไปบ่นไป” ได้เต็มที่โดยไม่ต้องอ้างว่า เป็นการ “รับจ้างทำของ” อีกต่อไป
เมื่อมีความเชื่อว่า เป็น “นอมินี” ตัวจริง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซึ่งหลบหนีคดีอยู่ที่ประเทศอังกฤษและมีหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่หลายคดีและยังจะตามมาเป็นพรวนอีกมาก
ถ้าในวันที่ 21 ตุลาคม 2551 ศาลฎีกาฯพิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน มีความผิดในคดีทุจริตซื้อที่ดินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท บุคคลทั้งสองก็จะกลายเป็นอาชญากรเต็มตัว
ถึงตอนนั้น นายสมชาย ในฐานะนายกรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมายบ้านเมืองจะต้องวางบทบาทและทำหน้าที่ของตนเองอย่างเหมาะสมโดยสนับสนุนให้กระบวนการยุติธรรมนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานมาลงโทษตามกฎหมาย
ไม่ปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณมีอิทธิพลเหนือรัฐบาลที่ผ่านมา รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลที่มีข่าวว่า มีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณตรวจสอบหรือให้ความเห็นชอบ
นายสมชายต้องแสดงให้สาธารณชนเห็นว่า ตนเองมีอิสระอย่างแท้จริงในการบริหารราชการแผ่นดิน
การที่นายสมชายแถลงภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ให้เป็นนายกฯว่า “(จะ) ยึดมั่นในหลักกฎหมาย ยึดมั่นในหลักแห่งกระบวนการยุติธรรม”
รวมทั้งให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า “ในความเป็นญาติใกล้ชิดกันคงปฏิเสธไม่ได้ แต่เป็นเราที่ต้องวางตัวให้ถูกต้อง และทำตัวให้เห็นว่า เราจริงใจ เข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อใคร.. ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์.. ถ้าใครผิดก็ช่วยไม่ได้” นั้น
แค่คำสัมภาษณ์ดังกล่าวคงไม่สามารถช่วยอะไรได้ เชื่อว่ายังมีหลายฝ่ายที่จับจ้องนายสมชายและพร้อมเล่นงานทุกเมื่อ ถ้ามีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงว่า นายสมชายช่วยเหลือหรือแม้ยังคบหาหรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ โอกาสที่นายสมชายจะถูกเล่นงานถึงขั้นถอดถอนก็มีอยู่สูง
เพราะเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2551 มีการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2551 และผู้รักษาการตามระเบียบคือ “นายกรัฐมนตรี”
ข้อหนึ่งของประมวลจริยธรรมคือ “ต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย หรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย เช่น ผู้เปิดบ่อนการพนัน หรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน” (ข้อ 28)
การฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้อนี้ถือว่าร้ายแรงมาก โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะเท่ากับสนับสนุนให้ทำลายหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม
ที่สำคัญเป็นการตระบัดสัตย์ที่นายสมชายแถลงหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
ถ้ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมดังกล่าวให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรายงานต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหากเป็นการกระทำผิดร้ายแรงให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการโดยให้ถือเป็นเหตุให้ถูกถอดถอนจากตำแหน่งตามมาตรา 270 (รัฐธรรมนูญ มาตรา 279วรรคสาม)
แม้นายสมชายจะไม่สามารถสลัดบ่วงความเป็นเครือญาติกับ พ.ต.ท.ทักษิณให้หลุดได้ แต่สามารถสลัดบ่วงความเชื่อที่ว่านายสมชายเป็น “นอมินี” ตัวจริงของ พ.ต.ท.ทักษิณให้หลุดพ้นได้
ถ้านายสมชายมีความกล้าหาญและจริยธรรมอยู่ในจิตใจ
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 20 กันยายน 2551



