๕+๑ ด่านทดสอบ "นายกฯสมชาย"

"ส.สมชาย" ก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๖ แล้ว ด้วยเสียงเห็นชอบ ๒๙๘ ส.ส. ในโอกาสนี้ ก็..ขอแสดงความดีใจด้วย นับต่อจากนี้ วิถีท่านจะไม่ใช่แค่วิถี "สามี" นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น หากแต่วิถีนายกฯ ของท่าน คือเครื่องบ่งชี้ "วิถีประเทศ" โดยตรง!

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกให้ท่าน "ว่าที่นายกฯ สมชาย" ตระหนัก หรือตัวท่านก็คงตระหนักด้วย "เจียมตน" อยู่แล้วคือ สังคมส่วนใหญ่ "ปรามาส" ท่าน ถ้าจะเปรียบท่านเป็นดาวกลางฟ้าตอนนี้ ก็เป็นแค่

"ดาวเคราะห์" ไร้แสง!

คือคนไม่เชื่อน้ำยาว่างั้นเถอะ ถึงจะนั่งหน้าแป้น "ผู้นำบริหารประเทศ" ก็เหมือนหุ่น จะเคลื่อนไหวได้ ก็อยู่ที่การบังคับกลไกให้ขยับซ้าย-ขยับขวาจากบรรดา ๒ เจ๊ ที่สังคมนินทากันว่า

"อีต้องมากั้นม่านบัญชาการอยู่ข้างหลังแน่ๆ"

ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเยาวภา-ภริยาท่าน แก๊งสุดารัตน์ ที่จัดจ้านไม่รู้จบ และอีกหลายแก๊ง-หลายกลุ่ม ที่ตาวาวเหมือนแมวคราวจ้องขยุ้มปลาย่าง ด้วยอ้างว่า "ช่วยหาบหาม" จนได้ขึ้นหอ

ก็จะ "ขอมั่ง"!

ยังไม่นับ "แก๊งเนวิน-เลี้ยบ" ขาใหญ่ในพลังประชาชน ก็ไม่ทราบว่า ได้ไปตกลงเอา "เก้าอี้แลกเสียง" ได้มาในอัตราส่วนเท่าไหร่ แต่คาดหมายได้ว่า บ้านเมืองต่อไปข้างหน้านี้จะเข้าลักษณะ

๑ ประเทศ ๒ รัฐบาล!

คือรัฐบาลสมชาย-๒ เจ๊ กับรัฐบาลเนวิน-เลี้ยบ และทั้ง ๒ รัฐบาลนี้ "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" แต่อยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ทักษิณูปถัมภก" ด้วยกัน

เห็นภาพคร่าวๆ อย่างนี้แล้ว ท่านคงเดาอนาคตประเทศไทย ภายใต้ระบบบริหาร " ๒ รัฐบาลทักษิณูปถัมภ์" ต่อจากนี้ได้แล้วใช่ไหมครับว่า เขาจะพาขึ้นเขาไกรลาสหรือพาดบันไดลงโลกันตร์?

แต่นั่นเป็นการคาดหมาย ฉะนั้น ขั้นแรก ผมอยากให้นายสมชายลบคำสบประมาทเหล่านี้ให้ได้ก่อน

ไม่เช่นนั้น ตำแหน่งนายกฯ ก็จะไม่มีความหมาย ถึงแม้จะสมานไมตรีกับฝ่ายค้านถึงขั้น "นายสุทัศน์ เงินหมื่น" ยืนเลียริมฝีปากหน้าบาน "แสดงความยินดี" แบบมีความหลัง ให้เห็นในสภาฯ ก็ตาม!

ขั้นแรก นายสมชายต้องโชว์พาว จะทำแบบไหนก็ได้ โดยไม่ใช้กำลัง แต่ทำให้พันธมิตรฯ ยอมคืน "ทำเนียบรัฐบาล" ให้ เพราะการเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่ไม่มีเมืองนั่ง เร่ร่อนเป็นรัฐบาลสัมภเวสี

อย่างนี้ ไม่เกิดภาพผู้นำ "มากบารมี" ให้นานาอารยชน-อารยชาติยอมรับในศักดิ์ศรีชนชั้นบริหาร ท่านต้องล้างลางร้ายคล้าย "บ้านเมืองมี ๒ ทำเนียบฯ" ให้ได้?!

การ "ผลาญเงินแผ่นดิน" เอาไปเนรมิต "ทำเนียบฯ แห่งใหม่" ขึ้นในสนามบินดอนเมืองแทนนั้น ถ้าพอใจแค่ "ทำเนียบฯ ใหม่" ตรงนี้ ไม่กระวีกระวาดไปประสานใจกับพันธมิตรฯ เพื่อขอเมืองคืน

ถ้างั้นก็เอา "อำนาจบริหาร" ที่ได้ ใส่พานไปถวาย ๕ แกนนำพันธมิตรฯ เสียด้วย จะได้ครบเครื่องเรื่องพาราสาวัตถี ดีกว่าแยกกันครอบครอง อีกฝ่ายครองเมือง อีกฝ่ายครองอำนาจ?

ตูดขาดด้วยกันทุกฝ่าย!

ขั้นที่สอง ต้องนำเมกะโปรเจ็กต์ที่ตั้งงบฯ ผูกพันไป ๗ ชั่วโคตรในรัฐบาลที่แล้วมาทบทวนทั้งหมด เพราะต้องรู้ว่า สถานการณ์โลก-สถานการณ์ไทย ขณะนี้ส่งสัญญาณ "สู่ทิศทางใหม่" แล้ว

ฉะนั้น ขืนดุ่มไปก็จะพาประเทศหลงทาง!

ประเทศไทยถึงเวลาต้องมี "พิมพ์เขียว" เป็นอนาคตใหม่แล้ว ฉะนั้น ก่อนจะทำโครงการใหญ่อะไร อย่าสักแต่ว่าผุดโปรเจ็กต์ยัดๆ ใส่ไว้ในกรุงเทพฯ เพียงหวังเงินงบฯ งาบกัน

ที่ผุดใหม่ ต้องหยุดไว้ทบทวนก่อนครับ!

ขั้นที่ ๓ โครงการสร้าง "รัฐสภาแห่งใหม่" ที่เกียกกาย ต้องเลิก ที่นายสมัครไป ครม.พเนจรที่อุดรธานี แล้วผลุบผลับอนุมัติเงิน ๗๗๔ ล้าน เป็นค่ารื้อถอน-ไล่ที่ขั้นต้น นั้น "ต้องระงับ" ด่วน

สภาฯ ที่มีประชุมแต่ละที "ผีหลอก" ต้องไล่ต้อนเข้าประชุมเหมือนต้อนวัว-ต้อนควาย แล้วต้องไปสร้างใหม่เพื่ออะไรกัน รัฐสภานั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ "จิตสำนึก" ส.ส.-ส.ว. ไม่ได้อยู่ที่ความโอ่อ่าเหมือนฮาเร็มด้วยเงิน ๓-๔ หมื่นล้าน

ประเทศชาติกำลังจะล่มจมอยู่แล้ว จะผลาญในเรื่องที่ไร้ประโยชน์ไปหาวิมานอะไรกัน?

งบฯ ส.ส.คนละ ๒๕ ล้าน ในงบประมาณปี ๒๕๕๒ ที่ผ่านสภาผู้แทนฯ ไปเหมือนกัน ๔๘๐X๒๕ ล้าน เป็นเงินเท่าไหร่ นายสมชายต้องทบทวน รัฐธรรมนูญก็บอกแล้ว ส.ส.ห้ามไปยุ่งกับงานบริหารท้องที่

แล้วเอาเงิน ๒๕ ล้านให้ ส.ส.ไปทำอะไรกัน..ก็เอาไปยัดทานกันเท่านั้น ในขณะที่ชาวบ้านกำลังกินแกลบ แต่กลับรีดเอาทั้งขี้-ทั้งไข่แบบไร้จิตสำนึกคน?

ขั้นที่ ๔ ต้องไม่ให้ "นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" เป็นรัฐมนตรีคลัง!

และต้องทบทวน-กำจัด "แก๊งทักษิโณมิกส์" ที่ครอบงำ "ตลาดเงิน-ตลาดทุน-ตลาดหลักทรัพย์ฯ" อยู่ในปัจจุบันนี้ทันที โดยเฉพาะกระบวนการสรรหา "บอร์ดแบงก์ชาติ" ที่คนกลุ่มเดียว คือกลุ่ม "ทักษิโณมิกส์" ผลัดกันตั้ง ผลัดกันสรรหา วนไป-เวียนมา

สร้างเป็นโครงข่ายใยแมงมุม คลุมตลาดการเงิน-การคลัง-ตลาดทุน-ตลาดหุ้น ตาม พ.ร.บ.ใหม่ไว้เบ็ดเสร็จด้วยคนกลุ่มเดียว!

"บอร์ดแบงก์ชาติ" ที่ตั้งไว้อย่างอัปลักษณ์ ทั้งคนมีมลทิน ทั้งอัยการ ทั้งตำรวจ ก็ยังเอามาตั้ง ถ้านายสมชายเป็นนายกฯ เห็นแก่ประโยชน์ชาติบ้านเมืองจริงๆ ละก็ ต้องเรียกกลับมาแก้ไขใหม่ด่วน

ขั้นที่ ๕ เรื่อง "แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา" จนเป็นเหตุให้ไทยมีปัญหาเรื่องดินแดน และเป็นช่องให้ ๗ ชาติฉวยโอกาสผ่าน "มรดกโลก" เข้ามาฮุบพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร

นายสมชายต้องนำเรื่องลับลม-คมในที่ "รัฐบาลสมัคร" ทำไว้ มาชี้แจงให้ประชาชนทราบความจริง

ครับ..แค่นี้ก็ท้าทายความเป็น "ฮีโร่สมชาย" มากพอแล้ว ภายใน ๑ เดือนนี้ ท่านทำให้สำเร็จแค่ ๓ ข้อ ถือว่า "สอบผ่าน" เป็นนายกฯ นำพารัฐบาลไปได้ครบ ๔ ปี ตามที่พูดไว้ในสภาฯ เมื่อวานนี้แน่

แต่ทั้งหมดนี้ มีภาคบังคับ ๑ ข้อ คือ คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีอีก ๓๕ คน ประกาศออกมาแล้ว สังคมต้องไม่ยี้ ต้องไม่ร้องว่าขี้เหร่ ถ้าสักแต่ว่า "เขายัดมาให้ตั้ง" ก็ตั้งไปตามโควตา ตามราคาเก้าอี้

ถ้าแบบนี้..จอดไม่ต้องแจวภายใน ๑ เดือน!

โลกยุค "โลกาภิวัตน์" ในภาวะที่ "สหรัฐ" เศรษฐกิจพังแน่ขณะนี้ นายสมชายจะเอาใครมาคุมกระทรวงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงคลัง ต้องคำนึงตรงนี้ให้หนัก

แฮมเบอร์เกอร์ ดีซีส ครั้งนี้ ไม่ใช่สัญญาณสหรัฐป่วย!?

แต่มันคือสัญญาณ "โลกทั้งใบ" กำลังเปลี่ยนถ่าย "ข้ามมิติ" จากยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่ง คือจากยุคเทคโนโลยี ไปสู่อีกยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่งแล้ว

ภายใน ๑๕ ปีนี้ จากนี้ถึง พ.ศ.๒๕๖๖ ทุกอย่างเปลี่ยนหมด!

ยุค-สมัยของโลกที่กำลังมาใหม่ มันคืออะไร..นายสมชายในฐานะ "ผู้นำบริหาร" ต้องใช้วิสัยทัศน์วิเคราะห์ "เพื่อการนำ" เอาเองนะครับ

ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง ทั้งที่เป็นเส้นขนาน เส้นขวาง เส้นร่วม ไม่ว่าพันธมิตรฯ นปช.รวมความว่า "ทุกสี" อันเป็นสารพัดปัญหาบ้านเมืองอยู่ตอนนี้ ไม่มีใครผิด-ไม่มีใครถูก หรอกครับ

เพราะนั่นคือ "สัญชาตญาณ" อันเป็นปฏิกิริยาสนองตอบการสั่นไหวเพื่อ "สู่สังคมโลกใหม่" แล้วทุกอย่างก็เคลื่อนไหวมุ่งไปสู่ "ศูนย์รวม" ที่ยังมองไม่เห็นกันในวันนี้ด้วยกันเท่านั้น

ถ้าเข้าใจแล้วจะ "ตั้งรับ" ด้วยการบริหารปัญหานั้นๆ อันไม่ยากต่อการใช้ภาษาวิสัยทัศน์พูดคุย

ประเด็นสำคัญ ต้อง "สื่อสู่อนาคต" ด้วยวิสัยทัศน์ตรงกัน แล้วมันก็จะพูดภาษาเดียวกันเข้าใจ!

เป็นนายกฯ วันนี้ ประโยชน์เดียวที่มีกับท่าน คือ "ต้องทำงานให้ประเทศ" แต่ถ้ายังขืนทำงานให้ระบอบทักษิณ ให้ครอบครัว ให้เพื่อนพ้อง ให้คนยกมือแลกเก้าอี้ ถ้ายังขืนเป็นแบบนี้

เก้าอี้นายกฯ ตัวนี้ คือ "เก้าอี้ไฟฟ้า" ในไม่ช้าแน่!

"พาสปอร์ตแดง" นั่นน่ะ ท่านอย่าไปถอนของ พ.ต.ท.ทักษิณเขาเลย ชั่ว-ดี-ถี่-ห่าง ครั้งหนึ่งเขาก็คือนายกฯ คิดถึง "อกเขา-อกเรา" ไว้บ้าง ไม่ให้ศักดิ์ศรีตัวทักษิณ ก็ต้องให้เกียรติต่อตำแหน่งนายกฯ ที่ทักษิณเคยเป็น และที่จริงก็ไม่มีความหมายอะไร ไปไหน-ทั่วโลก เขาไม่สนใจหรอกว่า "ใคร-พาสปอร์ตสีอะไร?" จะแดง-เหลือง-เขียว ดุ่มๆ เข้าไป มันผลักหงายท้องทุกคน พาสปอร์ตแดงไม่จำเป็นต้องถอน แต่ "เลือด" ที่จะแดงนี่ซิ นายกฯ สมชายทำได้มั้ยที่จะ..ไม่ให้เกิด?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 18 กันยายน 2551