แก๊งออฟโฟร์ที่กระทรวงการคลัง

การสถาปนา "แก๊งออฟโฟร์" ขึ้นในทางการเมืองเพื่อต้องการให้เห็นภาพว่า คนกลุ่มหนึ่งที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ผนึกกำลังเพื่อยึดครองอำนาจทางการเมือง

เช่นเดียวกัน มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า คนกลุ่มหนึ่งประสานมือกันเพื่อยึดอำนาจในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเมื่อดูสายสัมพันธ์และการทำงานของกลุ่มคนดังกล่าวแล้ว

อาจเรียกได้ว่า "แก๊งออฟโฟร์"(อาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกว่า "คณาธิปไตย") ก่อกำเนิดขึ้นในกระทรวงการคลังแล้ว

แก๊งออฟโฟร์ดังกล่าวประกอบด้วย นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเนวิน ชิดชอบ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งพรรคพลังประชาชน (พปช.) นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และนายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการ ธปท.

แน่นอนว่า ผู้ที่เป็นแกนหลักหน้าฉากและใช้อำนาจอย่างเป็นทางการ คือนายสุรพงษ์ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยและ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับใหม่) ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการ ธปท. กรรมการ ก.ล.ต.และคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ

ปรากฏว่า นายสุรพงษ์ใช้อำนาจแต่งตั้งคนกลุ่มเดียวกัน (หลายคนมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพราะเป็นประธานและกรรมการธนาคารพาณิชย์ บางคนต้องคดีร่ำรวยผิดปกติและถูกหน่วยงานในกระทรวงการคลังฟ้องเรียกค่าเสียหายหลายร้อยล้านบาท) คัดเลือกคณะกรรมการทั้ง 3 ชุด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่อย่างสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงิน สถาบันการเงิน และการกำกับ-ตรวจสอบตลาดทุนซึ่งมีผลประโยชน์มหาศาล

ใน "คนกลุ่มเดียวกัน" คนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคือนายวิจิตร สุพินิจ และนายนิพัทธ พุกกะณะสุต

บุคคลทั้งสองมีความสนิทสนมกันมาอย่างยาวนานเพราะช่วงที่นายวิจิตรเป็นผู้ว่าการ ธปท. นายนิพัทธเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์โดยตำแหน่งและมีอำนาจในการอนุมัติหุ้นเข้าตลาด

ในช่วงธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) เจ๊งนับแสนล้านในปี 2538-2539 นายวิจิตรซึ่งเป็นผู้ว่าการ ธปท.ขอให้นายนิพัทธซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการธนาคารออมสินเอาเงินใส่เข้าไปในบีบีซีโดยไม่ขออนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยนั้น

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บุคคลทั้งสองทำงานเข้ากันชนิดคอหอยกับลูกกระเดือก

นายวิจิตรได้รับแต่งตั้งจากนายสุรพงษ์ เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือก กรรมการ ธปท. (มีอำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการเงินและคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน) และประธานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

นายนิพัทธได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.ล.ต.และกรรมการกำกับตลาดทุน (ดูคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 676/2551 วันที่ 16 พฤษภาคม 2551)

ต่อมานายวิจิตรในฐานะประธาน ก.ล.ต.และกรรมการ ก.ล.ต.ที่นายนิพัทธเป็นผู้คัดเลือกได้เลือกนายนิพัทธกลับเข้ามาเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์

ภารกิจต่อไปของนายนิพัทธคือ การคัดเลือกกรรมการกำกับตลาดทุนซึ่งมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลตลาดหุ้น (ที่นายนิพัทธเป็นกรรมการอยู่ ซึ่งหมายความว่า นายนิพัทธ เป็นคนเลือกคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแลการทำงานของตนเอง)

ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอรายชื่อกรรมการกำกับตลาดทุนให้นายนิพัทธคัดเลือกคือ นายวิจิตร

เห็นชัดว่า นายวิจิตรแลนายนิพัทธเป็นผู้ที่มีอำนาจในการเลือก (และเป็น) กรรมการที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้ง 6 ชุด คือกรรมการ ธปท. กรรมการนโยบายการเงิน กรรมการนโยบายสถาบันการเงิน กรรมการ ก.ล.ต. กรรมการกำกับตลาดทุนและกรรมการตลาดหลักทรัพย์

เป็นการเกาหลังกันไป-มาระหว่างบุคคลทั้งสอง

อาจจะมีคำถามว่า แล้วนายเนวินเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้อย่างไร

นายเนวิน เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในช่วงที่นายนิพัทธเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ ปรากฏว่า นายนิพัทธทำงานสนองนโยบายเป็นที่ชื่นชอบอย่างมาก จนกระทั่งเกิดเรื่องการประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุตลาดหมอชิต นายนิพัทธถูกกล่าวหาว่า รับสินบนจากบริษัทเอกชน 30 ล้านบาท ถูกไล่ออกจากราชการ

ลองไปถามนายนิพัทธดูว่า ถ้าไม่ใช่เพราะนายเนวินแล้ว นายนิพัทธจะสามารถกลับเข้ารับราชการและมีบทบาทสำคัญในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลายเรื่องหรือไม่

ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือได้ดูแลกองทุนวายุภักดิ์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ของกระทรวงการคลัง

เมื่อนายสุรพงษ์ต้องไปลงเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วนในเขตอิทธิพลของนายเนวิน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่นายนิพัทธจะเข้ามามีบทบาทในกระทรวงการคลังในยุคนี้

อนาคตกระทรวงการคลัง ตลาดเงินและตลาดทุนจะเป็นอย่างไร ไม่อยากให้วาดภาพที่เกิดในสาธารณรัฐประชาชนจีนภายใต้อิทธิพลของแก๊งออฟโฟร์ เพราะมันน่าสยดสยองเกินไป


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม 2551