ปฏิบัติการสะเทือนซาง ส.ส. ทักษิณ

อืมมมม..เดี๋ยวนี้หา ส.ส."เจ็บร้อนแทนชาติ" ไม่ค่อยได้ แต่ถ้าจะหา ส.ส."เจ็บร้อนแทนทักษิณ" ล่ะก็..พรึ่บเลยที่พรรคพลังประชาชน เมื่อวานนี้มี ส.ส.ตั้ง ๒๐๐ กว่าคน ไปรุมทึ้งนายสมัครในฐานะหัวหน้าพรรคว่า เป็นถึงประธาน ก.ตร.แต่ปล่อยให้ตำรวจประกาศจับ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ได้อย่างไร เพราะมันเท่ากับประจาน "นายใหญ่" ชัดๆ นี่นา!?

ครับ..เรื่องอย่างนี้ ไม่ต้องไปสรุปว่า "ใครผิด-ใครถูก" เพราะนั่นเป็นกรรมกิริยาแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อ "พ.ต.ท.ทักษิณ" ที่ ส.ส.กลุ่มหนึ่งต้องการ "เน้น" ให้เข้าตาเท่านั้น

เข้าตาทั้ง "นายใหญ่" ที่ลอนดอน และเข้าตาทั้งบรรดา "สาวกสวามิภักดิ์" ในตลาดทาส ตลาดเลือกตั้ง!

ถือเป็นกรณีศึกษาดีกว่าครับ คือศึกษาให้รู้-ให้เข้าใจ "กฎระเบียบบ้านเมือง" อันเป็นมาตรฐานปฏิบัติที่เสมอภาคกันทางกฎหมาย

อย่างในกรณี "ประกาศจับ" นี้ ใช่ว่าตำรวจนึกอยากจะประกาศ-ไม่ประกาศจับใคร ก็จะทำได้ตามใจชอบ หากแต่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และปฏิบัติไปตามกรอบที่ "กองทะเบียนประวัติและอาชญากร" มีเป็นเกณฑ์เพื่อปฏิวัติทั่วไปอยู่แล้ว

ก่อนอื่น ผมจะยกคำพูดที่สะท้อนถึงทัศนคติบางอย่างจาก ส.ส.ที่ชื่อ "นายสุทิน คลังแสง" ผู้เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน มาให้พิจารณากันประโยคหนึ่งก่อน

คือเขายกเป็นเหตุผลที่ต้องให้นายสมัครมาเคลียร์ประเด็น "ตำรวจออกหมายจับนายใหญ่" กับพวกเขา ดังนี้

"...ทำหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค ในฐานะประธาน ก.ตร.เพื่อสอบถามถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ว่าได้คำนึงถึงการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากน้อยแค่ไหน อย่างไร

หากไม่คำนึงถึงชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็น่าจะคำนึงถึงตำแหน่งอดีตนายกรัฐมนตรีบ้าง เพราะเมื่อศาลยังไม่ได้ตัดสิน พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ไม่ควรออกหมายจับ เพราะลักษณะเหมือนเป็นการประจานไปทั่ว ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกลดความสำคัญลงไป...."

ครับ..เมื่อหยิบคำพูดนายสุทินมาใคร่ครวญถึงเจตนา ก็พอจะเห็นว่า เขาไม่ได้ให้น้ำหนัก และตระหนักถึง "กฎระเบียบปฏิบัติ" ทางราชการที่ต้องปฏิบัติ แต่นายสุทินเน้นความเป็นบุคคลที่ชื่อ "พ.ต.ท.ทักษิณ"

ต้องให้อยู่เหนือคำสั่งศาล เหนือกฎระเบียบปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการออกหมายจับ!

และเน้นเอา "อำนาจควบคุมตำรวจ" บนความเป็น "ประธาน ก.ตร." ของนายสมัครมาเป็นจุดเพ่งเล็ง โดยไม่คำนึงถึงความ ใช่-ไม่ใช่ ในการใช้อำนาจ เน้นเพียงว่า

"เป็นทักษิณแล้ว นายสมัครจะปล่อยให้ตำรวจออกหมายจับไม่ได้!?"

นี่..คำพูดนายสุทินสื่อไปทางนี้ ก็ระวังเถอะ รู้ไปถึงหูคุณหญิงพจมานเข้าละก็ จะซวยโดยไม่รู้ตัว เพราะดูจะมุ่งเน้นปกป้อง "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ให้เฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้เป็นสามีเท่านั้น

ส่วนศักดิ์ศรีของ "คุณหญิงพจมาน" ผู้เป็นภริยา ถูกประกาศจับด้วยกันแท้ๆ แต่นายสุทิน และคณะ ส.ส.กลับไม่ค่อยอินังขังขอบ นี่..ถือเป็นการปกป้อง ๒ มาตรฐานชัดๆ

ไม่ทันไร "ลืมนายหญิง" ภักดีเฉพาะ "นายใหญ่" คนเดียวซะแล้ว!?

ก็มาดู "ที่มา" ของการออก "หมายจับ" ที่ทิ่มแทงใจบรรดา ส.ส.สวามิภักดิ์ทักษิณกันก่อนว่า "เป็นไง-มาไง" จะได้ไม่ต้องถูก "จูงจมูก" ไปโกรธตำรวจเขา โดยเฉพาะ "กองทะเบียนประวัติอาชญากร" ผู้ทำหน้าที่ออกประกาศ

เป็นคำสั่งมาจาก "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง" เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ตามเอกสารเผยแพร่ ดังนี้

วันนี้ เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ น. ทนายความจำเลยทั้งสอง ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.๑/๒๕๕๐ ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ ๑-๒ ในความผิดฐานทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก มูลค่า ๗๗๒ ล้านบาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ๑๕๒, ๑๕๗ และ ๑๒๒ โดยทนายจำเลยทั้งสองได้ยื่นคำร้องว่า ได้รับรายงานจากผู้ประสานงานว่าจำเลยทั้งสอง ยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยและไม่สามารถมารายงานตัวต่อศาลวันนี้ได้

องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่เดินทางกลับประเทศไทย และมารายงานตัวต่อศาลภายในกำหนด เป็นการผิดสัญญาประกัน จึงสั่งปรับจำเลยทั้งสองตามสัญญาประกัน โดยให้ธนาคารนำส่งเงินตามสัญญาประกันต่อศาลภายใน ๕ วัน และ ให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

นี่แหละครับ "ที่มา-ที่ไป" ของหมายจับ "ทักษิณ-พจมาน" ไม่ใช่ตำรวจเกลียดขี้หน้าทักษิณ-พจมาน จึงใช้อำนาจออกหมายจับเอง อย่างที่นายสุทินกับคณะ ส.ส.รวมถึง "คุณนายแดง" ไปเพ่งเล็ง

ตามคำสั่งศาลก็ชัดเจนนี่ครับว่า การออกหมายจับนี้ ไม่ใช่ให้จับในฐานะ "ทักษิณ-พจมาน" เป็นผู้ต้องโทษ แต่ศาลท่านให้ออกหมายจับฐานที่ "เป็นจำเลย" ขอประกันตัวชั่วคราวออกไป

แต่ถึงเวลานัดหมายกลับ..หนี คือไม่มารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดนัด ศาลท่านจึงให้ออกหมายจับมาเพื่อ "ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป"

มีใครไปกล่าวหาทักษิณ-พจมานเป็น "นักโทษหนีศาล" ซะที่ไหนล่ะ ก็ทึกทักกันเอง แล้วก็พูดกันไปเองมิใช่หรือ?

เอ้า..ก็มาดูขั้นตอนทางตำรวจบ้าง ศาลมีคำสั่งข้างต้นนั้นเมื่อวันที่ ๑๑ ส.ค.แล้ว ต่อมาวันที่ ๑๔ ส.ค. พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็แถลงว่า

"หลังจากได้รับหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวานนี้ ในวันนี้ กองทะเบียนประวัติอาชญากรจึงได้ออกประกาศสืบจับผู้กระทำความผิด แจกจ่ายไปยังตำรวจทุกหน่วย ให้ดำเนินการสืบสวนจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภริยา ให้ได้ก่อนที่คดีจะขาดอายุความในวันที่ ๑๒ ส.ค.ปี ๒๕๖๖ และ ๒๕๖๑ ตามลำดับ"

ก็ชัดเจนใช่ไหมครับ ความจริงผมก็ทราบ คนระดับนายสุทิน ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการด้านกฎหมาย รวมถึงคุณนายแดง มีสามีรอบรู้กฎหมายถึงระดับปลัดกระทรวงยุติธรรม ย่อมรู้ถึง "ระเบียบปฏิบัติ" ตามพื้นฐานง่ายๆ นี้อยู่แล้ว

ไม่เห็นจำเป็นต้องไปโวยวายให้สังคมหมั่นไส้หนักขึ้นไปอีก เมื่อศาลท่านสั่งให้ "ออกหมายจับ" แล้วจะให้ตำรวจทำเฉยด้วยการ "ยกทักษิณเหนือคำสั่งศาล" ไม่ออกหมายอย่างนั้นหรือ?

และก็จะเห็นว่า ที่ตำรวจออกหมายไปนั้นก็ระบุชัดเจน แจกจ่ายไปยังตำรวจทุกหน่วย คือแจกจ่ายหมายจับไปเฉพาะหน่วยงานตำรวจผู้มีหน้าที่ให้สืบสวนจับกุมเท่านั้น

ไม่ได้เอาไปติด "ทั่วบ้าน-ทั่วเมือง" เป็นการประจานแต่อย่างใด!

แล้วมันเข้าข่ายย่ำยี "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" ของทักษิณตรงไหน? สงสัยว่าพวกนี้จะดูหนังคาวบอย ณ เมืองทูมสโตนมากไป เลยหลับตาจินตนาการเห็นโปสเตอร์ WANTED ที่นายอำเภอมอร์แกนเอามาแปะไว้ตามซ่อง ตามบาร์เหล้าเท่าให้ "นักล่าค่าหัว" ได้น้ำลายหก

อย่าเอาแค่ "ความรู้สึก" มาตัดสิน "ความจริง" เลยครับ ยิ่งการยก พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นผู้มีอภิสิทธิ์เหนือกฎ-กติกาบ้านเมืองเช่นนี้ จะยิ่งถูกสังคมต่อต้านหนักขึ้น

"เราเป็นอารยชนกันมิใช่หรือ? จะชอบ-ไม่ชอบ อะไร ถึงอย่างไรก็ต้อง "เคารพ-ปฏิบัติ" ตามกฎกติกาบ้านเมือง ซึ่งก็มีแต่ "กฎ-กติกา" ที่เรียกว่ากฎหมายเท่านั้นแหละครับ จะทำให้มนุษย์อันต่างกันด้วยชาติ ชั้น วรรณะ มีความเสมอภาค บนสิทธิแห่งความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

ในฐานะผู้ทำหน้าที่ใน "สถาบันนิติบัญญัติแห่งชาติ" ส.ส.ควรทำเป็นแบบอย่างนะครับ วางจิตให้ตรง อย่าอ่านหมายจับแบบหลงตัวบุคคล แล้วจะเข้าใจเจตนาและกรอบปฏิบัติของ "หมายจับ" ซึ่งเป็นการกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มที่ใช้ทั่วไปแค่นั้นเอง ไม่เชื่อก็ดูดังนี้

ประกาศ กองทะเบียนประวัติอาชญากร

เรื่อง สืบจับผู้ประทำความผิด ฉบับที่ ๓๕๓/๒๕๕๑

ด้วยได้รับหมายจับและตำหนิรูปพรรณผู้กระทำผิดจากศาล และพนักงานสอบสวนของหน่วยงานต่างๆ เพื่อออกประกาศสืบจับ ดังต่อไปนี้

๑.พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร หมายจับเลขที่ ๒/๒๕๕๑ ศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เลขคดีดำ ๑/๒๕๕๐ เลขคดีแดง ๑/๒๕๕๐ วันที่ออกหมาย ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ ผู้ออกหมาย นายทองหล่อ โฉมงาม ข้อหา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐฯ ปฏิบัติหรือละเว้นฯ มาตรา ๔, ๑๐๐ และ ๑๒๒

ตามเลขคดีที่-ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วัน/เดือน/ปี ที่เกิดเหตุ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ภายในอายุความ ๑๕ ปี ขาดอายุความ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖

ส่วนคุณหญิงพจมานก็กรอกในแบบฟอร์มเดียวกัน ต่างกันตรงข้อหา ของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็น "เจ้าหน้าที่ของรัฐ..." จึงมีอายุความ ๑๕ ปี ส่วนคุณหญิงพจมานในข้อหา "ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ..." จึงมีอายุความ ๑๐ ปี

และอีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ ที่พูดกันว่า "ประกาศทั่วประเทศ" เป็นการประจานนั้น ความจริงเป็นแค่ประกาศ "ให้ทราบทั่วกัน" คือทั่วในกิจการตำรวจเท่านั้น

ไม่ใช่ประกาศ "ให้ทราบทั่วไป" ดะไปหมดทุกหน-ทุกแห่งทั่วประเทศ แม้กระทั่งในส้วมตามปั๊มน้ำมันอย่างที่พยายามพูดให้ไขว้เขวกันไป

แต่ถึงใครจะนำไปติดให้รู้-ให้เห็นกันทั่วไป แม้กระทั่งในส้วม ก็ไม่เห็นว่าใครจะทำผิดตรงไหน เพราะตอนท้ายของประกาศบอกว่า "หากผู้ใดพบเห็น หรือทราบแหล่ง/สถานที่หลบซ่อนของผู้กระทำผิดข้างต้น ให้รีบแจ้งพนักงานสอบสวน หรือผู้รับผิดชอบ เพื่อจัดการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป" ก็เป็นเจตนาที่รัฐต้องแจ้งให้ "พลเมืองดี" ทราบ เพื่อร่วมมือกับบ้านเมืองมิใช่หรือ.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 20 สิงหาคม 2551