เมื่อ TG ๖๑๕ ไม่มี “ทักษิณ-พจมาน”
คนชื่อ “เก๋” นี่เก่งจริงๆ ก็ต้องดีใจกับ “น้องเก๋-ประภาวดี” คนสวยที่สุดในโลก และเก่งที่สุดในโลก เพราะเธอคนเดียว ทำให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุข เมื่อบ่ายวาน ผมมาถึงสำนักงาน เห็นพรรคพวกมุงหน้าจอโทรทัศน์ ก็เข้าไปมุงกะเขาบ้าง เห็นเธอยืนเด่นเป็นสง่า “คนเดียวในโลก” โดยมีเหรียญทองโอลิมปิกคล้องคออยู่ในชุด “แกรนด์สปอร์ต” ท่ามกลางเสียงเพลงชาติไทยกระหึ่ม
อืมมมม..ตั้งแต่สมัครมาเป็นนายกฯ นี่ เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ผมได้ฟังเพลงชาติแล้ว..ขนลุกซู่!
บอกตรงๆ แหละครับว่า “อิจฉา” พี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ ที่ต่อไปนี้จะได้ยืดอกคุยกะใครเขาได้ทั่วไปว่า..ผมนี่แหละ..ชั้นนี่แหละ..เป็นคนจังหวัดเดียวกะน้องเก๋ นักยกน้ำหนักเหรียญทองโอลิมปิก
เก๋..เท่ระเบิด!
หรือใครจะเถียงว่า “น้องเก๋” ในชุดกีฬาแกรนด์สปอร์ตของไทย ที่ยืนมือขวาชูเหรียญทองโอลิมปิก มือซ้ายชูช่อดอกไม้ โบกไหวๆ ให้คนทั้งโลกได้เห็น เมื่อบ่ายวานนี้
จะไม่ใช่ภาพแห่งวีรสตรีนักกีฬาไทย ที่ทำให้เราทั้งประเทศต้องหลั่งน้ำตาแห่งปีติให้กับชัยชนะ-เพื่อชาติของเธอ?
ตอนผมคุยอยู่กะท่านนี่ ยังไม่สามทุ่ม เลยไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะเดินทางจากจีนกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิหรือยัง เพราะมีการปล่อยข่าวแต่เช้าว่า
“ทักษิณ-พจมานจะไม่กลับ นัดให้ลูกสาว-ลูกชายบินไปรอที่อังกฤษแล้ว ออกจากปักกิ่งก็จะ “ลี้ภัย” บินตรงไปสมทบกันที่อังกฤษโน่นเลย!?”
แต่คนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณหลายคนก็ยืนยันว่า “กลับแน่ วันจันทร์ที่ ๑๑ สิงหา. จะไปรายงานตัวต่อศาล แล้วจะขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศไปดูแลสโมสรแมนซิต่อที่อังกฤษ”
คุณศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธว่า ไม่ทราบเรื่องการยกเลิกที่จะเดินทางกลับไทยด้วยเที่ยวบิน TG ๖๑๕ ที่จะมาถึงสุวรรณภูมิตอนเวลา ๒๑.๔๕ น.
ผมฟังแล้วก็แปร่งๆ เพราะเธอปฏิเสธว่า “ไม่ทราบเรื่องการยกเลิก” นั่นแสดงว่าเจ้านายของเธอทั้งสอง อาจยกเลิกการเดินทางกลับไทยจริงๆ ตามลือ เพียงแต่เธอไม่ทราบเอง
หรือทราบ แต่บอกว่า “ไม่ทราบ” ด้วยเหตุผลส่วนตัวของเธอ!?
แต่อย่างไรก็ช่างเถอะ ได้รับรายงานจากคนที่เฝ้าดูอยู่ที่สนามบินปักกิ่ง จนเครื่องบินออก เขาบอกว่าไม่ปรากฏวี่แวว “ทักษิณ-พจมาน” เดินทางมาขึ้นเครื่องบิน TG ๖๑๕ แต่อย่างใด!
หมายความว่าทักษิณ-พจมาน “หนีศาล” ไม่มารายงานตัวตามกำหนด ว่างั้นเถอะ!?
นี่ผมคุยกะท่านตอน ๓ ทุ่มของคืนวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๑ นะครับ ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันจันทร์ของวันที่ ๑๑ สิงหาคม ตามเวลาราชการ อย่าเพิ่งไปสรุปว่า “ทักษิณ-พจมาน” หนีไปลี้ภัยอยู่นอกประเทศไม่ได้
เพราะเขาอาจมาเที่ยวเช้า หรือเช่าเครื่องบินส่วนตัว บินตรงจากเมืองจีนถึงไทยวันนี้ ก่อนหมดเวลาราชการ แล้วบึ่งไปรายงานตัวต่อศาลตามกำหนดนัดก็ได้
เศรษฐีมีเงินซะอย่าง ทำไงก็ได้..จริงมั้ย?
แต่ผมดู “ตัวเลขพิศวง” ชุดหนึ่งมาสอง-สามวันแล้ว วันนี้ก็อยากเอามาให้ท่านดูกันบ้าง คือนี่ครับ ตัวเลข TG ๖๑๕ กับกำหนดเวลาถึงเมืองไทย ๒๑.๔๕ น. ของทักษิณ-พจมาน
ทั้งกลุ่มเลข ๖ ๑ ๕ และกลุ่มเลข ๒ ๑ ๔ ๕ บวกรวมจะตกอยู่ในกลุ่มเลขอิทธิพล ๒๑ หรือ ๑๒ และเมื่อบวกรวมให้เหลือตัวเดียวแล้ว จะตกเลข ๓ ดาวอังคารเหมือนกันเป๊ะ!?
ก็พอดีวันที่ ๑๐ สิงหา.นี้ ดาว ๓ คือดาวอังคารจะยกจากราศีสิงห์เข้าสู่ราศีกันย์ ตอน ๐๔.๒๔ น. ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทราบกันว่า “ราศีกันย์” มีอิทธิพล-ความหมายกับ พ.ต.ท.ทักษิณขนาดไหน
ผมเป็นคนอยู่ไม่สุข เมื่อลังเลสงสัยว่า “พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาวันนี้มั้ย..น้อ?” ก็เลยกดไปดูตามรหัสเลขที่ ๒๑ สิงหาคม เรื่อยเปื่อยไปงั้นเอง
นับว่าเรื่อยเปื่อยได้ผล เพราะไปเจอเอาเรื่อง “อิทธิพลสุริยคราสเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑” ของ พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ ท่านเขียนบทวิเคราะห์ไว้เป็นวิทยาทานน่าสนใจมาก
โดยเฉพาะในประเด็นเรื่อง “วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑” คือวันภายใต้อิทธิพลดาว ๓-ดาวอังคาร ที่ผมหาคำตอบ “ปริศนาตัวเลข” ให้ตัวเองไม่ได้!
เข้าใจว่าท่านคงเพิ่งเขียนไว้ไม่นานมานี้เอง อ่านแล้วก็สองจิต-สองใจว่า เป็นการละเมิดอะไรหรือเปล่า ถ้าจะนำบางส่วนในบทวิเคราะห์ของท่านมาเผยแพร่ต่อตรงนี้
แต่ก็ลองเสี่ยงดูนะครับ ท่านเปิดเผยเป็นวิทยาทานอยู่แล้ว คงไม่เป็นไรกระมังถ้าผมจะ “ขออนุญาต” ท่านตรงนี้ เพื่อนำบางตอนนั้นมาบอกต่อ
พล.ต.ต.สุชาติท่านได้ตรวจสอบดวงชะตานักการเมืองไว้หลายคน ในส่วนสัมพันธ์กับวันที่เกิดคราส ๑ สิงหาคม ของ พ.ต.ท.ทักษิณท่านวิเคราะห์ตามดวงดาวไว้อย่างนี้ครับ
ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เกิดวันที่ ๒๖ กรกฏาคม ๒๔๙๒ เวลา ๑๒.๒๐ น. จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อนำเอาดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณมาเปรียบเทียบกับดวงประจำวันในวันที่เกิดสุริยคราส ปรากฏว่า จุดที่เกิดคราสสถิตอยู่ในเรือน หรือภพที่ ๑๐ ซึ่งหมายถึงหน้าที่การงาน
แต่เป็นโชคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จุดเกิดคราสนั้นห่างจากจุดที่ตั้งของเรือนที่ ๑๐ เท่า กับ ๘ องศา ๑๙ ลิปดา ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณจึงไม่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของคราสครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ตามหลักวิชาโหราศาสตร์ก้าวหน้าเมื่อคำนวณแล้วปรากฏว่า
ดวงประจำปี พ.ศ.๒๕๕๑ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ (เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๖ กรกฏาคม ๒๕๕๑-๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๒) ไม่ดีนัก เนื่องจากดาวเสาร์ และดาวอังคาร สองบาปเคราะห์ทำมุมเบียนเป็นทุกข์โทษแก่เรือน หรือภพที่ ๑๐ เกี่ยวกับหน้าที่การงาน ดังนั้น โอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับคืนมาสู่เวทีการเมืองในช่วงเวลานี้ จึงมีความเป็นไปได้น้อยมาก
ท่านผู้อ่านที่ได้ติดตามผลงานของผมมาโดยตลอด และได้เคยอ่านบทความเรื่อง “โหรอาหรับทำนายดวงทักษิณ” ซึ่งผมได้เขียนไว้เมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ได้กล่าวถึงจุดดับของ พ.ต.ท.ทักษิณไว้ดังนี้
“...จุดดับที่ ๑ อยู่ในราศีกันย์ ๗ องศา ๒๐ ลิปดา หมายถึง ความหายนะอย่างใหญ่หลวง (Catastrophe) อยู่ในเรือนที่ ๑๒ ภพวินาศของเจ้าชะตา จุดดับที่ ๒ อยู่ในราศีตุล ๗ องศา ๓๑ ลิปดา หมายถึงการถูกจับกุม (Captive) อยู่ในเรือนที่ ๑ (ลัคนา) ของเจ้าชะตา เมื่อได้ตรวจสอบดูการโคจรของดาวอังคาร ซึ่งถือว่าเป็นบาปเคราะห์สำคัญที่จะส่งผลเป็นทุกข์โทษแก่เจ้าชะตาได้ พบว่าดาวอังคารจะโคจรถึงจุดดับที่ ๑ ในวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ และจะโคจรถึงจุดดับที่ ๒ ในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ดังนั้น จึงน่าจะพยากรณ์ว่า จุดจบของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะอยู่ในช่วงเวลาที่กล่าวแล้วนี้...”
เมื่อได้นำเอาผลพยากรณ์ดวงเมือง และดวงชะตาของนักการเมืองที่สำคัญมาประมวลพิจารณาร่วมกัน จึงเห็นภาพที่ค่อนข้างชัดเจนว่า อิทธิพลของสุริยคราสในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ จะส่งผลกระทบให้พรรคการเมืองถูกยุบอย่างน้อย ๒ พรรค ถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ โดยการนำของคุณอภิสิทธิ์ จะมีโอกาสที่จะได้เข้าบริหารบ้านเมือง ซึ่งต้องเผชิญกับวิกฤติปัญหาของประเทศในรูปต่างๆ อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้นอย่างไม่มีจุดจบ อัตราค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น เหตุการณ์ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ก็เช่นเดียวกัน จะลุกลามรุนแรง มีการเสียชีวิตเลือดเนื้อของทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้นทุกที
นอกจากนี้ยังอาจได้รับภัยธรรมชาติ คือ แผ่นดินไหว น้ำท่วม เป็นเหตุให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายสูญหายไม่น้อย ทั้งเก้าอี้นายกรัฐมนตรียังถูกเขย่าสั่นสะเทือนจากฝ่ายตรงข้าม ทั้งภายในและภายนอกรัฐสภาอยู่ตลอดเวลา และต้องสิ้นสุดด้วยการยุบสภา มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่
ซึ่งแน่นอนที่สุดว่า พรรคการเมืองใหม่ ที่เป็นผลพวงของพรรคพลังประชาชน และพรรคไทยรักไทย จะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา มีโอกาสเข้ามาบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป
ส่งผลให้มีการปลุกระดมมวลชนเรียกร้องความถูกต้องของฝ่ายพันธมิตรฯ และฝ่ายต่อต้านอีกต่อไป และจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจมีการกระทบกระทั่งถึงขั้นเลือดตกยางออก มีการหมุนเวียนจองเวร จองกรรม เป็นวัฏจักรที่หาจุดจบไม่ได้
เมื่อได้วิเคราะห์ตามหลักพระพุทธศาสนา เหตุปัจจัยที่ทำให้ประชาชนคนไทยต้องประสบกับความทุกข์โศกโรคภัยกันโดยทั่วถ้วนหน้าอยู่ขณะนี้ ทุกข์ สมุทัย ประการหนึ่งก็คือ บทบาทของนักการเมืองทั้งภายใน และภายนอกรัฐสภา ดังที่ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ดังนี้
“..โลกสมัยนี้กำลังขาดธรรม โดยเฉพาะในขั้นศีลธรรม ด้วยเหตุต่างๆ กัน จึงเกิดความระส่ำระสาย แล้วก็แก้ไขวิกฤตการณ์ทั้งหลายเหล่านั้นไม่ได้ พูดกันไม่รู้เรื่องทั้งภายในชาติ และระหว่างชาติ รัฐบาลต่างๆ ในโลกที่ตั้งขึ้นมา แก้ไขปัญหาแห่งประเทศนั้นๆ ไม่ได้ และทุกรัฐบาล แม้จะเป็นรัฐบาลที่ถือว่าดี ก็ยังมีอาการเหมือนกับมีการเปลี่ยนหน้ากันขึ้นมาจับปูใส่กระด้งเท่านั้นเอง ไปคราวๆ หนึ่ง เราจะต้องรอกันไปอีกนานเท่าไร จึงจะถึงสมัยที่ทุกคนเข้าใจกันขึ้นมา..”
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 11 สิงหาคม 2551



