Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


“ประเทศไทย” ย่างเข้าใกล้สิงหา.

เหมือนหนังใกล้จบอย่างไร-ก็อย่างนั้น ทุกอย่างประดัง-ประเดมาพร้อมๆ กัน ผมอยากจะบอกว่า “เอาสติตั้ง” ให้ดี แล้วค่อยๆ ไล่เรียงเพื่อรับรู้แต่ละเรื่องราว ถ้าสติเตลิดตอนนี้ อาจ “สำลักเหตุ” ได้ง่ายๆ ผมไม่อยากบอกหรอกว่า “มองเห็นอะไร?” แต่อยากจะบอกว่า นับแต่วันนี้ไป..อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!

เพื่อไม่ให้ท่านต้องวุ่นวะ-วุ่นวายในการติดตามข่าวสารที่กำลังเคี่ยวคลั่งให้มากไปนัก ขอสรุปเป็นหัวข้อ “รอคำตอบ” ไว้เลย ดังนี้ ๑.ผลการเจรจาไทย-กัมพูชารอบ ๒ กรณีปราสาทพระวิหาร ที่เสียมเรียบ

๒.รัฐมนตรี ๓ คน จะ “หยุดปฏิบัติหน้าที่” หรือไม่ หลังศาลรับฟ้องคดีหวยบนดิน?

๓.รัฐบาลจะออกช่องไหน กรณีปล่อยให้อันธพาล “ระบอบทักษิณ-สมัคร” ไล่ฆ่าพันธมิตรฯ ที่อุดรธานี จนใกล้เป็นเหตุนำไปสู่ “จลาจลเมือง” ครั้งใหญ่ และจะเป็นเงื่อนไขสู่ “ปฏิวัติ-ยุบสภา” หรือไม่?

ก็ไล่ดูไปทีละเรื่องเลยนะครับ จากนโยบาย “ให้คนของผมลุกขึ้นมาฆ่าบ้าง” ของนายสมัคร ปรากฏว่าเหตุที่เกิดในอุดรธานีเมื่อ ๒๔ ก.ค.ฝ่ายรัฐบาลระบอบทักษิณ-สมัคร “สะใจ” ได้ไม่นาน

ตอนนี้เริ่มทุกข์ด้วย “กรรมใดใครก่อ” แล้ว เพราะภาพการทำป่าเถื่อนที่ไล่ฆ่า ไล่ทุบตีนั้น เมื่อแพร่ไปทั่วโลก คนดูก็เห็นตรงกันว่า “นั่นไม่ใช่การตีกัน” หากแต่เป็นการ

“ไล่ตี-ไล่ฆ่า” ป่าเถื่อนฝ่ายเดียว! นั่นคือ การก่ออาชญากรรมกลางเมือง จากกลุ่มอาชญากรเถื่อนของรัฐบาลระบอบทักษิณ-สมัคร ที่ไล่ฆ่าฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเผา-ทำลายทรัพย์สินอย่างบ้าคลั่ง

วานนี้ (๒๘ ก.ค.) ฝ่ายพันธมิตรฯ นำผู้บาดเจ็บส่วนหนึ่งเดินทางมาจากอุดรฯ ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ “ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” แล้ว

ผมก็เข้าใจในความจำเป็นที่ต้องพึ่งยูเอ็น เพราะเหตุที่เกิดมาจากคน “รัฐบาลระบอบทักษิณ-สมัคร” เอง แล้วจะให้ไปร้องหาความเป็นธรรมจากกลุ่มอาชญากรในคราบผู้ควบคุมอำนาจรัฐได้อย่างไร?

ไม่ใช่ผมกล่าวหาเลื่อนลอย หากแต่แกนนำ “กลุ่มคนรักอุดร” ที่ก่อเหตุวันนั้น คนหนึ่งคือ “นายขวัญชัย ไพรพนา” เขาพูดด้วยปากเขาเองขณะไปมอบตัวกับตำรวจที่อุดรฯ “เป็นพิธี” ถึงความเป็น “คนรัฐบาล” ของเขาว่า

“ได้รับตำแหน่งดังกล่าวจริง โดยได้รับความกรุณาจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้เป็นข้าราชการการเมือง ในสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ได้เงินเดือนตำแหน่งเทียบเท่าข้าราชการซี ๘ ได้รับเงินเดือน ๒๗,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ด้วย”

นอกจากนี้แล้ว วานนี้ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวม ๑๔๕ ท่านได้ลงนามในแถลงการณ์ ประณามทั้งแก๊งอันธพาล รัฐบาลหุ่นเชิด และตำรวจที่เพิกเฉยเหมือนรู้เห็นเป็นใจ

เหตุการณ์นี้ ผมอยากให้ท่าน “จับตา” เพื่อความระมัดระวัง เพราะไม่จบลงแค่นี้ ตรงกันข้าม นี่คือ “จุดเริ่มต้น” ที่อันธพาลระบอบทักษิณ-สมัคร อาจจะปฏิบัติการครองเมือง

เพราะวานนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง “รับฟ้อง” คดีหวยบนดินไปแล้ว ในจำนวน ๔๗ คนที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา นอกจากนายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.เกษตร และนางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และเป็นตัวตั้ง-ตัวตีในการออกหวยบนดินผิดกฎหมาย แถมเงินรายได้ก็ไม่ส่งคลังซักบาท ตกเป็น-ว่าที่จำเลยคนที่ ๑ เลยเชียวแหละ!

แล้ววันพรุ่งนี้ (๓๐ ก.ค.) ศาลอาญาจะพิพากษาคดี “เลี่ยงภาษีชินคอร์ป” ซึ่งมีคุณหญิงพจมาน ภรรยาอดีตนายกฯ ทักษิณเป็นจำเลย ผมประเมินว่า บรรยากาศ “ขาลง” อย่างนี้ นโยบาย “ให้คนของผมลุกขึ้นมาฆ่าบ้าง” ของสมัครนอมินี

เห็นทีจะถึงครา..นรกป่วนกรุง!

ก็ต่อเนื่องถึงประเด็น ๓ รัฐมนตรีนั่นเลยนะครับว่า หลังศาลรับฟ้องแล้วจะ “พักการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี” หรือไม่?

ฟังที่นายสุรพงษ์พูด ผมก็ต้องยอมรับว่า..นี่แหละ “หัวหมอ” ขนานแท้ เขาบอกว่า กฎหมายยังไม่ชัดเจนว่ารัฐมนตรีจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะตอนนั้นเป็นรัฐมนตรีไอซีที แต่ตอนนี้ เขาเป็นรัฐมนตรีคลัง ไม่เกี่ยวกันแล้ว?

ทั้ง ๓ รัฐมนตรีบอกว่าวันอังคาร คือวันนี้ จะเข้าประชุม ครม.ตามปกติ และอาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ!

ครับ..ดื้อตาใสอย่างนี้ เป็นมาตรฐานใหม่ของคนในรัฐบาล “สมัครนอมินีทักษิณ” โดยตลอดอยู่แล้ว ผมอยากให้ไปดูข้อความในมาตรา ๕๕ ของกฎหมาย ป.ป.ช.ดูซักนิด บางทีจะมีความเข้าใจชัดเจนขึ้น

“ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า ข้อกล่าวหาใดมีมูล และข้อกล่าวหานั้นเป็นเรื่องตามมาตรา ๔๓ (๑) หรือ (๒) นับแต่วันที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหา จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษา แล้วแต่กรณี”

มันก็ชัดอยู่ในจิตของวิญญูชน ขนาด “นายยงยุทธ ติยะไพรัช” เมื่อครั้งที่ศาลชี้ว่าคดีมีมูล ท่านก็แสดงความเคารพต่อกติกาด้วยการ “พักการปฏิบัติหน้าที่” โดยไม่อิดเอื้อนทันที

กฎหมายบอกว่า “จนกว่าวุฒิสภา” จะมีมติ หรือ “ศาลฎีกาฯ” จะมีคำพิพากษา ไม่เห็นต้องตีความตรงไหนอีก แต่ถ้าจะตะแบงตรงประเด็นว่า “ตอนนี้เป็นรัฐมนตรีคลัง ตอนความผิดเกิดขึ้นเป็นรัฐมนตรีไอซีที ฉะนั้น ไม่เกี่ยวกัน”

เอ้า..ก็ดูให้ดีตรงนี้ ในกฎหมายเขาเจาะจงถึงตัว “ผู้ถูกกล่าวหา” จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ เขาไม่ได้เจาะจงนี่ว่า “ผู้ดำรงตำแหน่งนั้น” จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้!

นั่นคือ ใครจะอยู่ตำแหน่งทางการเมืองไหน-ตอนไหนก็ช่างเถอะ แต่ถ้ามีคดีและศาลสั่งรับฟ้องขณะนั้น ก็คือ “ผู้ถูกกล่าวหา” ตามมาตรา ๕๕ นี้

มีตำแหน่งการเมืองอะไรอยู่ก็จะ “ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้” นี่คือเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมาย ไม่ใช่กฎหมายไม่ชัดเจน คนไม่ชัดเจนในคุณภาพความเป็นคนคุณภาพตะหาก!

ขืนตีความว่า “ตอนศาลสั่ง ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่มีความผิดเกิดขึ้น จึงไม่ต้องรับผลแห่งความผิดนั้น” แบบนี้ พอมีคดี-ก็ย้ายจากเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงนั้น ไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงโน้น แล้วถือว่า “พ้นความผิด” และไม่ต้องรับผิด

อย่างนี้ มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ?

วันนี้-ที่ ๒๙ ก.ค.ดูเหมือนนายสมัครเขาจะรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสถานภาพของนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ ก่อนจะมีการ “ปรับครม.ครั้งใหญ่”

ผมว่า ปรับ-ไม่ปรับ มีค่าเท่ากัน คือประชาชนหมดความคาดหมายจากรัฐบาลนายสมัครนี้แล้ว คาดหมายให้นายสมัครพ้นไปจาก “สถานภาพรัฐบาล” มากกว่า คาดหมายให้ “การปรับ ครม.”

เพราะไม่ว่าปรับแบบไหน มันก็ไอ้รัฐบาลอาชญากร “ระบอบทักษิณ-สมัคร” ผู้ประกาศใช้นโยบาย “ให้คนของผมลุกขึ้นมาฆ่าบ้าง” ซึ่งเป็นรอยด่างประเทศในระดับโลกเหมือน “ฆ่าตัดตอน” ในสงครามปราบยาเสพติดไปแล้ว!

พักเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับ ไปดูความคืบหน้าของการเจรจาความเมืองเรื่องพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารกันบ้าง เท่าที่ฟังถึงบรรยากาศรวมที่เสียมเรียบ การพูดคุยระหว่างนายเตช บุนนาค ฝ่ายไทย กับนายฮอร์ นัมฮง ฝ่ายกัมพูชา

บรรยากาศมิตรภาพ “ทางการทูต” ชื่นมื่น!

แต่ฝ่ายปฏิบัติการ ระดับเจ้าหน้าที่ผู้ต้อง “ลงรายละเอียด” ทั้งสองฝ่าย บรรยากาศระอุอ้าว เขม็ง-ตึงเครียด คุยกันตั้งแต่เช้ายันค่ำยังไม่จบ ในความเห็นผม นี่คือสัญญาณที่ดี

แสดงว่าช่องทางเริ่มเปิด “คุยกันไปได้เรื่อยๆ” แต่ถ้าจบเร็วโดย “ไม่มีอะไร” นี่ซี แสดงว่า “ตีบตัน” ในการเจรจาทุกขั้นตอน!

อันที่จริงเรื่องอย่างนี้ ระดับชาวบ้านเราๆ ท่านๆ ทำลืมๆ เงียบๆ กันไปซะบ้าง ปล่อยให้ฝ่ายคุย เขาคุยกันโดยไม่มี “ความกดดัน” จากประชาชนที่ตั้งแง่ “เงาก็ไม่ยอมให้ทับกัน”

ผมคิดว่า ทั้งสองฝ่ายจะทำงานกันง่ายขึ้น!

เท่าที่ผมสังเกตตอนนี้ ฝ่ายเรา “ผนึกกำลัง” เป็นฝ่ายรุกบนเวทีประชาคมโลกบ้างแล้วนะครับ เป็นเรื่องน่าปลื้มใจมาก เมื่อวาน ผมเห็น “ศ.เสน่ห์ จามริก” ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านทำจดหมายเปิดผนึก

ส่งถึงยูเอ็น ส่งถึงยูเนสโก เตือนสติ-ให้ไต่สวนทวนทบ ในสิ่งที่ทำลงไปกรณี “ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก” เพราะการที่ทำแบบเร่งรีบ-รวบรัด ขัดกฎข้อบังคับองค์กรตัวเองดังเช่นที่ทำไป

เป็นชนวนให้เกิดความร้านฉานระหว่างไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อวิถี-ความคิด-ชีวิต-สังคม ของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างรุนแรง

ในฐานะที่ยูเอ็น และยูเนสโก เป็นองค์กรนำมาตรฐานของโลก ควรทบทวนต่อสิ่งที่ทำไปแล้ว และที่กำลังทำอยู่เสียใหม่ ว่านั่นคือการทำที่ส่งเสริมสันติภาพ สันติสุข และสามัคคี ระหว่างประชาชาติไทย-ประชาชาติกัมพูชา ใช่หรือไม่?! และในขณะที่ระดับรัฐมนตรีเจรจากันอยู่ที่เสียมเรียบ ฝ่ายไทย-โดยเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย “พล.ท.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์” ก็นำคณะผู้ช่วยทูตทหาร ๑๒ ประเทศ มี สหรัฐ ฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนี อินโดนีเซีย พม่า สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น

ไปดูพื้นที่จริงถึงเขาพระวิหาร ศรีสะเกษ ว่าไทยรุกราน รุกล้ำ หรือมีปฏิบัติการทางทหารที่เหี้ยนกระหือรืออย่างที่กัมพูชาป่าวประกาศต่อชาวโลก และร้องต่อยูเอ็น และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติหรือไม่?

ครับ..นี่คือการแยกกันเดิน แต่รวมกันตีเพื่อชาติ ยังไงๆ ถ้าสามัคคี ตั้งหลักได้เมื่อไหร่ “ไทยไม่เป็นรองใครในโลก” หรอกครับ ผมยังไม่ได้คุยถึงประเด็น “ปฏิวัติ-ยุบสภา” เลย เอาเป็นว่า “ไม่มีปฏิวัติ” ก็แล้วกัน แต่เมืองไทยจะมีโฉมหน้าอย่างไรต่อไป เอาไว้หลังวันที่ ๘ สิงหาคมเราค่อยมาพูดกัน.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 29 กรกฎาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter