Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
one ton
วันชัย ตัน


ความสำเร็จของรัฐบาล “นอมินี” กับเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแห่งแรกของไทย

มีเรื่องเล่าจากในกระทรวงต่างประเทศว่า ภายหลังการเลือกตั้ง นายนพดล ปัทมะ ได้รับมอบหมายเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อทำภารกิจอย่างรวบรัดสามประการให้บรรลุเป้าหมายอย่างเงียบๆ

เรื่องแรกทำอย่างเงียบๆ ขณะที่สองเรื่องหลังกลายเป็นเรื่องดังสนั่นอยู่ในความสนใจของคนไทยทั่วประเทศ อย่างที่เจ้าตัวไม่คาดคิดมาก่อนเลย คือเรื่องกรณีการสนับสนุนให้กัมพูชาเสนอปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และสัมปทานแหล่งก๊าซใต้ทะเลบริเวณเกาะกงของประเทศกัมพูชา ซึ่งอีกไม่นานก็จะรู้ว่าใครคือผู้ได้สัมปทานแหล่งก๊าซหลุมใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง มีปริมาณมากกว่าแหล่งก๊าซในอ่าวไทยถึงสิบเท่า

เรื่องแรกที่ทำอย่างเงียบๆ และประสบความสำเร็จอย่างเนียนๆ คือไม่มีใครออกมาโวยวาย หรือโวยวายก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ และสื่อมวลชนก็ไม่ค่อยใส่ใจ

นั่นคือการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยสร้างมาก่อน กั้นแม่น้ำโขง มูลค่า 120,000 ล้านบาท

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ประกาศว่าได้ตัดสินใจดำเนินการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ที่บ้านกุ่ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชานี โดยอ้างว่า เพื่อจัดหาน้ำให้ภาคเกษตร หรือเพื่อการทำนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์จากแม่น้ำโขง และโครงการเหล่านี้จะสร้างผลกระทบเพียงเล็กน้อย

“บัดนี้เราได้ตัดสินใจแล้ว และจะลงมือทำ” นายสมัครพูดอย่างหนักแน่น และเลี่ยงบาลีว่า โครงการนี้ไม่ใช่เป็นการสร้างเขื่อน แต่เป็นเพียงการสร้างฝายชะลอน้ำ หรือ “ฝายแม้ว”

ครับ ฝายแม้วที่สร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่กว่าเขื่อนภูมิพล เขื่อนใหญ่ที่สุดในประเทศถึงสามเท่า ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า 1,872 เมกะวัตต์ มีความสูงของสันเขื่อน 115 เมตร จากระดับน้ำทะเล เกิดพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดหนึ่งแสนไร่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสองฟากฝั่งแม่น้ำโขงเป็นระยะทางร้อยกว่ากิโลเมตร จากอำเภอโขงเจียมไปถึงอำเภอเขมราฐ ส่งผลกระทบกับหมู่บ้านไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง รวมทั้งต้องขอเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ใน จ.อุบลราชธานี บางส่วนด้วย

โครงการขนาดยักษ์ที่มีมูลค่า 120,000 ล้านบาท เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรวบรัดยิ่ง เมื่อนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินทางไปยังนครเวียงจันทน์ เพื่อลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลลาว ในการศึกษาความเป็นได้ของการก่อสร้างเขื่อนบ้านกุ่ม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2551 และปูทางให้กับบริษัทหนึ่งได้สัมปทาน และต่อมาไม่นานก็มีการประกาศของรัฐบาลอนุมัติโครงการขนาดยักษ์แห่งนี้ โดยที่ประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่รู้มาก่อนเลย

เขื่อนยักษ์แห่งนี้ทำกันอย่างเงียบเชียบ ไม่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชน และที่น่าสนใจคืออภิมหาโปรเจ็คต์นี้ไม่ต้องมีการประมูล มีเพียงบริษัทเดียวที่ได้รับเกียรติครอบครองโครงการมูลค่า 120,000 ล้านบาท คือบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยที่ขึ้นต้นเป็นชื่อประเทศแถบยุโรป

ดีลระดับแสนล้านประสบความสำเร็จอย่างเงียบๆ และเนียนๆ

ชาวบ้านที่ห่างไกลคงต้องก้มหน้ารับกรรมและเป็นผู้เสียสละต่อไป เมื่อมีสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์แห่งใหม่เกิดขึ้นกลางแม่น้ำโขง ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการผลิตกระแสไฟฟ้า

ไม่มีใครรู้ว่าฝายแม้วยักษ์แห่งนี้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำโขงเพียงใด เป็นอุปสรรคขวางกั้นการเดินทางของปลาในลำน้ำโขงขนาดไหน และอาชีพประมงของชาวบ้านแถวนั้นจะหายไป เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นหลังการสร้างเขื่อนปากมูลหรือไม่ แต่ที่แน่นอนคือ คงจะไม่มีปลาบึกว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ทางตอนเหนือของแม่น้ำโขงอีกต่อไป

เขื่อนแห่งนี้ได้รับการออกแบบบันไดปลาโจนอยู่ข้างๆ เขื่อน ด้วยความเชื่อว่าจะมีปลาในแม่น้ำโขงมาใช้บริการ ปีนบันไดปลาโจน ทั้งๆ ที่ห่างออกไปไม่กี่สิบกิโลเมตร บันไดปลาโจนตรงเขื่อนปากมูลที่เคยเสียเงินโฆษณานับร้อยล้านบาท เพื่อหลอกคนทั้งประเทศว่า จะเป็นเส้นทางให้ปลาว่ายทวนน้ำขึ้นไปตามลำน้ำมูลได้ แต่บัดนี้ได้ถูกทิ้งร้างเป็นอนุสรณ์ประจานความล้มเหลวของบันไดปลาโจน เพราะแทบจะไม่มีปลาชนิดใดมาใช้บริการเลย

ทุกวันนี้มีโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงหลายโครงการ แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ได้ชื่อว่ามีความหลากหลายทางพันธุ์ปลามากถึง 1,200 ชนิด งานวิจัยของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเมื่อปี 2547 ก็ยืนยันว่าโครงการเขื่อนต่างๆ ถือเป็น “การคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อปลา และการประมงในแม่น้ำโขง” และระบุว่า จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยมีตัวอย่างของมาตรการสัมฤทธิผลใดๆ ที่จะช่วยลดผลกระทบของเขื่อนที่มีต่อการประมงในภูมิภาคได้เลย เมื่อเขื่อนมา พวกปลาหน้าโง่ก็ต้องถูกคุกคาม เหมือนกับนกยูงหน้าโง่ 3 ตัวแห่งเขื่อนแก่งเสือเต้น

ส่วนอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ แม้ว่าจะลาออกกะทันหัน แต่ก็ถือว่าภารกิจสามประการของนายใหญ่ที่ได้รับมอบหมายหมาย ประสบผลสำเร็จลุล่วงจริงๆ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 27 กรกฎาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter