Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
head hitting
ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์


รัฐธรรมนูญฆ่า ส.ส.-ส.ว.ล้างคอกจริงหรือ

prasong_lert@yahoo.com


สมัยก่อนนั้น เวลาเด็กผู้ชายทะเลาะกัน แต่ไม่กล้าชกกัน ต่างฝ่ายก็เขียนรูปหัวพ่อของตนเองลงบนพื้น แล้วท้าให้อีกฝ่ายเหยียบหัว(รูป)พ่อตนเอง ถ้าใครเหยียบก็จะถูกชก

แต่จนแล้วจนรอดได้แต่ท้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าเหยียบ(รูป)หัวพ่อใคร

สภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้ระหว่าง ส.ส.พรรคพลังประชาชน (พปช.) และประชาธิปัตย์ (ปชป.) เหมือนเด็กที่ไม่กล้าชกกันเพราะกลัวเจ็บ เลยต้องเล่นละครแหกตาชาวบ้าน

เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ส.ส.ทั้งสองพรรคก็นึกไม่ถึงเพราะไม่มีใครคิดว่า จู่ๆ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.ระบบสรรหา จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบนายชัย ชิดชอบ ส.ส.ระบบสัดส่วน พปช.และประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า สิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.แล้วหรือไม่ เนื่องจากมีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 (2) โดยนายชัยและภรรยาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ศิลาชัยบุรีรัมย์ (1991) ซึ่งได้รับประทานบัตรเหมืองหินซึ่งเข้าข่ายสัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอนกับรัฐ

ถ้า กกต.พิจารณาเห็นว่า นายชัยสิ้นสุดสมาชิกภาพ ก็ต้องส่งเรื่องให้ประธานสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

นอกจากช่องทางที่นายเรืองไกรดำเนินการแล้ว บรรดา ส.ส.ด้วยกันเองก็สามารถเข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ของจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ หรือ 48 คน ยื่นเรื่องต่อประธานสภาเพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกสภาพของนายชัยได้โดยตรง (มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ) ซึ่งรวดเร็วไม่ล่าช้าเหมือนกับ กกต.ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไร้ประสิทธิภาพในการวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องต่างๆ มาตลอด

เมื่อดูแล้ว การส่งนายชัยขึ้นศาลรัฐธรรมนูญจึงน่าจะเป็นหน้าที่ของ ปชป.ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่เคยยี้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ช่วงดำรงตำแหน่งประธานสภามาแล้วว่าไม่สง่างามเพราะมีคดีใบแดงติดตัว

แต่กรณีของนายชัย กลับนิ่งเงียบเป็นเป่าสาก เพิ่งมาถึงบางอ้อว่า ที่แท้มี ส.ส.ปชป.หลายสิบคนเป็นเจ้าของและถือหุ้นในบริษัทที่มีสัญญาในลักษณะที่น่าจะเข้าข่ายสัมปทานหรือผู้ขาดตัดตอน เกรงว่า ถ้ายื่นเรื่องนายชัยให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะโดนย้อนเกล็ด

เหมือนพระเจ้าลงโทษ พปช.เริ่มเกมแก้แค้นด้วยการไปขุดค้นรายชื่อ ส.ส.ปชป. 28 คน และ ส.ว. 32 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทที่คิดว่าน่าจะได้รับสัมปทานหรือมีสัญญาในลักษณะผูกขาดตัดตอนกับรัฐยื่นให้ กกต.ตรวจสอบบ้างเช่นเดียวกับนายชัย

ทำเอา ส.ส.ปชป.หลายคนที่มีรายชื่อต้องถูก กกต.ตรวจสอบเครียดเพราะเกรงว่าต้องหลุดจากตำแหน่ง ถ้าบริษัทที่ตนเองมีหุ้นอยู่มีสัญญาสัมปทานหรือสัญญาในลักษณะผูกขาดตัดตอนจริง

ล่าสุด นายเรืองไกรยื่นรายชื่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด 57 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทที่น่าจะเข้าข่ายมีสัญญาสัมปทานให้ กกต.ตรวจสอบเพิ่มเติม

รวมแล้ว มี ส.ส.และ ส.ว.ที่ถูกตรวจสอบเกือบ 120 คน

เรียกว่า ถ้า กกต.วินิจฉัยว่า ส.ส.และ ส.ว.เหล่านี้เข้าข่ายมีการกระทำต้องห้ามจริง โอกาสที่จะต้องตายหรือหลุดจากตำแหน่งชนิดล้างคอกมีอยู่สูง

แต่ถ้าพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าเป็นแค่เกมท้าเหยียบ(รูป)หัวพ่อของเด็กที่ทะเลาะกัน ไม่มีใครกล้าทำอะไรจริงจังเพราะต่างกลัวเจ็บตัวด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ถ้าทั้งสองฝ่าย (สามฝ่ายรวม ส.ว.) มีความจริงจังและจริงใจในการทำหน้าที่ ให้ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.สำรวจบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส.และ ส.ว.ทั้งหมดว่า มีใครบ้างที่ถือหุ้นในบริษัทที่น่าจะมีสัญญาเข้าข่ายสัญญาสัมปทานหรือมีลักษณะผูกขาดตัดตอน แล้วเข้าชื่อกัน 1 ใน 10 ยื่น(ผ่านประธานสภา)ต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยในคราวเดียว

หรือถ้าตะขิดตะขวงใจ ก็ให้ ส.ส.ปชป.เข้าชื่อยื่นวินิจฉัย ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ด้าน ส.ส.พปช.ยื่นตรวจสอบ ปชป. ขณะที่ ส.ว.ยื่นตรวจสอบพวกเดียวกันเอง เพื่อที่ศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาไปในคราวเดียวกันและจะได้เป็นบรรทัดฐานว่า ต่อไปถ้าอยากจะเป็น ส.ส.และ ส.ว.ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

ไม่ใช่มัวแต่เล่นปาหี่หลอกชาวบ้านเหมือนทุกวันนี้

การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้ไปในคราวเดียวกัน มีข้อดีคือ ศาลต้องวางหลักในการพิจารณามาตรา 265 (2) อย่างรอบคอบและรอบด้าน

ตั้งแต่

-เจตนารมณ์ที่ห้ามมิให้ ส.ส.-ส.ว.เข้าไปถือหุ้นในบริษัทเหล่านี้

-สัญญาสัมปทานหรือสัญญาที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอนมีองค์ประกอบอย่างไร ต้องดูกฎหมายอื่นประกอบมากน้อยแค่ไหน เช่น กฎหมายว่าด้วยการบิน กฎหมายว่าด้วยแร่

-การเข้าถือหุ้นนั้นต้องมีสัดส่วนเท่าใด อำนาจในการบริหาร การครอบงำบริษัท ต้องดูกฎหมาย ก.ล.ต., กฎหมายบริษัทมหาชน, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกอบหรือไม่ หรือถือเพียงหุ้นเดียวก็เป็นการกระทำต้องห้ามแล้ว

-การถือหุ้นอยู่ก่อนรับตำแหน่งมีผลหรือเข้าข่ายการกระทำต้องห้ามหรือไม่

จากนั้นจึงนำข้อเท็จจริงการถือหุ้นของ ส.ส.-ส.ว.แต่ละรายมาพิจารณากับหลักที่วางไว้ดังกล่าว

เชื่อว่า ถึงที่สุดแล้ว ถ้าไม่พิจารณากฎหมายลายลักษณ์อักษรแบบตายตัวแล้ว ส.ส. และ ส.ว.เหล่านี้ไม่ตายล้างคอกแน่นอน


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 19 กรกฎาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter