Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


ยกเรื่องใหม่ “กลบประเด็น” เรื่องใหญ่

ผมเป็นคนตื่นสาย และตื่นมาแล้วก็ชอบถามคนโน้น-คนนี้ว่า “เมื่อเช้าดูรายการสนทนาประสาสมัครหรือเปล่า” เมื่อวานก็เช่นกัน มีบางเสียงบอกว่า นายสมัครเป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาพจิต สังคมทุกวันนี้ “เครียด” เพราะคำพูด-คำจานายสมัคร ยิ่งหลังจากทำให้ไทยต้องเสียปราสาทพระวิหารซ้ำสอง จากที่เครียด เพิ่มเป็น “เกลียด” ทั้งนายสมัคร และทั้งพรรคพลังประชาชน!?

อืมมม...นักการเมืองบางประเภทก็เหมือน “สัตว์เลี้ยง” ของสังคมชนิดหนึ่ง เราต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้ และมีใจเมตตาด้วยการระลึกไว้เสมอว่า “อย่ารังแกสัตว์เลี้ยง”

ผมไม่ได้ดูรายการตอนเช้าก็จริง แต่ดูบางช่วง-บางตอนที่เขานำมาประกอบข่าว เห็นสีหน้า-ท่าทางแล้ว “ผมสงสารท่านครับ” จะเรียกว่าอะไรล่ะ?

สู้แบบหลังชนฝา หรือ สู้แบบหมาจนตรอก มันก็ครือๆ กันแหละ!

ฟังเอาไว้ประกอบการวินิจฉัยคน อย่าไปเก็บเอากากขยะมาเป็นอารมณ์ปรุงจิตให้ขุ่นมัวไปเลย ห่วงก็แต่ชาวบ้านที่ยุ่งอยู่กับการประกอบอาชีพประจำวัน ทำให้ไม่ได้ศึกษาข้อมูลในแต่ละเรื่อง

เมื่อฟังโวหาร “แก้ตัวข้างเดียว” แล้วอาจสับสน หรืออาจหลงไขว้เขวตามไปด้วย!

ในการ “ฟุ้งหน้าจอ” เมื่อวานนี้ มีหลายประเด็นที่อยากจะคุย แต่ผมไม่อยากเป็นเหยื่อแห่งการ “ถูกลากให้หลงประเด็น” ไทยเสียสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร..ในยุครัฐบาลนายสมัคร

ฉะนั้น วันนี้ก็ต้อง “คุยย้ำ” กันในเรื่องคาใจนี้ เพราะเวลานี้ รัฐบาลสมัครนอมินีทำให้ประชาชน “เสียความรู้สึก” และหงุดหงิดกันไปทั้งประเทศ!

อันที่จริง การที่ยูเนสโกรับจดทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกให้กัมพูชาฝ่ายเดียวนั้น คนไทยอาจจะไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านมากมายเหมือนอย่างขณะนี้ก็ได้

ถ้า..รัฐบาลนี้ไม่สร้างพฤติการณ์ลับๆ ล่อๆ ปกปิดเรื่องราวและการตกลงสัญญากับกัมพูชาต่างกรรม ต่างวาระให้ “เอะใจ” กันว่า มันน่าจะมีนัยซ่อนอยู่

ทั้งปลัดกระทรวงต่างประเทศ อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ แอบไปคุยตกลงกับฝ่ายกัมพูชาที่ฝรั่งเศส ๕ พ.ค. ตามด้วยนายนพดล รัฐมนตรีต่างประเทศไปตกลง ๓ ฝ่าย ไทย+ยูเนสโก+กัมพูชา ที่ฝรั่งเศส ๒๒ พ.ค.

และยังมีปม “ลับลม-คมใน” ที่ให้สังคมต้องฉงนสนเท่ห์อยู่ถึงขณะนี้ ถึงเหตุเปลี่ยนตัว “อธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ” ในระหว่างเดินเรื่องกันอยู่นี้ หรือว่านี่คือแผน “เปลี่ยนหน้าชน?” ด้ว

ยเหตุผลลับ-เฉพาะของ “กระทรวงการต่างประเทศ”

เพื่ออะไร หรือเพื่อใคร ไม่มีใครรู้ และก็ยังไม่มีใครให้คำตอบได้!?

และสุดท้าย ที่เหมือนตอกย้ำเป็นการ “ปิดฝาโลง” เปิดทางโล่งให้กัมพูชา ก็ด้วยการออกเป็นมติ ครม.ให้นายนพดลไปลงนาม “แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา” ๑๘ มิ.ย.

ฉบับที่ ครม.ทั้งคณะ “ทำผิดกฎหมาย” ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั่นแหละ!

ทั้งหลาย-ทั้งปวงที่เป็น “ข้อเท็จจริงทั้งหมด-เอกสารสัญญาที่ทำกันทั้งหมด” รวมถึงแผนที่แนบท้ายว่าด้วย “ที่ดินทับซ้อน” รอบๆ ปราสาท

เหล่านั้น..รัฐบาลไม่กล้า-ไม่ยอมเอามาให้ประชาชน หรือรัฐสภาดูเลย!

ได้แต่พูดเอง เออเองอยู่คนเดียว!

สมทบไปกับข่าวก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคมเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณยกคณะไปตีกอล์ฟกับนายฮุน เซน ที่กัมพูชา พร้อมมีข่าวยืนยันจากฝ่ายกัมพูชาเองว่า พ.ต.ท.ได้สัมปทานเช่าเกาะกง ๙๙ ปี เพื่อพัฒนาเป็นกาสิโนคอมเพล็กซ์ พร้อมการขุดเจาะก๊าซ-น้ำมันในทะเล

ต่อมา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ น้องเขยทักษิณ กับนายนพดล ก็ไปเกาะกง ทำพิธีเปิดถนนเกาะกงกับนายฮุน เซน ซึ่งถนนนี้รัฐบาลไทยในยุคทักษิณเป็นนายกฯ ออกเงินสร้างให้

จากนั้น “กระทรวงการต่างประเทศ” โดยนายนพดลก็ไปๆ มาๆ ระหว่าง ไทย-ฝรั่งเศส เพื่อการตกลงอะไรกันกับ “นายซก อาน” รัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนจะมาถึงนายสมัค

รใช้มติ ครม.ให้นายนพดลไป “แถลงการณ์ร่วม” ในที่สุด

เอาหละ..เมื่อการประชุมที่ควิเบกมีมติว่า “รับรองเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก” ตามที่กัมพูชายื่นขอแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งตรงนี้นายสมัครก็ยกเป็นสาเหตุ “ตัวเบา” นำมาอ้างให้เห็นว่า

“ก็ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเขาอยู่แล้วตามคำตัดสินศาลโลก เขายื่นขอเฉพาะตัวปราสาท คณะกรรมการมรดกโลกก็ขึ้นทะเบียนให้ แถลงการณ์ร่วมฯ หรือข้อตกลงอะไรจาก

ไทยไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการพิจารณาตัดสินเลย”

ฟังดูเท่จัง คล้ายปลดเปลื้องมลทินได้ว่า “สิ่งที่เกิดนั้น ไม่มีเหตุมาจากการกระทำของรัฐบาลข้า” แต่ถ้าย้อนไปพิจารณา “คำออกตัว” นายนพดลก่อนไปแคนาดา นายนพดลบอกว่า กัมพูชาล็อบบี้ ๒๑ ประเทศที่เป็นกรรมการมานานแล้ว!

รวมทั้งไทยด้วยใช่ไหมที่ถูกล็อบบี้ และมติที่ไครสต์เชิร์ชระบุว่า ปราสาทพระวิหารจะได้รับจดทะเบียนเป็นมรดกโลก “กัมพูชาต้องได้รับความเห็นชอบจากไทยก่อน”

แต่ก็ให้เป็นมรดกโลก โดยทั้งยูเนสโก และทั้งคณะกรรมการฯ เลียน้ำลายตัวพวกมันเองแผล็บๆ!?

คำถามคือ “จริงหรือ..ที่องค์กรระดับโลก จะละเลยกฎกติกาที่ตัวเองวางไว้ จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกให้กัมพูชา โดยที่ไทยยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ?”

ผมว่าคำตัดสินของคณะกรรมการฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่ยูเนสโกตระบัดสัตย์โดยตรง หากแต่มี “ความจริงเป็นเบื้องหลัง” ที่ผู้เป็นตัวแทนประเทศไทย “รู้” หรืออาจ “ร่วมทำกะมือ” ไ

ว้กับเขาด้วยซ้ำ ผลการตัดสินจึงออกมาเช่นนี้

เพียงแต่เราไล่เรียงกรรม คือการกระทำ ก็จะทำให้เห็นตามประเด็นที่ผมตั้งเป็นข้อสังเกตนี้ เจตนาแรก ประเทศกลุ่มทุนโลก “ต้องการ” เข้ายึดครองปราสาทพระวิหาร โดย

มีคำว่า “มรดกโลก” บังหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ยูเนสโก ก็แค่องค์กรหุ่น เหมือนองค์กรทั้งหลาย ไม่ว่าจะ WORLD BANK, WTO, IMF กระทั่ง UN ฉะนั้น รายการนี้ยูเนสโกเป็น “หน้าม้า” หรือตัวตั้งตัวตีที่จะให้ปราส

าทพระวิหารผ่านมติจำแลงคณะกรรมการฯ เป็นมรดกโลกอยู่แล้ว

ดังนั้น ถ้าแง้มฉากจะเห็น กัมพูชา+ฝรั่งเศส (ตัวการ)+ยูเนสโก (ปิศาจจำแลง) ร่วมกัน ไม่เพียงล็อบบี้ประเทศคณะกรรมการฯ ๒๑ ประเทศเท่านั้น ยังล็อบบี้ไทยที่มติเดิมบอก

“ต้องได้รับความเห็นชอบจากไทยด้วย”

นี่..ก็พูดแบบให้เกียรติประเทศตัวเอง แต่ความที่น่าจะเป็น ประจวบเหมาะกับมี “รัฐบาลนอมินี” จึงไม่ต้องล็อบบี้อะไรกัน เพราะในความเป็นนอมินี “สมประโยชน์” และพร้อม

“ให้ความเห็นชอบ” กับกัมพูชาในการนำปราสาทพระวิหาร ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียวอยู่แล้ว! นั่นคือ “ยูเนสโก” ที่มี ๒๑ ประเทศเป็นเพียงร่างทรง “จัดการภายใน” ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาตกลง ผ่านความเห็นชอบร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา แทนคณะกรรมการมรดกโลกไปเสร็จสรรพแต่พฤษภาแล้ว

การประชุมลงมติ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เป็นแค่พิธีกรรมหลอกชาวโลกเท่านั้น!

ถามว่า ผมยึดอะไรเป็นมูลฐานของ “สมมุติฐาน” นี้?

ก็ที่ปลัดกระทรวงต่างประเทศ และอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ ไปลับๆ ล่อๆ ที่ปารีสรอบหนึ่งแล้ว

และรอบที่สอง นายนพดลไปลับๆ ล่อๆ ๓ ฝ่ายเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ที่ปารีสอีกเช่นกัน มันน่าสงสัยไหม “ยูเนสโก” ที่สมควรวางตัวเป็นกลาง ดันทะลึ่งแอบไปลงนามร่วมเ

ป็นสักขีพยาน

ในสัญญิง-สัญญาที่อาจพูดได้ว่า “เถื่อน” ระหว่างไทย-กัมพูชา!?

เพราะ ๒๒ พฤษภานั้น ยังไม่มีมติเป็นความเห็นชอบจากรัฐบาลให้ใครไปเซ็นอะไรกับใคร ในฐานะ “ตัวแทนประเทศ”

เพราะเช่นนี้แหละ จึงต้องมีมติ ครม.วันที่ ๑๗ มิ.ย.ให้นายนพดลไปเซ็น “สลักหลังเช็ค” อีกทีหนึ่ง!

เมื่อพฤติกรรม-พฤติการณ์ปรากฏเช่นนี้ จะไม่ให้ประชาชนคนไทยโวย ด้วยคับแค้น-ขัดข้อง และคัดค้านได้อย่างไรว่า “รัฐบาลนายสมัครทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน”?

แม้ถึงวินาทีนี้ ทั้งรัฐบาล ทั้งกระทรวงต่างประเทศ และกองทัพ วาจา-ท่าทีส่อสำเนียงจะเป็น “ผู้ดูแลผลประโยชน์” ในไทยให้กัมพูชา ในกรณีปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ทับซ้อนร่วม ๓,๐๐๐ ไร่ ค่อนข้างจะชัดเจน!?

รัฐบาลไทย ทหารไทย ไม่เคยคิดจะพิทักษ์ หรือทวงสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร ในขณะเดียวกัน กรณีที่กัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารฝ่ายเดียว มันฟ้องว่าไทยพยายามยัดเยียด “สิทธิร่วม” เหนือปราสาทที่ยื้อไว้แต่ปี ๒๕๐๕ ไปให้กัมพูชาครอบครองแต่ฝ่า

ยเดียวจนตัวซี้-ตัวสั่น

มันเป็นการ “รุกคืบ” ของระบบทุนโลกสามานย์ผ่านคำว่ามรดกโลก ในทันทีที่ได้คืบก็เอาศอก คือจดทะเบียนปราสาทแล้ว ฝ่าย “หัวตอ” คือตัวแทนประเทศไทยก็นั่งตาปริบๆ

ปล่อยให้เขา “ตั้งตัวแทน ๗ ประเทศ” เข้ามาแบ่งเค้กพื้นที่รอบๆ ปราสาท โดยเรียกเสียสวยหรูว่า “เข้ามาประสานงานเพื่ออนุรักษ์พื้นที่”!?

เคยเรียนนิทานอีสปเรื่อง “ม้าอารี” กันแล้วใช่มั้ย เดือนกุมภา ปี ๒๕๕๒ มันก็จะเข้ามา กระทรวงต่างประเทศยังลอยหน้าออกตัวแทนว่า “แค่เข้ามาประสานงาน” ไม่เกี่ยว

กับพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร

ใช่..วันนี้ยังไม่เกี่ยว ให้มันเข้ามายึดเอาไปด้วยคำอ้างหรูๆ ที่ฟังระรื่นหูพวกโคนันทวิศาลก่อน ถึงตอนนั้น..ก็อยากดูน้ำหน้าเหมือนกันว่า..เขาจะหาอะไรมาแก้ตัว

เพื่อ “เสียชาติ-เสียแผ่นดิน” อีก!?

นายกฯ สมัครอ้าง งานนี้กระทรวงการต่างประเทศ-สภาความมั่นคงแห่งชาติ-เจ้ากรม

แผนที่ทหาร ต่างเห็นชอบว่า “แผนที่แนบท้าย” ไทยไม่เสียดินแดน ก็คงใช่ เพราะ พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ก็ลูกน้อง “พลเอกพรชัย กรานเลิศ” ตท.๑๐ พล.ท.สุรพล เผือนอัยกา เลขาฯ สมช.ก็ ตท.๑๐ นพดล รัฐมนตรีต่างประเทศก็ “ทนายส่วนตัวทักษิณ” และหัวหน้ารัฐบาล “นายสมัคร” ก็นอมินีทักษิณ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter